สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว HR และผู้สนใจเรื่องการพัฒนาตนเองทุกท่าน วันนี้ผมอยากชวนมาคุยกันเรื่อง “ภาวะผู้นำ” กันหน่อย เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำนี้กันบ่อย ๆ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันมีกี่แบบ และแต่ละแบบควรใช้ยังไงถึงจะปัง!
ผมเองเคยทำงานมาหลายที่ เจอบอสมาหลายสไตล์ บางคนก็เก่ง บางคนก็… เอาเป็นว่าน่าปรับปรุงแล้วกันนะ 😅 แต่วันนี้ผมจะมาแชร์เรื่อง 6 สไตล์ภาวะผู้นำที่คุณ Daniel Goleman เขาว่าเอาไว้ แถมจะบอกด้วยว่าเราจะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันยังไงให้ได้ผลจริง ไปดูกันเลยครับ
1. แบบบังคับ (Coercive) : บอสสั่ง ลูกน้องต้องทำ!
สไตล์นี้คือแบบที่บอสบอกอะไรมา ลูกน้องต้องทำเลย ไม่มีอิดออด ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมันก็มีข้อดีนะ
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: สมมติว่าคุณเป็นหัวหน้าทีมงานอีเวนต์ แล้ววันงานดันเกิดไฟดับกะทันหัน นี่แหละ! เวลาที่ต้องใช้สไตล์นี้ คุณต้องตัดสินใจเร็ว สั่งการชัดเจน “คนนี้ไปหาเทียน คนนั้นแจ้งแขก คนโน้นติดต่อการไฟฟ้า” ไม่มีเวลามานั่งถามความเห็นใคร
ข้อพึงระวัง อย่าใช้บ่อยเกินไป ไม่งั้นทีมงานจะหนีหมด เพราะไม่มีใครที่อยากทำงานกับคนที่ชอบสั่งอย่างเดียว
2. แบบมีอำนาจ (Authoritative) : ชี้เป้า บอกทาง แต่ไม่บังคับ
สไตล์นี้คือการที่ผู้นำบอกเป้าหมายชัดเจน แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องทำยังไง ให้อิสระในการคิด แต่คอยชี้แนะทิศทาง แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนแน่นอนทันเวลา
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: สมมติคุณเป็นหัวหน้าโปรเจค คุณอาจจะบอกทีมว่า “เราต้องเพิ่มยอดขาย 20% ภายในไตรมาสนี้ ใครมีไอเดียอะไรบ้าง?” แบบนี้ทีมจะรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร แต่ก็มีอิสระในการคิดวิธีการ
สไตล์นี้เวิร์คมากเวลาต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม หรือตอนที่บริษัทต้องปรับตัวครั้งใหญ่
3. แบบกำหนดมาตรฐานสูง (Pacesetting) : ทำให้ดู แล้วบอกว่า “ทำได้ไหม?”
สไตล์นี้คือการที่ผู้นำตั้งมาตรฐานไว้สูง แล้วคาดหวังให้ทีมทำได้แบบนั้น บางทีก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: ถ้าคุณเป็นโค้ชฟิตเนส คุณอาจจะบอกลูกค้าว่า “ผมอยากให้คุณวิดพื้น 50 ครั้งต่อวัน เดี๋ยวผมจะทำให้ดูก่อน แล้วคุณลองตามนะ” แบบนี้เป็นการท้าทายให้เขาพัฒนาตัวเอง
ข้อพึงระวัง อย่าใช้กับคนที่ยังไม่พร้อม หรือใช้บ่อยเกินไป เดี๋ยวทีมจะเครียด หรือรู้สึกว่าทำอะไรก็ไม่ดีพอ
4. แบบสร้างพันธมิตร (Affiliative) : เน้นความสัมพันธ์ ให้ความสำคัญกับคน
สไตล์นี้เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคน
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: สมมติคุณเพิ่งย้ายเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมใหม่ คุณอาจจะเริ่มด้วยการชวนทีมไปทานข้าวด้วยกัน พูดคุยเรื่องส่วนตัว ให้เวลากับการทำความรู้จักกันก่อนที่จะเริ่มงานจริงจัง
สไตล์นี้เหมาะมากเวลาที่ต้องการสร้างความสามัคคีในทีม หรือช่วยเยียวยาทีมหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก
5. แบบประชาธิปไตย (Democratic) : ฟังทุกเสียง ตัดสินใจร่วมกัน
สไตล์นี้คือการที่ผู้นำเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: ถ้าคุณเป็นหัวหน้าครอบครัว และต้องเลือกว่าจะไปเที่ยวไหนในวันหยุด คุณอาจจะเรียกทุกคนมาคุยกัน “เรามีงบประมาณเท่านี้ อยากไปไหนกันดี? ใครมีไอเดียบ้าง?” แบบนี้ทุกคนจะรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการตัดสินใจ
แต่ระวัง ถ้าใช้บ่อยเกินไปอาจจะทำให้ตัดสินใจช้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน
6. แบบสอนงาน (Coaching) : พัฒนาคน มองยาว
สไตล์นี้เน้นการพัฒนาคนในระยะยาว ช่วยให้เขาค้นพบจุดแข็งและพัฒนาตัวเอง
ใช้ยังไงให้เวิร์ค: สมมติคุณเป็นพี่ที่ออฟฟิศ มีน้องใหม่เข้ามา แทนที่จะแค่บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง คุณอาจจะถามเขาว่า “น้องอยากพัฒนาตัวเองด้านไหนบ้าง? พี่ช่วยอะไรได้มั้ย?” แล้วค่อยๆ สอน ให้คำแนะนำ และให้โอกาสเขาได้ลองทำ
สไตล์นี้อาจจะใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ในระยะยาวคุ้มค่ามาก เพราะคุณจะได้ทีมที่เก่งขึ้นเรื่อยๆ
สรุป: จะเป็นผู้นำยังไงให้ปัง?
1. รู้จักตัวเอง ลองสังเกตว่าปกติเราชอบใช้สไตล์ไหน แล้วมันเวิร์คมั้ย
2. ยืดหยุ่น อย่ายึดติดกับสไตล์เดียว ลองฝึกใช้หลายๆ แบบ
3. ดูสถานการณ์ แต่ละสถานการณ์อาจต้องใช้สไตล์ไม่เหมือนกัน
4. ฝึกอ่านคน ทีมแต่ละคนอาจต้องการการนำที่ต่างกัน
5. พัฒนาตัวเอง อ่านหนังสือ ดูคอร์สออนไลน์ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ
สุดท้ายนี้ อย่าลืมนะครับว่า การเป็นผู้นำไม่ได้จำกัดแค่ในที่ทำงาน เราสามารถเป็นผู้นำได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ในกลุ่มเพื่อน หรือในชุมชน ลองเอาสิ่งที่เราคุยกันวันนี้ไปลองใช้ดูนะครับ แล้วมาแชร์กันว่าได้ผลยังไงบ้าง!
ใส่ความเห็น