The Performance Pipeline ขับเคลื่อนผลงานขององค์กรอย่างไรให้สำเร็จ

ในยุคปัจจุบันที่ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อรับมือกับความซับซ้อนนี้และบรรลุความสำเร็จอย่างยั่งยืน ธุรกิจจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนที่กำหนดบทบาท หน้าที่ และผลลัพธ์ที่คาดหวังในทุกระดับของการบริหารจัดการ แนวคิด The Performance Pipeline จากหนังสือของ Stephen Drotter มีแนวคิดที่ดีในการขับเคลื่อนผลงานขององค์กรที่ดี เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Performance Pipeline

แนวคิดหลักนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ ทุกระดับภายในองค์กร ตั้งแต่ พนักงาน ไปจนถึง CEO มีจุดประสงค์เฉพาะและต้องส่งมอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้ที่เฉพาะเจาะจง กรอบการทำงานนี้ทำให้มั่นใจได้ว่างานจะไหลไปตามต่อส่งผลงานอย่างมีประสิทธิภาพจากบนลงล่าง ลดช่องว่างและความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

องค์ประกอบสำคัญของ Performance Pipeline

Performance Pipeline ผลลัพธ์ของงานที่แตกต่างกันของตำแหน่งในแต่ละระดับในองค์กร

  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO): CEO มีหน้าที่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในระยะยาวและความต่อเนื่องในผลงานขององค์กร ซึ่งรวมถึงการกำหนดกรอบการทำงานเชิงกลยุทธ์ การส่งเสริมทีมที่มีประสิทธิภาพสูง และการสร้างความมั่นใจในความสำเร็จทางการเงิน และการบริหารทรัพยากรบุคคลในภาพรวมขององค์กรให้ได้
  • ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ จะดูแลธุรกิจหลายประเภท และสร้างความเชื่อมโยงสอดคล้องระหว่างกลยุทธ์ขององค์กรกับกลุ่มธุรกิจที่ต้องไปด้วยกัน ดูแลผลลัพธ์ของทั้งกลุ่มธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมาย
  • ผู้จัดการธุรกิจ รับผิดชอบต่อความสามารถในการทำกำไร และการวางแนวทางเชิงกลยุทธ์ของหน่วยธุรกิจของตนเอง ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด และต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรด้วยเช่นกัน
  • ผู้จัดการฝ่าย/หัวหน้าหน่วยงาน มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยการสร้างความมั่นใจในความเป็นเลิศของฝ่ายงานของตนเอง ตามหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่าย โดยให้ภาระกิจของฝ่ายต้องส่งผลลัพธ์ที่เป็นการสนับสนุนงานขององค์กรเช่นกัน
  • พนักงาน ผู้มีส่วนร่วมแต่ละคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ การปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และการแสดงออกถึงการเป็นพนักงานที่ดีขององค์กร

ประโยชน์ของการนำ Performance Pipeline ไปใช้

องค์กรที่นำ Performance Pipeline ไปใช้สามารถบรรลุประโยชน์ได้หลากหลาย:

  • ปรับปรุงความชัดเจนและจุดเน้น: ด้วยการกำหนดผลลัพธ์ที่จำเป็นในแต่ละระดับอย่างชัดเจน Pipeline จะช่วยให้ผู้นำเข้าใจบทบาทและลำดับความสำคัญของตนเอง ลดความสับสน และปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม
  • ลดความต้องการผู้นำ: ขณะที่ผู้นำในทุกระดับเข้าใจจุดประสงค์ของตนเองและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรต่างๆ สามารถดำเนินการโดยมีผู้นำจำนวนน้อยลงแต่มีคุณภาพมากขึ้นได้ และช่วงการควบคุมดูแลก็สามารถเพิ่มขึ้นได้
  • ปรับปรุงการวัดผลการปฏิบัติงาน: Pipeline สนับสนุนการวัดผลลัพธ์ที่จำเป็นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ทางการเงิน ซึ่งนำไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ครอบคลุมมากขึ้น และขับเคลื่อนการพัฒนาจากตัวงานเอง
  • เพิ่มความโปร่งใส: Performance Pipeline ที่มีการกำหนดไว้อย่างดีให้ความโปร่งใสทั่วทั้งองค์กร ทำให้ผู้นำในทุกระดับสามารถเข้าใจงานที่กำลังทำและระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ปรับปรุงการตัดสินใจ: Pipeline ปรับปรุงการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการพิจารณาบุคลากร โดยการให้ข้อกำหนดงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและข้อมูลผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นของผู้สมัคร
  • การใช้เวลาของผู้นำที่เหมาะสมยิ่งขึ้น: โดยการชี้แจงผลลัพธ์ที่คาดหวัง Pipeline ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้นำจะมุ่งเน้นไปที่งานที่ถูกต้องในระดับที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลงานและประสิทธิภาพขององค์กรให้สูงสุด
  • การพัฒนาและการฝึกสอนที่มีประสิทธิภาพ: Pipeline ให้เป้าหมายที่ชัดเจนและอิงตามผลลัพธ์สำหรับการพัฒนาและการฝึกสอน ทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนเหล่านี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น

อย่าลืมนะครับว่า ผลงานขององค์กร มันมาจากผลงานของพนักงานทุกระดับไหลส่งผ่านกันเป็นต่อส่งผลงาน ถ้าท่อไหนตันหรือมีปัญหา ก็จะส่งผลต่อท่ออื่นที่จะต้องเพิ่มแรงดันผลงานมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายท่ออาจจะแตกได้ องค์กรก็เช่นกัน ถ้าต้องการผลงานตามเป้าหมาย ทุกหน่วยงาน พนักงานทุกระดับ ก็ต้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าหมายในหน้าที่ของตนเองด้วยเช่นกัน

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑