Agility การทำงานในยุคใหม่ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น

อะไรๆ ในยุคนี้มันช่างเปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็ว ข้อมูลใหม่วันนี้ พรุ่งนี้อาจจะใช้ไม่ได้ ความรู้ใหม่ในวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะเก่าไปเสียแล้ว ทักษะบางอย่างยังไม่ทันได้เริ่มใช้งาน วันต่อไปก็กลายเป็นทักษะที่เก่าไปอีก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันทำให้ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วเป็นเท่าตัว ทำให้องค์กรที่ต้องทำงานตอบสนองความต้องการของลูกค้า จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีการทำงานกันอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายองค์กรต่างต้องปรับตัวเองให้ทำงานให้เร็วขึ้นกว่าเดิม มิฉะนั้นจะตามคนอื่นไม่ทันกันหมด แนวคิดการทำงานแบบ Agile ก็เลยเป็นแนวคิดที่หลายองค์กรพยายามนำมาปรับใช้ในการทำงานจริง

บางองค์กรผู้บริหารอยากให้ Agile แต่พนักงานไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็เลยไม่กันไม่รอด

บางองค์กรพนักงานอยากตอบสนองทุกอย่างให้เร็วขึ้น แต่ผู้บริหารกลับทำอะไรในแบบดั้งเดิม มีระบบ มีกระบวนการทุกอย่างที่กำหนดไว้ ห้ามข้ามขั้นตอน

ดังนั้นถ้าองค์กรใดอยากประยุกต์แนวคิดการทำงานแบบ Agile ให้เกิดผลได้ดีที่สุด มันต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมุมมองและเปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งองค์กรกันก่อนเลย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็พอ แบบนั้นไม่ได้ผลอย่างแน่นอนครับ

ตามหลักการในหนังสือชื่อว่า Agility Shift ที่เขียนโดย Pamela Meyer ได้วางแนวทางไว้ว่า องค์กรที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการทำงานให้ Agile มากขึ้น จะต้องมีอย่างน้อย 5 คุณสมบัติดังนี้เกิดขึ้นในตัวพนักงานทุกคนในองค์กร คือ

  • Responsive ทุกคนในองค์กรจะต้องตอบสนองกับเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว และทันต่อเวลา ไม่ใช่รับเรื่องมาแล้ว ก็กองไว้ก่อน รอไว้มีอารมณ์ทำงาน หรือรอให้นายตามก่อนแล้วค่อยทำ แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องสำหรับแนวคิดแบบ Agile

  • Resilient ต้องสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วมากในกรณีที่เกิดปัญหาในการทำงานขึ้น จะต้องไม่มันจมปลักอยู่กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่จะต้องมีความสามารถในการฟื้นตัวเอง และกลับมายืนหยัดในการทำงานแบบใหม่ให้ได้ มิฉะนั้นการทำงานก็จะช้า และไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้

  • Resourceful จะต้องมีความเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ การทำงานแบบ Agile จะต้องมีการแชร์ข้อมูลความรู้ซึ่งกันและกัน ดังนั้น ทุกคนในทีมงานจะต้องเต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลที่ตนมีเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานของทีมงานของตน การทำงานแบบเก็บข้อมูลไว้กันตนเอง ไม่บอกใคร และคิดแค่เพียงว่า เราจะได้เหนือกว่าคนอื่น คิดแบบนี้ทำงานแบบ Agile ไม่ได้อย่างแน่นอน

  • Reflective จะต้องเปิดใจรับความคิดเห็นของคนอื่นอย่างเต็มใจ และจะต้องยินดีที่จะให้ Feedback คนอื่นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจะได้นำเอาข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกัน หรือ feedback กันนั้นมาพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นต่อไปได้

  • Relevant ต้องมีสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานระหว่างกัน การทำงานแบบ Agile ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การประสานงานกัน การสื่อสารกัน และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ดังนั้น ทีมงานที่ agile จะต้องมีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี การทำงานคนเดียว เก่งคนเดียว โดยไม่สนใจคนอื่นนั้น จะไม่เหมาะกับแนวทางการทำงานแบบ agile

ดังนั้นอย่างน้อยๆ 5R ข้างต้น จึงถือเป็นคุณสมบัติของคนในองค์กรที่จะพัฒนาแนวทางการทำงานให้ Agile มากขึ้น ซึ่งสำคัญมาก ถ้าเราต้องการปรับเปลี่ยนและยกระดับองค์กรของเราให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Agility จริงๆ เราก็คงต้องส่งเสริมให้พนักงานทุกคน ทุกระดับมี Competency ดังกล่าวข้างต้นให้ได้

มิฉะนั้น Agile ก็จะเป็นแค่เพียงแฟชั่นใหม่ที่เข้ามาแป๊ปๆ แล้วก็จากไปโดยที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับองค์กรเราเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: