คิดให้ดีก่อนที่จะนำระบบ Incentive มาใช้

ในระยะหลังๆ มานี้ มีเทคนิคเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนที่เน้นไปในเรื่องของ Pay for Performance เกิดขึ้นมากมาย เนื่องแนวโน้มในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนในอนาคตนั้นจะเน้นไปที่การสร้างผลงานให้กับองค์กร โดยที่พนักงานคนใดที่สามารถสร้างผลงานได้ดี ก็จะได้รับค่าตอบแทนจูงใจในผลงานที่ตนเองทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นเงินเดือนตามผลงาน การให้โบนัส

เรื่องของการให้ค่าตอบแทนจูงใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆ บริษัทเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เริ่มคิดวิธีการต่างๆ ในการที่จะจูงใจพนักงานให้สร้างผลงานโดยการผูกผลงานกับเงินจูงใจตามผลงาน หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Incentive

ถ้ามองกันในแง่หลักการนั้น Incentive หรือเงินจูงใจผลงานนั้นเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานพยายามสร้างผลงานที่ดี เพื่อที่จะได้รับเงินในส่วนนี้ไป แต่ก็มีจุดที่ไม่ดีเช่นกันที่ทำให้เราจะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะนำเอาระบบ Incentive นี้มาใช้จริงๆ ในบริษัทของเรา เพราะจะทำให้พนักงานมองแต่เงินตอบแทนการทำงาน โดยไม่มองเรื่องของความรับผิดชอบอื่นๆ บางครั้งก็สนใจแต่ Incentive พอไม่ได้ก็ไม่ทำ โดยไม่สนใจว่ายังได้รับเงินเดือนอยู่ทุกเดือน

พนักงานบางคนก่อนที่จะมี incentive ก็ทำงานอย่างตั้งใจ ขยันขันแข็ง และช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มที่ แต่พอเริ่มระบบ incentive พฤติกรรมบางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยที่มุ่งเน้นแต่งานของตนเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจงานของคนอื่น เพราะช่วยคนอื่นแล้วทำให้เราเสียเวลาในการทำงานของตน ซึ่งมีผลต่อ Incentive ของตนเองด้วย

บางบริษัทพอเริ่มระบบ Incentive แล้ว ใช้ไปสักพัก ไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็อยากจะเลิก แต่พอเลิกระบบนี้ เชื่อมั้ยครับว่า ผลงานพนักงานร่วงทันที ทั้งๆ ที่ก่อนใช้ระบบนี้ทุกคนก็สามารถทำงานสร้างผลงานได้ดี โดยได้รับเพียงเงินเดือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พอเริ่มใช้ระบบ ผลงานก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร ยังคงเหมือนเดิม แสดงว่าระบบไม่ได้ตอบโจทย์จริงๆ บริษัทก็เลยสั่งยกเลิกระบบนี้ เท่านั้นแหละครับ ผลงานร่วงต่ำกว่าเมื่อครั้งที่ไม่มีระบบนี้ซะอีกครับ

นั่นแสดงให้เห็นว่า เรื่องของค่าจ้างค่าตอบแทนนั้น ถ้าเราคิดจะให้อะไรใหม่ๆ เราจะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะให้ไปแล้วมันเอาคืนยากนะครับ บางครั้งพอเอาคืนไป และทำเป็นระบบเดิมตั้งแต่แรก ผลงานกลับกลายเป็นแย่ลงเสียฉิบ

ก็มีนักวิชาการหลายคนบอกว่า การจูงใจพนักงานให้ทำงานนั้นทำได้ยาก และบางครั้งไม่สามารถใช้เงินจูงใจได้ สิ่งที่จะจูงใจได้ดีที่สุดก็คือ การที่คนๆ นั้นมีความรักในงานที่ทำ และอยากทำมันให้ดี เพราะว่าเขาอยากทำ ไม่ใช่เพราะเรื่องๆ แต่ในทางปฏิบัติเราจะไปหาพนักงานแบบนั้นมาจากไหน หายากมากนะครับ ดังนั้นก็เลยต้องสร้างระบบค่าจ้างค่าตอบแทนขึ้นมาเพื่อที่จะจูงใจพนักงานให้ทำงานตามที่เราต้องการ แต่การให้สิ่งเหล่านี้ก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะให้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ เพราะให้ไปแล้วเราเรียกคืนลำบากครับผม

3 ความคิดเกี่ยวกับ "คิดให้ดีก่อนที่จะนำระบบ Incentive มาใช้"

Add yours

  1. เรียน คุณประคัลภ์

    – เมื่อIncentive ก็มีข้อดี (ดาบสองคม) อยากให้แนะนำการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของผู้จ่ายน่ะครับ ว่าควรทำอย่างไร มีวิธีการตั้งแต่แรกเริ่มมั๊ยครับ
    – เหตุที่ถามก็เพราะว่าโรงงานที่ผมเคยทำและอาจจะกลับไปทำอีก ไม่มีการปรับเงินเดือน โดยเฉพาะรายวัน อยู่มาสิบปี ยังกินขั้นต่ำอยู่ก็มี พวกเขาอยู่ได้ส่วนหนึ่งมาจาก Incentive แต่ก็นั่นแหละไม่เคยปรับขึ้นเหมือนกัน ทำให้ตอนนี้ คุณภาพก็แย่ Cost ก็เอาไม่อยู่ Deliveryไม่ต้องพูดถึง งาน Delay จนคู่แข่งใช้ตีกินเป็นแถบๆไปแล้ว
    – ก็เลยมาคิดว่า เงินเดือนไม่ปรับ แต่ทำยังไงให้เขาอยู่ได้และโรงงานก็อยู่ได้ แล้วต้องดีขึ้นด้วยกัน ไม่ต้องมาปวดหัวหาทางเรียกคืนอย่างคุณประคัลภ์ว่า จึงอยากขอคำแนะนำด้วยครับ
    – ขอบคุณครับ

    เล็ก

    1. เรียนคุณเล็ก
      การนำเอาระบบ Incentive มาใช้นั้น สิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือ วัตถุประสงค์ของการนำมาใช้คืออะไร โดยปกติจะใช้สำหรับเพิ่มยอดผลงานบางอย่าง ให้ดีขึ้น เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะทำให้ยอดรายได้ขององค์กรดีขึ้นด้วย ดังนั้นการที่จะใช้ Incentive ให้ตรงจุดนั้น จะต้องผูกตัวชี้วัดของ Incentive ที่ต้องการให้เข้ากับเป้าหมายขององค์กรด้วย เพื่อให้ไปด้วยกัน ไม่ใช่พนักงานได้เงินเยอะแยะ แต่บริษัทกลับขาดทุน แบบนี้ไม่ถูกต้องในการสร้างระบบนี้เลยครับ
      สิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือ การกำหนดตัวชี้วัดที่ถูกต้องและเหมาะสม ถ้าเป็นสายการผลิต ก็คงต้องกำหนดแบบเป็นยอดการผลิต พร้อมกับเรื่องของคุณภาพประกอบด้วยกัน

      อีกปัจจัยที่จะทำให้ระบบ incentive ได้ผลก็คือ ผลงานจะต้องไม่มีการลดลงบ่อยๆ เช่น งานบางงานที่มีการขึ้นๆ ลงๆ ตามฤดูการนั้น เป็นงานที่ไม่ค่อยเหมาะกับระบบ Incentive เพราะผลิตมากก็ต้องได้มาก แต่บางช่วงเราไม่ต้องการให้พนักงานผลิต พนักงานก็จะโวยวายได้ว่าตั้งระบบนี้ขึ้นมาแต่ไม่ให้เขาทำงาน แล้วจะตั้งไปทำไม ประมาณนี้อ่ะครับ

      ผมคิดว่าถ้ามีปัญหามากๆ ก็อาจจะมีเปลี่ยนมาเป็นระบบ team incentive ก็คือ ร่วมกันรับผิดชอบต่อผลงานของหน่วยงานตามเป้าที่เราตั้งไว้ ส่วนผลงานของพนักงานแต่ละบุุคคลนั้นก็ใช้เรื่องของการขึ้นเงินเดือนเป็นเครื่องมือได้ โดยใครที่ผลงานเข้าข่ายไม่ดีมากๆ ก็ไม่มีการขึ้นเงินเดือนให้ เอาส่วนนี้ไปขึ้นให้กับพนักงานที่มีผลงานที่ดีๆ จะดีกว่า เพื่อเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นว่าบริษัทของเราบริหารงานโดยยึดผลงานจริงๆ เป็นหลัก

      อย่างไรก็ดีสิ่งที่ผมเขียนมานั้นเป็นเพียงแนวทางครับ ถ้าจะแก้ไขปรับปรุง จะต้องเข้าไปดูถึงเนื้อในเลยครับ ว่าสภาพปัญหาจริงๆ นั้นเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ เป็นที่ระบบ Incentive หรือเป็นที่ตัววัดผลงาน หรือเป็นที่ตัวพนักงานเองจะได้แก้ไขได้ถูกจุดครับผม

      ขอบคุณครับ

  2. ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์ของตลาดแรงงานครับ
    เข้าใจว่าคุณ lekhots ประสบปัญหาด้านแรงงานฝีมือค่อนข้างสูง ซึ่งปี 2011 ถือว่าหนักหนาพอสมควรครับ

    ณ ภาวะที่โรงงานประสบปัญหา turnover สูงการใช้ Incentive เข้ามาเป็นเรื่องที่ช่วยได้ดีครับ เพราะการปรับฐานเงินเดือนโดยตรง จะไม่สามารถรักษาแรงงานที่เก่งๆไว้ได้ (คนเก่งๆจะหนีไปอยู่โรงงานที่มีระบบ Incentive ครับ เพราะเค้ามี performance ที่จะสร้างงานได้มาก)

    แต่ถ้าจะใช้ให้มีประสิทธิภาพต้องอยู่ที่การออกแบบระบบ Incentive ให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดจริงๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัววัดและวิธีการ pay เป็นหลักครับ

    การหาจุดคุ้มทุนในการ pay ของระบบ Incentive แนะนำให้คุยกับวิศวกรโรงงานครับ (Industrial engineer) จะสมารถวิเคราะห์หาตัวเลขที่เหมาะสมได้

    ส่วนรูปแบบในการ pay มีทั้ง Individual และ Team Incentive ลองหาในบทความ productivity เยอะพอสมควรครับ

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑