เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมพนักงานที่เคยทำงานด้วยความกระตือรือร้น หรือเด็ก ๆ ที่เคยเล่นสนุกด้วยตัวเอง พอเราเริ่มเอา “รางวัล” เข้าไปล่อ หรือเอา “โบนัส” เข้าไปจับ แรก ๆ ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ทำไมผ่านไปสักพัก ความมุ่งมั่นเหล่านั้นกลับค่อย ๆ หายไป
แถมพอวันหนึ่งที่เรา หยุดให้รางวัล คนเหล่านั้นกลับหยุดทำพฤติกรรมดี ๆ นั้นไปเสียดื้อ ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็เคยทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่ง
วันนี้ผมได้อ่านข้อมูลที่น่าสนใจจากหนังสือ “Punished By Rewards” ของ Alfie Kohn ที่เขาอธิบายไว้อย่างเห็นภาพเลยครับว่า ทำไมรางวัลถึงกลายเป็น “ยาพิษ” ที่มาทำลายแรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) ซึ่งสรุปได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ
1. กิจกรรมนั้นถูก “ลดคุณค่า” ลง (Devaluation of the Activity)
เรื่องนี้เป็นจิตวิทยาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากครับ เมื่อไหร่ที่เราใช้ประโยคว่า “ถ้าทำสิ่งนี้… แล้วจะได้สิ่งนั้น” (Do this and you’ll get that) เรากำลังส่งสัญญาณบอกผู้รับสารโดยนัยว่า “ไอ้สิ่งที่เราให้เขาทำน่ะ มันไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัยในตัวมันเองหรอกนะ”
เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ มีการทดลองคลาสสิกของ Mark Lepper ที่ชื่อว่า “The Magic Marker Experiment” ครับ เขาศึกษาเด็กอนุบาลที่ชอบวาดรูปด้วยปากกาเมจิกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่ม:
- กลุ่มที่ 1 (คาดหวังรางวัล) บอกเด็กว่า “ถ้าหน้าวาดรูปสวยๆ จะได้รับใบประกาศนียบัตรยอดเยี่ยม”
- กลุ่มที่ 2 (รางวัลเซอร์ไพรส์) ให้เด็กวาดรูปปกติ แต่พอวาดเสร็จก็นำใบประกาศมาให้เป็นของขวัญโดยที่เด็กไม่รู้ล่วงหน้า
- กลุ่มที่ 3 (ไม่ได้รับรางวัล) ให้วาดรูปตามปกติโดยไม่มีรางวัลใดๆ
ผลลัพธ์ที่น่าตกใจคือ: ผ่านไป 2 สัปดาห์ เมื่อนักวิจัยแอบสังเกตช่วงเวลาเล่นอิสระ เด็กกลุ่มแรกที่เคย “ได้รับคำมั่นว่าจะได้รางวัล” กลับ ลดความสนใจในการวาดรูปลงอย่างฮวบฮาบ และคุณภาพงานวาดก็ต่ำลงด้วย ในขณะที่กลุ่มอื่นยังคงสนุกกับการวาดรูปเหมือนเดิม
ตรรกะเบื้องหลัง: เด็กกลุ่มแรกเริ่มมองว่า การวาดรูปคืองาน หรือ เงื่อนไขที่ต้องทำเพื่อให้ได้กระดาษใบหนึ่งมา เมื่อไม่มีใครมาสัญญาว่าจะให้รางวัล เขาก็ไม่รู้จะวาดไปทำไม เพราะความสนุกในการวาดมันถูกแทนที่ด้วย “ความอยากได้รางวัล” ไปเสียแล้วครับ
2. การสูญเสียความเป็นอิสระ (Loss of Autonomy / Control)
นี่คือคำอธิบายเชิงลึกที่นักจิตวิทยาอย่าง Edward Deci และ Richard Ryan ให้ความสำคัญมากครับ มนุษย์เรามีความต้องการพื้นฐานที่จะรู้สึกว่า “ตนเองเป็นคนเลือกเอง” (Self-determination) หรือเป็น “ต้นกำเนิด” ของการกระทำนั้นๆ
เมื่อรางวัลถูกนำเข้ามาใช้ในลักษณะเงื่อนไข มันจะถูกมองว่าเป็น เครื่องมือในการควบคุม ทันทีครับ เมื่อเรารับรางวัลเพื่อแลกกับการทำบางอย่าง เราจะรู้สึกว่าพฤติกรรมของเราถูก ดึง หรือ บงการ จากภายนอก ไม่ได้เกิดจากความต้องการภายในของตนเองอีกต่อไป
ตัวอย่างในที่ทำงาน: พนักงานคนหนึ่งเป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบอาสาช่วยเพื่อนร่วมงานเสมอ วันหนึ่งบริษัทอยากส่งเสริมเรื่องนี้เลยประกาศว่า “ใครช่วยเพื่อนแบบนี้ จะได้รับคะแนนสะสมแลกของรางวัล” ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ พนักงานคนเดิมจะเริ่มรู้สึกว่าการช่วยเพื่อนไม่ใช่เรื่องของน้ำใจอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการ “ทำยอดสะสมแต้ม”
ความรู้สึกเป็นอิสระหายไป เขาจะรู้สึกเหมือนถูกระบบบังคับให้ทำ เมื่อไหร่ที่ระบบคะแนนหายไป เขาจะหยุดช่วยเพื่อนทันที เพราะความภูมิใจจากการเป็น ผู้ให้ ถูกแทนที่ด้วยการเป็น ผู้รับจ้างไปเรียบร้อยแล้ว
บทสรุปที่น่าคิด
จากทั้งสองสาเหตุและผลการทดลองของ Mark Lepper จะเห็นได้ว่ารางวัลภายนอกมันเข้าไปเปลี่ยน “ความหมาย” ของสิ่งที่ทำ
- มันทำให้กิจกรรมนั้นดู มีค่าน้อยลง (ถ้าดีจริง ทำไมต้องจ้างให้ทำ?)
- มันทำให้ผู้ทำรู้สึก ถูกควบคุม (สูญเสียความเป็นอิสระในการทำเพื่อความสุขส่วนตัว)
เหมือนเรื่องเล่าคลาสสิกของ “ชายชรากับเด็กแสบ” ที่เด็กๆ ชอบมาตะโกนหน้าบ้าน ชายชราเลยใช้วิธีจ่ายเงินจ้างให้เด็กมาตะโกน (ให้รางวัล) แล้วค่อยๆ ลดเงินรางวัลลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเด็กๆ เลิกตะโกนไปเอง เพราะรู้สึกว่า “ไม่คุ้มที่จะทำ” ทั้งที่ตอนแรกพวกเขาทำเพราะความสนุกล้วน ๆ
คำถามที่ฝากไว้ให้คิด คือ ในองค์กรของคุณ หรือในบ้านของคุณ วันนี้เรากำลังทำลายความกระตือรือร้นของคนรอบข้างด้วยการ “ติดสินบน” มากเกินไปหรือเปล่าครับ?
จริงอยู่ที่รางวัลอาจกระตุ้นผลงานได้ในระยะสั้น แต่ถ้าเราต้องการ “ใจ” และ “ความยั่งยืน” การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมความภูมิใจและให้คนมีอิสระในการสร้างสรรค์งาน อาจจะเป็นรางวัลที่แท้จริงมากกว่าครับ
หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารคนและบริหารใจนะครับ
แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ
ใส่ความเห็น