AI อาจช่วยให้คนทำงานเก่งขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้คนในองค์กรใกล้กันมากขึ้น

บทความ · HR Management · Future of Work

⬛ HR Insight

AI อาจช่วยให้คนทำงานเก่งขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้คนในองค์กรใกล้กันมากขึ้น

“องค์กรที่ทำได้ดีจริงในระยะยาว ไม่ใช่องค์กรที่มี AI เยอะที่สุด แต่คือองค์กรที่ใช้ AI ได้ฉลาด โดยที่ยังรักษาความเป็นมนุษย์ ความไว้วางใจ และความผูกพันของคนไว้ได้”


ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราคุยเรื่อง AI กันเยอะมาก คุยเรื่องความเร็ว ประสิทธิภาพ และการลดเวลาทำงาน ว่า AI ช่วยสรุป ช่วยเขียน ช่วยคิด และช่วยวิเคราะห์ได้แค่ไหน

แต่มีคำถามหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก และหลายองค์กรยังไม่ได้ถามกันอย่างจริงจัง

ในวันที่ AI เก่งขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานของคนแทบทุกวันนั้น AI กำลังช่วยให้คนทำงานดีขึ้นจริง หรือกำลังค่อยๆ ทำให้คนในองค์กรห่างกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว?


วันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป

บทความจาก Harvard Business Review ฉบับพฤษภาคม-มิถุนายน 2026 ของนักวิจัย Constance Noonan Hadley และ Sarah L. Wright ชี้ประเด็นนี้ไว้น่าสนใจมาก พวกเขาสำรวจพนักงานสายความรู้ 1,545 คนในสหรัฐฯ ที่ใช้ AI ในการทำงานเป็นประจำ และพบว่า 74% ใช้ AI เพื่อการสนับสนุนส่วนตัวอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง ไม่ใช่แค่สรุปงานหรือช่วยเขียนอีเมล แต่ใช้เพื่อขอคำแนะนำ ช่วยคิด ช่วยปลอบใจ และช่วยรับฟัง

แบ่งออกเป็นสี่เรื่องหลัก

64%  การเติบโตในอาชีพ

ใช้ AI เพื่อช่วยมองทางเลือกในอนาคต หรือหาโอกาสที่ตัวเองอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

54%  การพัฒนาตนเอง

ใช้ AI เพื่อช่วยคิดดีขึ้น เขียนดีขึ้น และจัดการสถานการณ์ยากในที่ทำงานได้ดีขึ้น

50%  ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคุย

บอกว่าเวลาคุยกับ AI แล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียว

35%  การรองรับทางอารมณ์

ใช้ AI เพื่อระบายความเครียดหรือขอคำแนะนำในสถานการณ์ที่ยาก

ถ้ามองเผินๆ หลายคนอาจบอกว่าดีไม่ใช่หรือ AI ช่วยคนได้มากขึ้น แต่มันมีอีกด้านหนึ่งที่ต้องระวัง


อยู่ท่ามกลางคน แต่ไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยง

สิ่งที่บทความนี้สะท้อนชัดมากคือ ความเหงาในที่ทำงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ทำงานคนเดียวหรือทำงานแบบ remote เท่านั้น

ผู้เข้าร่วมการศึกษาส่วนใหญ่ทำงานเป็นทีม มีการประชุม มีการคุยกับเพื่อนร่วมงาน และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำงานแบบ remote เต็มรูปแบบ แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีถึง 52% ที่รู้สึกเหงาในระดับปานกลางถึงสูงระหว่างการทำงาน

การมีคนอยู่รอบตัวไม่ได้แปลว่าคนรู้สึกมีความสัมพันธ์ การมีประชุมเยอะไม่ได้แปลว่าคนรู้สึกผูกพัน และการนั่งในออฟฟิศเดียวกันก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีความผูกพันต่อกันจริงๆ


AI ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาความเหงา

ถึงแม้คนจำนวนมากจะใช้ AI เพื่อการสนับสนุนส่วนตัว แต่มีเพียง 12% เท่านั้นที่บอกว่า AI ทำให้ตัวเองรู้สึกเหงาน้อยลงในการทำงาน

ตัวเลขนี้น่าคิดมาก เพราะมันบอกเราว่า AI อาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่สุดท้ายมันยังไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์แบบมนุษย์กับมนุษย์ได้จริง เพราะความสัมพันธ์จริงในที่ทำงานไม่ได้เกิดจากการมีคนตอบเราเก่ง แต่มันเกิดจากการมีคนที่เข้าใจบริบทเรา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา รู้ว่าเรากำลังเผชิญอะไร และทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพัง

AI อาจฉลาด แต่มันไม่ได้ “อยู่กับเรา” จริงๆ


4 ความเสี่ยงเงียบๆ ที่ผู้บริหารและ HR ต้องรู้

สี่เรื่องต่อไปนี้เป็นคนละประเด็นกับสี่รูปแบบการใช้ AI ที่กล่าวถึงข้างต้น นี่คือสิ่งที่งานวิจัยเตือนว่าอาจเกิดขึ้นกับองค์กรในระยะยาว

01  AI ทำให้คนพึ่งพากันน้อยลง

เมื่อ AI ตอบได้เร็วและพร้อมใช้งานตลอดเวลา คนก็อาจไม่ถามเพื่อนร่วมงาน ไม่ขอคำปรึกษา ไม่เดินไปคุยกัน การสำรวจของบริษัท MOO พบว่า 65% ของพนักงานหันไปถาม AI ก่อนที่จะถามเพื่อนร่วมงาน ในโลกของงาน ความสัมพันธ์ไม่ได้เกิดจากการอยู่เฉยๆ แต่มันเกิดจากการต้องพึ่งกัน ถ้าทุกอย่างถูกแทนที่ด้วย AI งานอาจเร็วขึ้น แต่ความสัมพันธ์อาจบางลง

02  ทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับคนค่อยๆ อ่อนลง

AI ไม่ตัดสินเรา ไม่ทำหน้าเบื่อ ไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด แน่นอนว่ามันคุยง่ายกว่าคนจริงๆ คนบางกลุ่มอาจเริ่มชินกับการเลือกช่องทางที่สบายกว่า จนค่อยๆ หลีกเลี่ยงการคุยกับคนจริง ถ้าเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ องค์กรจะไม่ได้เสียแค่การสื่อสาร แต่จะเสียทักษะในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในระบบด้วย

03  โอกาสสร้างความไว้วางใจหายไป

เวลาคนหนึ่งช่วยอีกคนหนึ่ง มันไม่ได้เกิดแค่การแก้ปัญหา แต่มันเกิดความรู้สึกว่า “ฉันพึ่งคุณได้” และ “เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน” ถ้าคนหันไปหา AI ก่อนเสมอ โอกาสเล็กๆ เหล่านี้จะหายไปทีละน้อย ทีมที่ไม่ค่อยต้องพึ่งพากัน มักจะกลายเป็นทีมที่ไม่ค่อยไว้ใจกันด้วย

04  ยิ่ง AI เหมือนคนมากขึ้น คนยิ่งรู้สึกถึงความไม่จริง

บางคนเรียกการคุยกับ AI ว่า “มิตรภาพปลอม” อีกคนบอกว่า “AI เหมือนผีที่มีประโยชน์ในออฟฟิศ อยู่ตรงนั้นเสมอและตอบสนองทุกอย่าง แต่ไม่เคยอยู่จริงๆ” นี่คือความเหงาอีกแบบหนึ่ง คือยิ่งรู้สึกว่าเหมือนมีใครสักคน แต่ลึกๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่คน และความรู้สึกแบบนี้อาจยิ่งทำให้บางคนรู้สึกว่างเปล่ามากขึ้นกว่าเดิม


สิ่งที่ผู้บริหารและ HR ต้องถามตัวเอง

งานวิจัยยังพบว่ามีเพียง 33% ของผู้เข้าร่วมที่เคยได้รับคำแนะนำจากผู้นำเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อความสัมพันธ์ในการทำงาน แปลว่าองค์กรจำนวนมากกำลังบอกพนักงานว่า “ใช้ AI สิ ใช้เยอะๆ ใช้ให้เป็น” แต่ยังไม่ได้บอกว่าใช้แค่ไหนถึงพอดี เรื่องอะไรควรกลับไปคุยกับคน และองค์กรจะรักษาความสัมพันธ์ของคนไว้ได้อย่างไรในโลกที่ AI อยู่ทุกจุดของงาน

เรากำลังเร่งการนำ AI มาใช้ แต่ยังไม่ได้ออกแบบผลกระทบด้านมนุษย์ให้ดีพอ

คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เรากำลังทำให้องค์กรเก่งขึ้นทางเทคโนโลยี แต่เปราะบางลงทางความสัมพันธ์หรือเปล่า?


สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้

นักวิจัยแนะนำ 5 สิ่งที่องค์กรควรทำ

01  วัดผลกระทบด้านความสัมพันธ์จริงจัง

อย่าวัดแค่ความถี่ในการใช้ AI หรือเวลาที่ประหยัดได้ แต่ต้องถามว่า AI ทำให้คนคุยกันน้อยลงไหม รู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นไหม และทีมแน่นแฟ้นขึ้นหรือน้อยลง

02  กำหนดให้ชัดว่าเรื่องไหนมนุษย์ต้องไม่หายไป

การโค้ช การให้คำปรึกษา การแก้ไขความขัดแย้ง และการสร้างทีม สิ่งเหล่านี้ถ้าปล่อยให้ AI มาแทนมากเกินไป องค์กรจะเสียแกนของความเป็นมนุษย์ไปเอง

03  ออกแบบ AI ให้พาคนกลับมาหากัน

AI ควรเป็นตัวเชื่อม ไม่ใช่ตัวแทน ควรช่วยบอกว่าใครควรคุยกับใคร ใครควร review เรื่องนี้ หรือสถานการณ์แบบไหนควรกลับไปคุยกับคนจริง

04  ใช้เวลาที่ประหยัดได้จาก AI คืนกลับไปสู่การสร้างความสัมพันธ์

ไม่ใช่ทำงานเพิ่ม แต่ใช้เวลานั้นเพื่อกิจกรรมที่ทำให้คนผูกพันกันมากขึ้น

05  สอนพนักงานเรื่องการใช้ AI อย่างมีสุขภาวะ

ไม่ใช่สอนแค่ว่าจะใช้ AI อย่างไร แต่สอนด้วยว่าเมื่อไรควรวาง AI ลง แล้วเดินไปคุยกับคนจริงๆ


โจทย์ใหญ่ของผู้นำในยุคนี้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่ว่า AI เก่งเกินไป แต่คือเราอาจกำลังเอาความสะดวกไปแลกกับความสัมพันธ์ของคนโดยไม่รู้ตัว งานวิจัยชิ้นนี้บอกชัดว่า สิ่งที่มีผลต่อความพึงพอใจในงานและความตั้งใจอยู่กับองค์กรมากที่สุด ไม่ใช่การใช้ AI แต่คือคุณภาพความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

“องค์กรที่ทำได้ดีจริงในระยะยาว ไม่ใช่องค์กรที่มี AI เยอะที่สุด แต่คือองค์กรที่ใช้ AI ได้ฉลาด โดยที่ยังรักษาความเป็นมนุษย์ ความไว้วางใจ และความผูกพันของคนไว้ได้”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑