นิทานสอนใจ กระจกเงาแห่งใจ

คนเรามักจะชอบเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอยู่เสมอ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่า เทียบไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าคิดในทางลบแต่เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเราเปรียบเทียบกับผู้อื่น เพื่อมาพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม อันนี้ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อตนเอง ลองอ่านนิทานวันนี้ดูนะครับ เผื่อจะได้ข้อคิดอะไรจากนิทานเรื่องนี้มาปรับใช้กับชีวิตของตนเองได้

กาลครั้งหนึ่ง มีนักเดินทางหนุ่มผู้กระหายความรู้ เดินทางไปยังสำนักสงฆ์บนยอดเขา เพื่อขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์เซนผู้มีปัญญาญาณ

เมื่อมาถึง เขาพบท่านอาจารย์กำลังนั่งสงบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ นักเดินทางหนุ่มกล่าวด้วยความทุกข์ใจว่า “ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าทุกข์ใจยิ่งนัก ข้าพเจ้ามักจะเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นเสมอ เมื่อเห็นผู้อื่นมีสิ่งที่ดีกว่า ข้าพเจ้าก็รู้สึกด้อยค่าและไม่พอใจในตนเอง ข้าพเจ้าควรทำเช่นไรดี?”

ท่านอาจารย์เซนยิ้มอย่างเมตตา แล้วชี้ไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างๆ “ดูกระจกบานนั้นสิ” ท่านกล่าว

นักเดินทางหนุ่มมองเข้าไปในกระจก เห็นภาพสะท้อนของตนเอง “ข้าพเจ้าเห็นตัวเอง” เขากล่าว

“แล้วเจ้าเห็นอะไรอีก?” ท่านอาจารย์ถาม

นักเดินทางหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าพเจ้าเห็นเงาของต้นไม้ เห็นท้องฟ้า เห็นภูเขา”

“กระจกบานนี้สะท้อนทุกสิ่งโดยไม่เลือกปฏิบัติ” ท่านอาจารย์กล่าว “มันไม่เคยเปรียบเทียบว่าต้นไม้ต้นไหนสูงกว่า หรือท้องฟ้าสีไหนสวยกว่า มันเพียงสะท้อนความเป็นจริงที่ปรากฏ”

ท่านอาจารย์หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ “ใจของเจ้าก็เช่นกัน มันเป็นเหมือนกระจกเงา หากเจ้าปล่อยให้มันสะท้อนเพียงความรู้สึกอิจฉาและความไม่พอใจ เจ้าก็จะเห็นแต่ความทุกข์ แต่หากเจ้าเรียนรู้ที่จะมองด้วยใจที่เป็นกลาง ยอมรับความเป็นจริง และชื่นชมในความงามของทุกสิ่ง เจ้าก็จะพบกับความสงบสุข”

นักเดินทางหนุ่มเข้าใจในทันที เขาตระหนักว่าการเปรียบเทียบที่แท้จริงคือการเปรียบเทียบตัวเองในวันนี้กับตัวเองในเมื่อวาน การมองไปที่การเติบโตของตัวเอง และการชื่นชมในความงามของทุกสิ่งรอบตัว

นับแต่นั้นมา เขาก็ฝึกฝนที่จะมองโลกด้วยใจที่เป็นกลาง และพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การมีมากกว่าผู้อื่น แต่อยู่ที่การยอมรับและชื่นชมในสิ่งที่ตนเองมี

ข้อคิดจากนิทาน:

นิทานเซนเรื่องนี้สอนให้เราตระหนักว่าการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะมองมันในมุมมองที่แตกต่างได้ การเปรียบเทียบที่สร้างสรรค์คือการมองไปที่การเติบโตของตัวเอง และการชื่นชมในความงามของทุกสิ่งรอบตัว แทนที่จะจมอยู่กับความรู้สึกอิจฉาและความไม่พอใจ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑