หลายองค์กรมีฉากคลาสสิกแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก…
- ผู้นำเข้าประชุมสาย
- นั่งได้แป๊บเดียว ก็บอกว่า “ผมมีนัดอื่นนะ ขอออกก่อน”
- บางวาระเลือกไม่เข้ามาเลย เพราะ “คิดว่าไม่สำคัญ”
แต่หลังจากนั้น พอทีมตัดสินใจไปตามที่ประชุมไว้ กลับมาพูดว่า “ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ใครเป็นคนตัดสินใจ ทำไมไม่มาปรึกษาผมก่อน” จนหลายครั้งต้องวนเวียนถอยกลับมาทำงานเดิม ทั้ง ๆ ที่ควรจะเดินหน้าไปไกลแล้ว
ทั้งที่ตัวเอง เป็นคน “ไม่อยู่” ในตอนที่ควรอยู่ แล้วสุดท้ายจบด้วยการ “ดุคนอื่น” มากกว่า “ทบทวนตัวเอง”
คำถามคือ… แบบนี้เรียกว่าเป็นผู้นำที่ดีได้จริงหรือ?
1. ผู้นำแบบ ไม่อยู่ แต่โวยทีหลัง ส่งสารอะไรออกไปบ้าง
พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาทประชุม แต่มันกำลังส่ง “สัญญาณแย่ ๆ” หลายอย่างกับทั้งทีมและทั้งองค์กร
- ส่งสัญญาณว่าเรื่องของทีม “ไม่สำคัญเท่าเรื่องของฉัน”
การลุกออกจากห้องก่อนเวลา หรือเลือกไม่เข้าประชุมบางเรื่อง เพราะมองว่า “ไม่สำคัญ” ทั้งที่เป็นเรื่องของทีม/องค์กร แปลตรง ๆ ได้ว่า “เรื่องของพวกคุณ อยู่ลำดับรองจาก agenda ของผม” - ทำให้คนสับสนว่า “สุดท้ายแล้วใครเป็นเจ้าของการตัดสินใจ”
ในห้องประชุม ทุกคนคิดว่า- คนที่อยู่ร่วมตัดสินใจ = เจ้าของ commitment แต่พอประชุมเสร็จ ผู้นำที่ไม่ได้อยู่ครบกลับมาบอกว่า “ไม่เคยเห็นชอบ” หรือ “ยังไม่โอเค” เท่ากับทำให้ทีมไม่แน่ใจว่า
- สรุปเราจะเชื่อ “ที่ประชุม” หรือ “อารมณ์ผู้นำหลังประชุม” กันแน่?
- สร้างบรรยากาศโทษกันไปมา มากกว่าวัฒนธรรมรับผิดชอบร่วมกัน
เมื่อ pattern เป็นแบบนี้บ่อย ๆ- ลูกน้องเริ่มคิดว่า “ยังไงสุดท้ายก็โดนย้อน”
- คนเริ่มป้องกันตัวเอง แทนที่จะโฟกัสที่งาน
- ทุกคนจะทำทุกอย่างให้ตัวเอง “เอาตัวรอด” มากกว่าคิดว่า “อะไรดีที่สุดต่อองค์กร”
- ฆ่าพลังของ Psychological Safety แบบเงียบ ๆ
ถ้าในใจลูกทีมเริ่มรู้สึกว่า “ทำดีไปก็โดนดุ ทำตามที่ประชุมสรุปก็โดนย้อน” คนจะเริ่มไม่กล้าคิด ไม่กล้าเสนอ ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะรู้ว่าต่อให้ทำตาม process ก็ยังมีสิทธิ์โดนตำหนิทีหลังได้อยู่ดี
2. ผู้นำที่ดี ไม่ใช่คนที่ “ต้องอยู่ทุกที่” แต่คือคนที่ “รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเลือกไม่อยู่ด้วย”
ต้องแฟร์กับผู้นำก่อนว่า ไม่มีใครสามารถเข้าได้ทุกประชุม อยู่ทุกห้อง อยู่ทุกเรื่อง ผู้นำที่มีหลายบทบาท ย่อมต้องเลือกอะไรสำคัญกว่าอะไรอยู่แล้ว อันนี้ เข้าใจได้ และเป็นเรื่องปกติ
แต่สิ่งที่แยก “ผู้นำที่ดี” ออกจาก “คนที่แค่มีตำแหน่ง” คือ ผู้นำที่ดี กล้ารับผิดชอบต่อผลลัพธ์ แม้ในห้องนั้นตัวเองไม่ได้อยู่ครบตั้งแต่ต้นจนจบ
ในทางปฏิบัติ ผู้นำที่ดีจะทำแบบนี้มากกว่า…
- ถ้าไปไม่ได้ – วางคนแทนที่มีอำนาจตัดสินใจชัดเจน
ไม่ใช่แค่ “ส่งตัวแทนไปนั่งจด” แต่คือมอบหมายว่า- คุณเป็น delegate ของผม
- ถ้าในที่ประชุมต้องตัดสินใจอะไรใน scope นี้ ให้คุณตัดสินใจแทนผมได้ แล้วหลังประชุม ผู้นำต้อง เคารพการตัดสินใจนั้น ไม่ใช่ย้อนทุกอย่างทิ้ง
- ถ้าออกก่อน – เคารพในสิ่งที่ห้องประชุมสรุปร่วมกัน ถ้าคุณเลือกเดินออกก่อนเวลา แปลว่าคุณยอมรับล่วงหน้าว่า
- สิ่งที่สรุปต่อจากนี้ คุณจะ “ตามให้ทัน” ไม่ใช่ “ย้อนกลับไปล้มโต๊ะ” ผู้นำที่ดีจะถามมากกว่าโวย
“สรุปตอนท้ายตกลงกันอย่างไร ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อย” แทนที่จะเปิดด้วย“ทำไมไม่มีใครบอกผม ทำไมผมไม่รู้เรื่อง?”
- ถามตัวเองก่อนโทษคนอื่นว่า “ผมพลาดตรงไหน”
เวลามีเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ ผู้นำแบบรับผิดชอบจะคิดก่อนว่า- ผมจัดลำดับความสำคัญการประชุมพลาดไหม
- ผมอ่านเอกสารก่อนเข้าประชุมหรือยัง
- ผมสื่อสาร expectation กับทีมชัดหรือไม่ แล้วค่อยคุยกับทีมอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการตำหนิ
3. ปัญหาจริง ๆ อาจไม่ใช่ “ประชุม” แต่คือ “ทัศนคติเรื่องความเป็นเจ้าของ”
พฤติกรรม “ไม่อยู่แต่โวยทีหลัง” มักสะท้อน mindset บางอย่าง เช่น
- มองว่าตัวเองคือศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ ทุกอย่างต้องผ่านฉัน ต้องปรึกษาฉัน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ลงมาอยู่ใน process จริง ๆ แบบนี้องค์กรจะโตได้จำกัด เพราะทุกเรื่องต้องกลับมารอ “เจ้าของเดียว”
- ไม่ชัดเจนเรื่อง governance และบทบาทการตัดสินใจ
- เรื่องไหนเป็นของทีม
- เรื่องไหนต้องถึง level ผู้นำ
- เรื่องไหนให้ที่ประชุมมีอำนาจเต็ม ถ้าองค์กรไม่มีความชัดเจนในจุดนี้ ผู้นำเองก็มีแนวโน้ม “เข้าแทรกทุกเรื่อง” โดยไม่รู้ตัว
- กลัวการเสียอำนาจ มากกว่ากลัวองค์กรเดินช้า
ผู้นำบางคนไม่ยอมปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจ เพราะกลัว control หลุด แต่ผลข้างเคียงคือทุกอย่างต้องรอเขาคนเดียว และพอทีม “กล้าตัดสินใจไปก่อน” ก็โดนย้อนว่า “ทำไมไม่มาปรึกษา”
4. ถ้าอยากเป็นผู้นำที่ “น่านับถือจริง ๆ” มากกว่ามีแค่ตำแหน่ง ควรเริ่มจากอะไร
ลองใช้เคสนี้เป็นกระจกส่องตัวเองตรง ๆ เลย
4.1 ทบทวนตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
ถามตัวเองแบบไม่ต้องสวยหรูว่า…
- ผมเคยออกจากห้องประชุมก่อน แล้วกลับมาโวยทีหลังไหม
- ผมเคยไม่เข้าเรื่องที่คิดว่า “ไม่น่าเกี่ยว” แต่พอมีปัญหาก็ย้อนถามว่า “ทำไมผมไม่รู้” หรือเปล่า
- ผมให้เกียรติเวลาของทีมเท่ากับที่ผมอยากให้เขาให้เกียรติเวลาของผมหรือไม่
ถ้าคำตอบคือ “ใช่ ผมเคยทำ” ก็ไม่ต้องโทษตัวเองเกินเหตุ
แค่ ยอมรับ และเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งแต่วันนี้
4.2 ตั้งกติกาให้ชัดเจนเรื่องการประชุมและการตัดสินใจ
- ถ้าผมไม่อยู่ในห้อง แต่ delegate ของผมอยู่ ผมจะ ยอมรับการตัดสินใจของเขา
- ถ้าผมต้องออกก่อน ผมจะใช้วิธี “ถามเพื่อเข้าใจ” แทนการ “กล่าวหา”
- ถ้ามีเรื่องไหนที่ผมคิดว่าต้องมีส่วนร่วมจริง ๆ ผมต้องจัดลำดับความสำคัญให้ตัวเอง “อยู่ให้ครบ” ไม่ใช่หวังจะ control ทีหลัง
4.3 เปลี่ยนจาก “ทำไมผมไม่รู้” เป็น “เราจะทำให้รู้ทันกันมากขึ้นได้อย่างไร”
แทนที่จะถามลูกทีมว่า
“ทำไมไม่มีใครบอกผม?”
ลองเปลี่ยนเป็น
“เราควรมีช่องทางหรือรูปแบบไหน ที่ทำให้ผมและทุกคนรู้เท่าทันกันได้ดีกว่านี้?”
คำถามชุดหลัง จะพาองค์กรไปสู่
- ระบบสื่อสารที่ดีขึ้น
- วิธีสรุปประชุมที่ชัดขึ้น
- และวัฒนธรรมที่ทุกคนช่วยกัน “แก้ระบบ” แทนที่จะ “โทษคน”
5. สรุป: ผู้นำไม่ได้วัดกันที่ “อยู่ครบทุกห้อง” แต่วัดกันที่ “ไม่หนีความรับผิดชอบ”
กลับไปที่คำถามแรกของเรื่องนี้
ผู้นำที่เข้าประชุมไม่ครบ ไม่มาบางวาระเพราะคิดว่าไม่สำคัญ แล้วกลับมาบ่นทีหลังว่า “ทำไมผมไม่รู้เรื่อง” แถมยังดุคนอื่น ทั้งที่ตัวเองเป็นคนไม่มาเอง แบบนี้เป็นผู้นำที่ดีหรือเปล่า?
คำตอบตรง ๆ คือ
- เป็น “ผู้นำตามตำแหน่ง” ได้
- แต่ยัง ไม่ใช่ “ผู้นำที่คนอยากเดินตาม”
ผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปทุกที่ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างพร้อมกันในวินาทีแรก แต่ จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลของสิ่งที่ตัวเอง “เลือกไม่อยู่ด้วย” และต้องเคารพความพยายามของคนที่กำลังพยายามขับเคลื่อนงานแทนเขา
ถ้าวันหนึ่งคุณอยากเป็นผู้นำที่คนทั้งทีม “นับถือจากใจ” ลองเริ่มง่าย ๆ จากตรงนี้ก่อนเลย:
- ถ้าไม่อยู่ – ตั้งใจ delegate ให้ดี
- ถ้าออกก่อน – ให้เกียรติสิ่งที่ห้องประชุมสรุปร่วมกัน
- ถ้าพลาด – กล้าถามตัวเองก่อนจะดุคนอื่น
เพราะสุดท้ายแล้ว ความน่าเชื่อถือของผู้นำ ไม่ได้เกิดจากจำนวนประชุมที่เข้าร่วม แต่เกิดจาก “วิธีรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเลือกทำและไม่ทำ” ต่างหาก
ใส่ความเห็น