Compa-Ratio คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร (ตอนจบ)

มีหลายองค์กรที่พยายามเชื่อมระบบการจ่ายเงินเดือนให้เข้ากับระบบ Competency ของพนักงานในการทำงาน โดยพยายามจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานตามความสามารถของพนักงานแต่ละคน ซึ่งระบบนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในองค์กรใหญ่ๆ ที่มีวิธีการประเมิน Competency ที่ชัดเจน มีเครื่องมือให้กับเหล่าบรรดาผู้จัดการใช้ในการบอกว่า พนักงานแต่ละคนนั้นมีความรู้ความสามารถ และมีพฤติกรรมที่เหมาะสมกับงานอย่างไรบ้าง

จากนั้นก็พยายามนำเอา Competency ที่ว่านี้มาเชื่อมกับระบบการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานโดยผูกเอาความสามารถเป็นตัวบอกด้วยว่าพนักงานควรจะได้รับเงินเดือนในระดับในของกระบอกเงินเดือน ซึ่งวิธีนี้ก็มีการนำเอา Comparatio มาใช้งานอีกเช่นกัน เพื่อเป็นเป้าหมายในการบอกเราว่า พนักงานที่มี Competency ในแต่ละดับนั้นควรจะได้รับเงินเดือนในระดับใดบ้าง

วิธีการจ่ายเงินเดือนในรูปแบบนี้ ส่วนใหญ่จะออกแบบโครงสร้างเงินเดือนให้กว้างมากๆ เป็นแบบที่เราเรียกว่า Broadband นั่นเองครับ โดยปกติความกว้างของช่วงเงินเดือนแบบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 300 – 400% ซึ่งเรียกได้ว่ากว้างมากทีเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับความสามารถของพนักงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองครับ ซึ่งระบบนี้จะไม่ค่อยพิจารณาในเรื่องของค่างานสักเท่าไรนัก กล่าวคือ คนทำงานในตำแหน่งเดียวกัน แต่อาจจะได้รับเงินเดือนที่แตกต่างกันได้มากมายขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของพนักงานคนนั้นๆ

ลองดูตัวอย่างโครงสร้างเงินเดือนแบบนี้กันนะครับ

จากตัวอย่างข้างต้น เราสามารถจ่ายเงินเดือนให้พนักงานตามความสามารถของพนักงานได้โดยอาศัย Compa-Ratio มาเป็นเครื่องมือ วิธีการในการบริหารก็คือ ถ้าพนักงานคนหนึ่งเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร และจะต้องเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ยังไม่สามารถทำงานได้เอง จะต้องรับคำสั่ง และทำตามที่บอก ถ้าพนักงานเป็นแบบนี้ การให้เงินเดือนก็จะอยู่ในช่วงที่ Compa-Ratio ต่ำกว่า 0.75 นั่นเองครับ

เพื่อไรที่พนักงานสามารถทำงานได้เอง โดยที่อาศัยความรู้ ทักษะความสามารถของตนโดยที่หัวหน้างานไม่ต้องเข้ามาดูแลอะไรมากมาย และสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานของตำแหน่งงานเป๊ะ ด้วยระบบบริหารเงินเดือนข้างต้นจะต้องเร่งเงินเดือนพนักงานให้เข้าสู่ Compa-Ratio ในอัตรา 0.9 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของ Performer นั่นเองครับ

และถ้าพนักงานสามารถแสดงทักษะและฝีมือในการทำงานให้เราเห็นอย่างดี และสามารถที่จะสอนงานคนใหม่ หรือถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานนั้นๆ อย่างมาก ในการบริหารเงินเดือนพนักงานคนนี้ก็จะต้องเร่งเงินเดือนให้เข้าสู่ระดับ compa-ratio ที่ 1.25 ขึ้นไป

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าวิธีนี้เราจะบริหารเงินเดือนพนักงานตามความสามารถจริงๆ ใครเก่ง และพิสูจน์ได้ว่าเก่งจริงๆ มีฝีมือดีมากๆ องค์กรก็จะเร่งเงินเดือนให้ไปสู่ระดับเป้าหมายของโครงสร้างเงินเดือนนั้นๆ เพื่อเป็นการตอบแทนฝีมือของพนักงานตาม Competency นั่นเองครับ

นี่ก็คือวิธีใช้ compa-ratio อีกวิธีหนึ่งครับ ถึงตรงผมคิดว่าท่านผู้อ่านน่าจะพอมองเห็นภาพของ Compa-Ratio ว่าใช้งานอะไรได้บ้าง และเวลาที่คุยกันในแวดวงของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนก็น่าจะมองเห็นภาพที่ใกล้เคียงกันมากขึ้นนะครับ

2 ความคิดเกี่ยวกับ "Compa-Ratio คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร (ตอนจบ)"

Add yours

  1. เพิ่งได้ link จากเพื่อนมาค่ะ ชอบรายละเอียดในเวปนี้มากค่ะ เป็นประโยชน์แก่คนที่อยากจะศึกษางาน HR จริงๆ

    ได้อ่านในหัวข้อผู้นำด้วย อยากแชร์ส่วนของบริษัทฯ ให้ฟังด้วยค่ะ เนื่องจากของบริษัทที่ทำงานอยู่ค่อนข้าง flat เรื่อง Leadership ของที่นี่จึงค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น คือจัดให้กับทุกคนค่ะ ไม่ได้เน้นเฉพาะผู้จัดการ โดยเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ต้องเริ่มจากนำตัวเองก่อน การฝึกอบรมที่นี่ไม่ได้เน้น classroom สักเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็น OJT ซึ่งต้องอาศัยการใฝ่รู้ของแต่ละคน ซึ่งยอมรับค่ะว่าค่อนข้างยาก ส่วนตัว หลังสงกรานต์ก็ตั้งใจตั้งเป้าหมายไว้ 2-3 ข้อในอีก 3 เดือนข้างหน้าค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือตั้งใจที่จะผลักดันให้เพื่อนร่วมงาน ในบริษัทฯ มีทัศนคติด้านการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะๆ โดยเริ่มจากตัวเองก่อนค่ะ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ

    1. ด้วยความยินดีครับ และยินดีต้อนรับสู่ blog นะครับ หากมีข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นเพิ่มเติม ก็ยินดีนะครับ คุณยุ้ย
      ขอบคุณอีกครั้งครับ
      ประคัลภ์

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑