ในหลายองค์กรวันนี้ “HR” ไม่ได้ถูกมองเพียงแค่หน่วยงานสนับสนุนอีกต่อไป แต่คือ “พันธมิตรทางธุรกิจ” ที่ต้องเข้าใจทั้งคนและกลยุทธ์องค์กรอย่างลึกซึ้ง บทบาทของ HR Business Partner (HRBP) จึงเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ — เป็นการก้าวจาก “ฝ่ายบุคคล” ที่เน้นเอกสาร สู่ “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” ที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยคน
ความแตกต่างระหว่าง HR Office และ HRBP
| ประเด็น | HR Office (Traditional HR) | HRBP (Strategic HR) |
| บทบาทหลัก | ดำเนินการตามนโยบาย เช่น เงินเดือน สวัสดิการ เอกสารต่าง ๆ | ทำงานร่วมกับผู้บริหารเพื่อวางกลยุทธ์คนให้สอดคล้องกับธุรกิจ |
| จุดโฟกัส | กระบวนการ (Process-driven) | ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Outcome-driven) |
| ลักษณะงาน | งานประจำ เช่น Payroll, Leave, Recruitment Administration | วิเคราะห์ วางแผน และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านคน |
| ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น | ผู้ให้บริการ (Service Provider) | พันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partner) |
| วิธีคิด | ทำตามขั้นตอน | คิดเชิงกลยุทธ์ มองภาพรวมขององค์กร |
| ตัวชี้วัดผลงาน (KPIs) | ความถูกต้องและตรงเวลา | การมีส่วนร่วมต่อเป้าหมายธุรกิจ เช่น Productivity, Engagement, Turnover |
เส้นทางพัฒนา: จาก “ผู้ดูแลงานคน” สู่ “ผู้ขับเคลื่อนคนเพื่อธุรกิจ”
การพัฒนา HR ให้เป็น HRBP ไม่สามารถเกิดขึ้นในวันเดียว แต่ต้องอาศัย “การเปลี่ยนวิธีคิด” ควบคู่กับ “การพัฒนาทักษะใหม่” ตามลำดับขั้นต่อไปนี้
ขั้นที่ 1: เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง
- ศึกษาโครงสร้างรายได้ ต้นทุน และโมเดลการดำเนินธุรกิจขององค์กร
- เข้าใจว่าผลลัพธ์ทางการเงิน (เช่น ROA, EBITDA, หรือ Revenue Growth) เชื่อมโยงกับ “คน” อย่างไร
- ร่วมประชุมกับหน่วยงานธุรกิจเพื่อฟังปัญหาและความต้องการจริง
ขั้นที่ 2: พัฒนา Business Acumen และ Data Literacy
- เรียนรู้การอ่านงบการเงินเบื้องต้น และวิเคราะห์ข้อมูลคน (People Analytics)
- ใช้ข้อมูลเชิงลึก เช่น Turnover Trend, Productivity, Engagement Score เพื่อวางกลยุทธ์คน
- เข้าใจว่า “ตัวเลขของคน” สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจได้บ้าง
ขั้นที่ 3: สร้างความเป็นที่ปรึกษา (Consulting Mindset)
- ฟังอย่างเข้าใจ (Active Listening) และตั้งคำถามเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ปัญหา
- เสนอแนวทางแก้ไขที่สมดุลระหว่างผลลัพธ์ทางธุรกิจและผลประโยชน์ของพนักงาน
- สื่อสารเชิงโซลูชัน (Solution-based Communication) มากกว่าการรายงานปัญหา
ขั้นที่ 4: เชื่อมโยงกลยุทธ์คนกับกลยุทธ์องค์กร
- แปลงเป้าหมายธุรกิจให้กลายเป็นกลยุทธ์คน เช่น ถ้าองค์กรต้องการ “ขยายตลาดใหม่” HRBP ต้องวางแผนเรื่อง Talent, Capability และ Structure ที่จะรองรับ
- ร่วมกับผู้บริหารออกแบบ Workforce Planning และ Talent Strategy ให้ตอบโจทย์
ขั้นที่ 5: พัฒนา Influence และ Credibility
- HRBP ที่ดีต้องได้รับ “ความเชื่อถือ” จากผู้นำหน่วยงาน
- มีความกล้าที่จะให้มุมมองที่แตกต่าง และสามารถโน้มน้าวอย่างมีหลักฐาน
- เข้าใจการเมืองในองค์กรอย่างมืออาชีพ แต่ไม่ถูกดูดเข้าไปในเกม
คุณสมบัติของ HRBP ที่แท้จริง
- เข้าใจธุรกิจ (Business Understanding)
ไม่ใช่แค่เข้าใจงาน HR แต่ต้องรู้ว่าธุรกิจทำเงินอย่างไร และคนมีผลต่อผลลัพธ์อย่างไร - คิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking)
มองภาพใหญ่ วางแผนระยะยาว เชื่อมโยงกลยุทธ์คนกับทิศทางองค์กร - มีทักษะการสื่อสารและโน้มน้าว (Influencing & Communication Skills)
ถ่ายทอดเรื่องคนให้ผู้บริหารเข้าใจเป็นภาษาธุรกิจ และโน้มน้าวด้วยข้อมูล - ใช้ข้อมูลเป็น (Analytical & Data-driven)
วิเคราะห์ปัญหาเชิงเหตุผล ใช้ข้อมูลจริงแทนความรู้สึกในการตัดสินใจ - เข้าใจคนลึก (Empathy & Coaching Mindset)
มองเห็นความต้องการของคน เข้าใจแรงจูงใจ และสามารถเป็นโค้ชให้หัวหน้าและทีมได้ - กล้าและยืดหยุ่น (Courage & Adaptability)
กล้าที่จะพูดในสิ่งที่ควรพูด และปรับตัวได้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
บทบาทของ HRBP คือหัวใจของ HR ยุคใหม่ ที่ต้อง ขยับจากโต๊ะทำงาน ไปนั่งข้างผู้บริหารเพื่อร่วมตัดสินใจทางธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านจาก HR Office สู่ HRBP จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนตำแหน่ง แต่คือการเปลี่ยน วิธีคิด บทบาท และคุณค่า ของคนทำงาน HR เอง
อย่าให้ HRBP เป็นเพียงแต่ชื่อตำแหน่งที่ดูหรูหรา แต่งานและวิธีคิดของคนยังคงเป็นแบบ HR Officer อีกเลยนะครับ
ใส่ความเห็น