มาเป็น HR ที่พนักงานกด Like และ Love กันดีกว่า

HR สำคัญต่อองค์กรมากแค่ไหน ในยุคนี้ เราต่างทราบกันดีว่า HR มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรมากขึ้น CEO และผู้บริหารระดับสูงต่าง ก็เริ่มที่จะต้องวางแผนเรื่องคนในองค์กรให้รัดกุม และมีประสิทธิภาพ เพราะคนคือทรัพยากรสำคัญที่จะนำความสำเร็จ หรือความล้มเหลวมาสู่องค์กรได้ทั้งคู่

แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะมีหน่วยงาน HR ที่ทำหน้าที่ได้ดี พนักงานเองต่างก็มีความรู้สึกต่อฝ่าย HR ที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็ชอบมาก บางคนก็ชอบน้อย บางคนถึงกับเกลียดเลยก็มี คำถามก็คือ แล้วลักษณะของ HR ที่ดี ที่พนักงานพึงพอใจ ที่ผู้บริหารพึงพอใจ ควรจะเป็นอย่างไรดี

ผมก็ได้รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทำวิจัยเล็กๆ ของผมกับลูกค้าที่ผมทำงานด้วย โดยการสอบถามพนักงานในหน่วยงานต่างๆ ระดับต่างๆ ถึงความรู้สึกที่มีต่อฝ่าย HR ในองค์กร ว่าถ้าชอบ ชอบเพราะอะไร ถ้าไม่ชอบ ไม่ชอบเพราะอะไร ลองมาดูกันนะครับ

  • เป็นผู้ให้บริการที่ดี คำตอบแรกสุดของพนักงานก็คือ ต้องการให้พนักงานในHRเป็นคนที่มีจิตใจให้บริการอย่างเต็มที่ เรียกกว่าต้องมองพนักงานในองค์กรเหมือนเป็นลูกค้าจริงๆ เลย เวลาลูกค้าเข้ามาที่ฝ่ายก็ต้องให้การต้อนรับขับสู้อย่างดี เรียกว่าเข้ามาใช้บริการอะไร ก็ต้องมีคนให้บริการอย่างเป็นขั้นตอน จนกระทั่งพนักงานได้ในสิ่งที่ต้องการไปอย่างถูกต้อง พนักงานบางคน (บางบริษัท) บอกว่า “ไม่อยากเดินเข้าไปในฝ่าย HR เลย เพราะเดินเข้าไปทีไรเหมือนเข้าไปในแดนสนธยา เจอหน้าพนักงานในฝ่าย ก็มองเราเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ และก็ไม่เคยได้ยินพนักงาน HR พูดจากับเราดีๆ เลย มีแต่ชักสีหน้ารำคาญ และพูดจาเสียงดังเหมือนกับตะคอกใส่เราราวกับว่าเราไปทำอะไรให้เขารู้สึกแย่ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเขามากกว่า” ถ้าพนักงานส่วนใหญ่ในองค์กรรู้สึกแบบพนักงานคนนี้ รับรองว่าHRไม่มีทางได้ Like จากพนักงานแน่นอนครับ

  • เป็นผู้ที่เก็บความลับของพนักงานได้ อันดับสองที่เป็นความเห็นพนักงานว่าจะกด Like ให้กับHRก็คือ จะต้องเป็นหน่วยงานที่มีพนักงานที่เป็นคนที่สามารถเก็บความลับได้ เนื่องจาก HR จะรู้ความลับต่างๆ ของพนักงานแต่ละคนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินเดือน ที่อยู่อาศัย หนี้สินต่างๆ เรื่องของสุขภาพพนักงานที่อยู่ในประวัติพนักงานและจากผลการตรวจสุขภาพ รวมทั้งอาจจะมีเรื่องราวที่พนักงานเข้ามาขอคำปรึกษา หรือมาระบายให้ฟัง ฯลฯ ถ้าพนักงานใน HR นำเอาเรื่องส่วนตัวของพนักงานไปคุยกัน ไปนินทากัน หรือไปบอกกับคนอื่นๆ อย่าสนุกปาก แบบนี้ก็คงจะไม่มีใครชอบฝ่ายนี้แน่นอน พนักงานบางคนมาเล่าให้ฟังว่า “ตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้กันหมดแล้วว่าหนูป่วยเป็นโรคอะไร แถมยังมีหนี้สินเยอะไปหมด หนูอายมาก ไม่อยากเดินเข้ามาทำงานอีกเลย ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวของหนูนั้นไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนอกจากพี่ที่HR เพราะต้องการจะไปขอคำปรึกษา เห็นว่าพี่เขาอยู่ HR ก็น่าจะพอช่วยอะไรหนูได้ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นทุกคนรู้เรื่องของหนูหมด ตอนนี้ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” และสุดท้ายพนักงานคนนี้ก็อยู่ทำงานที่บริษัทนี้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะแค่เพียงพนักงานใน HR เอาเรื่องราวของเธอไปคุยกันอย่างสนุกปากนั่นเอง

  • ให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ของพนักงานได้ อันดับที่ 3 ก็คือถ้า HR สามารถให้ความช่วยเหลือพนักงานในเรื่องของการทำงานที่เกี่ยวข้องได้ ก็จะรู้สึกดี เพราะพนักงานบางคนเล่าให้ฟังเช่นกันว่า เวลาที่เขามีปัญหากับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ก็มักจะมาเล่าให้พี่ที่ HR ฟัง ซึ่งพี่คนนี้ก็ใจดีมาก ฟังเขาด้วยความตั้งใจ และเต็มใจพร้อมทั้งให้คำปรึกษาที่ดีมากทุกครั้ง ทำให้เขาเดินออกจาก HR ด้วยจิตใจที่อิ่มเอิบและมีความสุข พร้อมทั้งสามารถกลับไปทำงานได้อย่างสนุกสนานอีกครั้ง ผิดกับบางที่ นอกจากไม่สามารถให้คำปรึกษาแก่พนักงานในเรื่องของการทำงาน กฎระเบียบต่างๆ ฯลฯ ที่ HR ต้องรู้อยู่แล้ว ยังไม่เต็มใจที่จะให้พนักงานเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยซ้ำไป เรียกได้ว่า ไม่อยากให้พนักงานคนอื่นในองค์กรเดินเข้ามาในฝ่าย HR ไม่ยินดีต้อนรับใด ๆ ถ้าเข้ามาเมื่อไหร่ก็จะมีสีหน้าแววตา และท่าทางที่บอกให้เรารู้ว่า “จงรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”

  • เข้าหาพนักงานบ้าง ความเห็นถัดมาของพนักงานก็คือ ถ้าพนักงาน HR เดินไปเยี่ยมเยียนพนักงานบ้าง ก็จะดี โดยเฉพาะบริษัทที่มีโรงงานในการผลิต พนักงานบางคนบอกว่า นอกจากจะไม่อยากให้เราเข้าไปหาในฝ่ายแล้ว ยังไม่อยากออกมาดูแลงานนอกฝ่ายอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ HR พนักงานที่รู้สึกดีกับHRในองค์กรก็ให้ความเห็นว่า ที่บริษัทจะมีพี่ HR ที่คอยเดินเข้ามาในสายการผลิต เพื่อที่จะเข้ามาสอบถามทุกข์สุขต่างๆ ในการทำงาน มาทักทาย บางครั้งก็เอาของเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก ซึ่งทำให้เขากับเพื่อนร่วมงานมองว่า HR ที่นี่ให้ความใส่ใจกับพนักงานมาก ไม่ต้องให้พนักงานเดินเข้าไปหา แต่เดินออกมาหาพนักงานเองเลย และก็ไม่ใช่เป็นการเดินออกมาเพื่อจับผิดพนักงานด้วย นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พนักงานกด like ให้ HR

  • ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างแก่พนักงาน อันดับที่ 5 ที่พนักงานให้ความเห็นมาก็คือ HR ที่ดี จะต้องเป็นคนที่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท โดยต้องทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่พนักงาน ให้พนักงานได้เห็น ไม่ใช่เป็นคนเขียนกฎ คุมกฎ แต่ไม่ปฏิบัติตามกฎเสียเอง แบบนี้พนักงานก็ไม่ชอบเช่นกัน มีพนักงานเล่าให้ฟังว่า “ที่บริษัทจะมีกฎว่าห้ามเล่น Social ในระหว่างทำงาน ถ้าจับได้จะถูกใบเตือนเพื่อเป็นการลงโทษ แต่สิ่งที่พนักงานเห็นก็คือ เวลาเข้าไปที่ HR ที่ไร ก็จะเห็นพนักงานใน HR เล่น line เล่น Social กันอย่างสนุกสนาน พนักงานบางคนที่กล้าพูดหน่อยก็พูดในเชิงตักเตือนไปว่าทำไม HR เล่นได้ล่ะ ก็ถูกตอกกลับมาว่า ไม่ได้เล่น แต่ใช้ในการทำงาน” ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นว่าโพสสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานทั้งนั้น สุดท้ายพนักงานก็เลยหมดความเชื่อถือ HR

จริงๆยังมีอีกหลายเหตุผลที่พนักงานบอกมานะครับ แต่จะเป็นเหตุผลยิบย่อยแล้ว เช่น อยากให้ HR ทำงานมากกว่านี้ เพราะที่เห็นดูเหมือนกับว่าไม่ได้ทำงานอะไรเลย นั่งกันสบายใจ หรือ อยากให้ HR เป็นฝ่ายที่ให้ความเห็นทางด้านการบริหารคนของบริษัทได้ ไม่ใช่แค่ทำแต่งาน Admin ไปวันๆ ฯลฯ

ดังนั้นถ้า HR อยากให้พนักงานในบริษัทกด Like กด Love ให้เรามากๆ ก็คงต้องมีการปรับปรุงลักษณะการทำงานให้สอดคล้องกับความเห็นของพนักงานที่ผมได้รวบรวมมาข้างต้น มิฉะนั้นพนักงานคงจะ Unlike หมด หรือถ้าหนักหน่อยให้ Hate ได้คงให้ไปแล้วครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑