สิ่งที่ผู้สมัครงานมักจะโกหก หรือให้ข้อมูลเกินจริงได้ ถ้าเราไม่ตรวจสอบให้ดี

ช่วงนี้ที่บริษัทมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาบ้างไหมครับ ด้วยระบบการสรรหาคัดเลือกพนักงานใหม่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่จบใหม่ หรือที่มีประสบการณ์ เรามั่นใจได้แค่ไหนว่าเราจะได้ผู้สมัครที่ตรงกับคุณสมบัติที่เราต้องการจริง ๆ

การตรวจสอบเอกสารใบสมัคร หลักฐานการสมัครงานต่าง ๆ เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าเป็นเอกสาร หลักฐานที่ถูกต้องและเป็นความจริง ไม่มีเนื้อหาหรือประสบการณ์หรือสิ่งที่ผู้สมัครโกหกปะปนอยู่ในเอกสารเหล่านั้น

ที่เขียนแบบนี้เพราะว่า ได้มีโอกาสได้อ่านนิตยสาร HR Magazine ฉบับล่าสุดเดือน พฤษภาคม 2023 เขาเขียนถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นกึ่งงานวิจัย กึ่งโพลของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ชื่อว่า Resumebuilder.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสมัครงาน การหางาน เขาจะมีการให้คำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับการหางาน และการทำ Resume ที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน

งานวิจัยชิ้นนี้เข้าทำการวิจัยผู้สมัครงานที่ส่งเอกสารใบสมัครไม่ว่าจะเป็นจดหมายสมัครงาน ประวัติการทำงาน หลักฐานประกอบต่าง ๆ ที่ส่งให้กับองค์กร ก็พบว่าข้อมูลเหล่านี้มีเยอะมากที่ผู้สมัครดัดแปลง ต่อเติม ปรับปรุงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทำให้มันดูดีมากขึ้น ซึ่งการทำให้มันดูดีเหล่านี้ ในบางครั้งก็เป็นเรื่องของการตกแต่งข้อมูลให้เกินจริง บางเรื่องก็ใส่ประเด็นที่ไม่ใช่ความจริงเข้าไปในประวัติของตนเอง

งานวิจัยชิ้นนี้ได้สรุปว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่ผู้สมัครมักจะโกหก หรือเพิ่มเติมเสริมแต่งจนเวอร์เกินจริงไป

  • ประวัติการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มผู้สมัครที่มีประสบการณ์ในการทำงานมานานแล้ว ผ่านงานมาหลายปี และเมื่อถึงเวลาที่อยากจะเปลี่ยนงานให้ดีกว่าเดิม ก็เลยมีการเพิ่มเติมเรื่องของประวัติการศึกษาเข้าไป โดยที่คิดไปเองว่า ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ เช่น ไม่ได้จบต่างประเทศ ก็ใส่ว่าจบต่างประเทศมา บางคนเพิ่มเติมเรื่องของวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นไปอีกเล็กน้อย

  • ประสบการณ์ในการทำงาน เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ผู้สมัครมักจะโกหก และให้ข้อมูลที่อาจจะไม่เป็นความจริง ส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลที่ดูดีกว่าความเป็นจริง เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจของบริษัท บางคนใส่ประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างมากมาย พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยทำมา บางเรื่องอาจจะแค่ทำมาเล็กน้อย แต่ก็ใส่แบบจัดเต็มเหมือนกับว่าได้ทำงานนี้มาด้วยตนเองจริง ๆ อีกประเด็นที่พบกว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงก็คือ จำนวนปีประสบการณ์ที่ผ่านงานมา ก็มีที่ตกแต่งข้อมูลใหม่มาให้

  • ทักษะและความสามารถพิเศษ ประเด็นนี้ผู้สมัครสามารถที่จะใส่ทักษะ ความสามารถพิเศษต่าง ๆ ที่จะทำให้บริษัทเห็นความโดดเด่น เพื่อที่จะได้เรียกเข้าสัมภาษณ์ และตัดสินใจรับเข้าทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็มีผู้สมัครที่พยายามใส่ข้อมูลให้ดูดีเกินจริงไปมาก ที่เจอบ่อยๆ ก็เช่น มีทักษะในการเจรจาต่อรอง ทักษะในการนำเสนองาน สามารถโน้มน้าวผู้อื่นได้ ฯลฯ อ่านแล้วดูดี แต่ตัวจริงเป็นอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ ผมเคยเจอกับตัวเองมาโดยตรงเลย ผู้สมัครเขียนมาว่า สามารถพูดภาษาจีนได้อย่างดี พอดี ผู้บริหารคนหนึ่งเป็นคนที่พูดจีนได้แบบเหมือนคนจีนจริง ๆ ก็เลยถามผู้สมัครเป็นภาษาจีน เพื่อจะดูว่าเขาพูดได้จริงอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ ปรากฏว่า ผู้สมัครไม่สามารถเข้าใจคำถามได้เลย และไม่สามารถตอบได้อย่างที่เขียนไว้ว่า “พูดจีนได้อย่างคล่องแคล่ว”

  • ความรับผิดชอบและผลสำเร็จของงานที่ผ่านมา ส่วนนี้ก็เป็นข้อมูลอีกส่วนที่มักจะได้รับการตกแต่งให้เกินจริง และอาจจะมีการให้ข้อมูลที่ไม่จริงได้เช่นกัน เช่น บางคนใส่มาว่า เคยทำโครงสร้างเงินเดือนมา และมีความสามารถในเรื่องนี้ พอให้ลองทำให้ดูหน่อย กลับไม่สามารถตอบได้ในเชิงลึก เป็นต้น

4 หัวข้อนี้เป็น หัวข้อที่ HR และผู้บริหารที่จะต้องพิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร ต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่ ตรงไหนที่ดูน่าสงสัย ตรงไหนที่อยากรู้ว่าจริงหรือไม่ ก็ต้องมีการเตรียมคำถามล่วงหน้ากันอย่างชัดเจน

แปลว่า ผู้บริหาร และ HR ที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัคร จะต้องอ่าน Resume อย่างละเอียด และจดบันทึกประเด็นที่ดูน่าสงสัยเพื่อมาสอบถามเพิ่มเติม หรือบางเรื่องถ้าเป็นทักษะพิเศษ ก็ให้หาแนวทางพิสูจน์ทักษะเหล่านั้นให้ได้

ส่วนประวัติการศึกษา ปัจจุบันตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะข้อมูลเริ่ม online กันมากขึ้น และสามารถทำเรื่องไปยังสถาบันการศึกษาเพื่อตรวจสอบได้เช่นกัน

ดังนั้นถ้าเราต้องการผู้สมัครที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับบริษัทเรา เราก็ต้องมีการคัดเลือกกันอย่างจริงจัง เราคงไม่อยากได้พนักงานที่โกหก และให้ข้อมูลเกินความจริงไปอย่างมากมาย มาทำงานกับบริษัทของเราจริงมั้ยครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑