ในช่วงปลายปีที่องค์กรเริ่มพิจารณาปรับเงินเดือน คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในใจของผู้บริหารหลายคนคือ “พนักงานที่ผลงานแย่สุด ควรได้รับการปรับเงินเดือนหรือไม่?” และมักจะมีเสียงสะท้อนตามมาว่า
“ไม่สงสารเขาบ้างหรือ?”
“เขาเคยผลงานดีมาก่อนนะ”
“ถ้าไม่ให้เลย จะดูใจร้ายเกินไปไหม?”
บทความนี้จะชวนคิดอย่างรอบด้านถึงหลักการ “Pay for Performance” ว่าแท้จริงแล้วมันมีไว้เพื่ออะไร และองค์กรควรตัดสินใจอย่างไรเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อ่อนไหวเช่นนี้ ที่ต้องพบเจอแทบทุกปี
1. จุดประสงค์ของ Pay for Performance
หลักการ Pay for Performance (P4P) มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง “ระบบรางวัลที่ยุติธรรมและขับเคลื่อนผลงาน” — หมายถึงให้รางวัลตอบแทนตามความแตกต่างของผลงานจริง เพื่อให้พนักงานเห็นว่าองค์กรให้ค่ากับความทุ่มเท ความรับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงอายุงานหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว
ถ้าองค์กรยังให้รางวัลกับทุกคนเท่ากัน แม้ผลงานต่างกันมาก ความตั้งใจของระบบ P4P จะถูกทำลายทันที เพราะพนักงานที่ตั้งใจจะรู้สึกว่า “ทำดีไปก็เท่านั้น” และพนักงานที่ผลงานต่ำก็จะไม่ได้รับสัญญาณที่ชัดว่าเขาควรพัฒนา
2. แล้วพนักงานที่ผลงานแย่ ควรได้ขึ้นไหม?
คำตอบคือ ควรขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์กรและการสื่อสารที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น
แต่โดยหลักของ P4P แล้ว — ถ้าองค์กรใช้ระบบการประเมินผลอย่างเป็นธรรม มีข้อมูลผลงานที่ชัดเจน และมีการพูดคุยให้ Feedback มาตลอดปี การไม่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่ผลงานต่ำสุด ถือเป็น “การส่งสัญญาณทางการบริหาร” ที่ถูกต้อง
เพราะการขึ้นเงินเดือนคือ “การให้รางวัล” ไม่ใช่ “การช่วยเหลือ”
องค์กรอาจช่วยเหลือด้วยวิธีอื่น เช่น แผนพัฒนา (PIP), การโค้ช, หรือการปรับบทบาท แต่ไม่ควรใช้การปรับเงินเดือนเป็นเครื่องมือทางอารมณ์
แต่ถ้าบางองค์กรอยากจะขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่มีผลงานแย่สุด ก็ต้องอยู่ในอัตราที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับพนักงานที่มีผลงานดีปกติ และโดดเด่น มิฉะนั้นแล้วเราจะไปทำลายแรงจูงใจของพนักงานที่มีผลงานดีทันที
3. เหตุผลที่ผู้บริหารมักลังเล
หลายองค์กรไม่ได้ขาดระบบ แต่ขาด ความกล้าที่จะตัดสินใจอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุผลเช่น:
- ความเห็นใจส่วนตัว: เคยทำผลงานดีมาก่อน หรือมีปัญหาส่วนตัวที่เข้าใจได้
- ความเกรงใจ: กลัวจะถูกมองว่าไม่เห็นคุณค่าของคนเก่า
- ความกลัวผลกระทบ: กลัวพนักงานลาออกหรือสร้างความไม่พอใจในทีม
แต่หากมองในระยะยาว การ “ละเว้น” เพื่อความสบายใจระยะสั้น กลับทำให้ระบบขาดความน่าเชื่อถือ และเกิดความไม่เป็นธรรมในสายตาคนที่ทำดีจริง
4. วิธีจัดการอย่างมีมนุษยธรรมแต่ไม่เสียหลักการ
การไม่ปรับเงินเดือนให้พนักงานที่ผลงานต่ำ ไม่จำเป็นต้องเป็นการ “ตัด” หรือ “ลงโทษ” เสมอไป หากองค์กรบริหารด้วยความเข้าใจ สามารถทำได้อย่างสร้างสรรค์ เช่น:
- สื่อสารล่วงหน้า ว่าการปรับเงินเดือนขึ้นอยู่กับผลงาน ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติประจำปี
- ให้ Feedback อย่างต่อเนื่อง ตลอดปี ไม่ใช่เพิ่งบอกตอนประเมิน
- แสดงความปรารถนาดี ด้วยการเสนอแผนพัฒนา (PIP) หรือ Coaching Plan
- ให้ความหวังที่มีเงื่อนไข ว่า “ถ้าปรับปรุงตามแผนได้ ผลตอบแทนในรอบถัดไปจะสะท้อนผลงานที่ดีขึ้น”
สรุปได้ว่า ความเป็นธรรมด้านการให้รางวัล ไม่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจกันในด้านนี้
การบริหารคนด้วยหัวใจ ไม่ได้หมายความว่าต้อง “ใจอ่อน” หรือ “สงสาร” จนระบบเสียสมดุล การไม่ให้ขึ้นเงินเดือนในบางกรณี คือการให้โอกาสอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เขาเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงและกลับมาด้วยความเข้าใจในคุณค่าของผลงานจริง
สุดท้ายแล้ว Pay for Performance ไม่ได้เป็นเพียงระบบจ่ายเงินเดือน แต่เป็น ระบบที่สร้างวัฒนธรรมของความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม เพราะในองค์กรที่ยุติธรรม คนดีจะกล้าเติบโต และคนที่ยังไม่ดีพอจะรู้ว่าต้องพัฒนาอะไรเพื่อให้ได้รับโอกาสต่อไป
ใส่ความเห็น