องค์ประกอบของค่าจ้างค่าตอบแทน (ตอนที่1)

ในการบริหารค่าจ้างหรือค่าตอบแทนของพนักงานนั้น ต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าจ้างแต่ละตัวอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เพียงเงินเดือนเท่านั้น จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าจ้างในภาพรวมด้วย หรือที่เราเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Pay mix นั่นเอง

โดยทั่วไปองค์ประกอบของค่าจ้างนั้นจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ ก็คือ

  • เงินเดือนมูลฐาน
  • เงินคงที่อื่นๆ
  • ค่าตอบแทนจูงใจตามผลงาน

ค่าตอบแทนใน 3 ส่วนนี้เป็นค่าตอบแทนที่องค์กรทั่วๆ ไปจัดให้กับพนักงาน โดยที่เงินเดือนมูลฐานนั้นเป็นถือว่าเป็นค่าจ้างหลัก โดยมีสัดส่วนเยอะที่สุดในบรรดาค่าจ้างทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวมา ในบางบริษัทก็จะจัดให้มี เงินคงที่อื่นๆ ที่เพิ่มเติมมาให้นอกจากเงินเดือนมูลฐาน อาทิ ค่าตำแหน่ง ค่าวิชาชีพ ค่าครองชีพ ค่าระดับงาน ฯลฯ เงินคงที่เหล่านี้ีมีขึ้นเพื่อที่จะทำให้งานในแต่ละตำแหน่ง หรือแต่ละระดับมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของค่าจ้าง

บางบริษัทก็ใช้เงินคงที่อื่นๆ เหล่านี้ในการทำให้เงินเดือนพนักงานน้อยลงเล็กน้อย เพื่อทำให้ค่าล่วงเวลา การขึ้นเงินเดือน หรือ โบนัสที่บริษัทจ่ายให้กับพนักงานนั้นมีจำนวนที่น้อยลง เพราะเงินคงที่ต่างๆ เหล่านี้จะไม่ได้ถูกนำเข้ามาคิดคำนวณ เงินคงที่อื่นๆ เหล่านี้ จะมีการให้ที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะบริษัทที่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น จะมีการจัดเงินคงที่เหล่านี้ให้มากมาย แต่เงินเดือนจะน้อยหน่อย ตรงกันข้ามกับบริษัททางตะวันตก แทบจะไม่มีเงินคงที่ือ่ื่นๆ เหล่านี้เลย จะมีเพียงเงินเดือน และค่าตอบแทนจูงใจในรูปแบบต่างๆ เท่านั้น โดยเน้นไปที่การบริหารที่ง่าย และเข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

ส่วนที่ 3 ก็คือเงินค่าตอบแทนจูงใจตามผลงาน ในส่วนนี้ก็จัดให้เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือจูงใจให้พนักงานสร้างผลงานให้กับบริษัท โดยทั่วไปก็จะประกอบไปด้วย ค่าขึ้นเงินเดือนตามผลงาน และโบนัสตามผลงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานมีแรงจูงใจในการสร้างผลงานที่ดีให้กับบริษัท

เงินทั้ง 3 ส่วนนี้ จะมีสัดส่วนที่ไม่เท่ากันในแต่ละธุรกิจ การจัดส่วนผสมของ Pay mix ที่ดีนั้น จะต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน อาทิ

  • ลักษณะของตำแหน่งงาน ถ้างานนั้นๆ สามารถเน้นไปที่การสร้างผลงานได้โดยใช้ตัวกระตุ้น เช่น ถ้าสร้างผลงานมาก ก็น่าจะได้เงินมากขึ้น งานลักษณะนี้จะเน้นไปที่ เงินจูงใจตามผลงานมากกว่า เงินเดือน ตำแหน่งงานที่ชัดเจนมากสำหรับส่วนผสมค่าจ้างแบบนี้ก็คือ เหล่าบรรดาพนักงานขายทั้งหลาย ซึ่งได้รับ commission เป็นค่าจ้างที่กระตุ้นให้สร้างผลงานมากกว่าเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
  • พิจารณาจากกลุ่มธุุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ว่าบริษัทเหล่านี้มีการจัดส่วนผสมของค่าจ้างอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้จากการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งก็มีหลายๆ บริษัทที่ปรึกษาที่รับทำการสำรวจค่าจ้าง เราก็จะสามารถมองเห็นวิธีการบริหารค่าจ้างของบริษัทในธุรกิจเดียวกันได้ เพื่อที่จะได้นำเอาข้อมูลเหล่านี้มาออกแบบการจ่ายค่าจ้างของบริษัทตนเองได้ เพื่อให้สามารถดึงดูดและรักษาพนักงานได้

นอกจากค่าจ้างใน 3 รูปแบบข้างต้นแล้วยังมีรูปแบบค่าจ้างแบบอื่นๆ อีก ซึ่งจะเขียนให้อ่านกันในวันต่อๆ ไปนะครับ องค์ประกอบของค่าจ้าง 3 รูปแบบข้างต้นนั้นถือเป็นองค์ประกอบปกติที่บริษัทส่วนใหญ่จัดให้กับพนักงานของตนเองครับ

จริงๆ ยังมีอีกหลายตัวครับ ไม่ว่าเรื่องของ ค่าตอบแทนความยากลำบาก ค่าตอบแทนจูงใจแบบระยะยาว ค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหารระดับสูง ฯลฯ ในวันพรุ่งนี้จะเขียนให้อ่านเพ่ิมเติมครับผม

3 ความคิดเกี่ยวกับ "องค์ประกอบของค่าจ้างค่าตอบแทน (ตอนที่1)"

Add yours

  1. – ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ ……มีคำถามครับ
    – ที่เก่าผมกำหนดค่าวุฒิการศึกษาไว้ตายตัวสำหรับแต่ละ Level แต่เมื่อได้รับ
    การปรับเลื่อน level ค่าตอบแทนตัวนี้ก็ปรับขึ้นตาม เช่น ผมเข้าทำงานด้วยวุฒิ
    อนุปริญญา ตอนปรับโครงสร้างเงินเดือนผมอยู่ Level 6 ค่าวุฒิการศึกษา 12,000 ตอนก่อน Early ผม level 9 อยู่ที่ 18,000 อย่างนี้จะเรียกว่าเป็น”เงินคงที่” ด้วยหรือไม่ครับ
    – ถ้าเป็นและมีสัดส่วนอย่างที่คุณประคัลภ์ว่าไว้ ค่าวุฒิการศึกษา ควรจะเป็นเท่าไหร่(กี่บาท)หรือกี่เปอร์เซนต์ สำหรับมาตรฐานแต่ละสาขาในเมืองไทย พอจะบอกได้มั๊ยครับ
    – อยากจะเรียกร้องให้คุณประคัลภ์ช่วย Post ใน Siam Hr เรื่องที่กำลังถกกันอยู่ตอนนี้เพิ่มเติมได้มั๊ยครับ เรื่อง การขึ้นค่าจ้างพื้นฐาน (รายวัน) แต่ละบริษัทควรขึ้นให้ใคร ยังไงจึงจะถูกต้อง และถูกใจ ครับ

    – รอตอนต่อไปอยู่ครับ ขอบคุณครับ
    lekhots@gmail.com

    1. เรียนคุณ Lekhots เรื่องของค่าวุฒิการศึกษานั้นผมไม่ค่อยเคยเห็นนะครับ โดยปกติจะกำหนดเป็นอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษา ซึ่งพอเข้ามาแล้วตัวนี้ก็ถือเป็นเงินเดือนของพนักงานคนนั้นไป จากนั้นก็มีการขึ้นเงินเดือนตามผลงานกันไป ดังนั้นวุฒิการศึกษานี้ก็เป็นแค่เพียงอัตราเริ่มต้นเท่านั้นครับ ส่วนที่ว่ามาว่ามีค่าวุฒการศึกษา ถ้าเป็นประเภทว่า จบปวช. ให้เพิ่มเติมอีก 5000 นอกเหนือจากเงินเดือน จบปตรี ได้เพิ่มอีก 10,000 บาทนอกเหนือจากเงินเดือน แบบนี้จะถือว่าเป็นเงินคงที่ครับผม ซึ่งผมยังสงสัยอยู่ว่าให้เพื่ออะไรกันแน่ ทั้งนี้การให้เงินคงที่นั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์ในการให้ที่ชัดเจน เพื่อจะได้รักษาและจูงใจพนักงานได้ดีขึ้นครับผม

      ถ้าเป็นค่าวุฒิการศึกษาในแบบหลังที่ผมกล่าวไป (เป็นเงินคงที่) อันนี้ผมไม่เคยเห็นจริงๆ นะครับ ที่เคยเห็นก็จะมีค่าวิชาชีพบ้าง เช่น จบปริญญาตรีมาใหม่ๆ เริ่มต้นที่วุฒินี้ก็คือ 12,000 บาท แต่ว่าเป็นตำแหน่งล่าม ก็เลยให้ค่าวิชาชีพล่ามอีก 5,000 บาท เป็นต้นครับ หรือ จบวิศวกรมาใหม่ ก็ได้ที่ 18,000 ถ้ามีใบ กว. อีกก็ได้เพิ่มอีก 3,000 เป็นต้น ครับ

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑