Career Path ทำอย่างไรให้ได้ผล ตอนที่ 3: มี Career Path แล้วไม่ได้แปลว่าจะเติบโตแบบอัตโนมัติ

ผู้บริหารบางคน มักจะเข้าใจว่า องค์กรที่มี Career Path นั้น จะทำให้พนักงานเติบโตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในมุมพนักงานเองก็มักจะมองว่า เมื่อบริษัทมี Career Path แล้วตนเองก็จะได้เติบโตไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังเข้าใจว่า พนักงานทุกคนเมื่อครบรอบปีแล้วก็จะได้รับการเลื่อนระดับ หรือเลื่อนตำแหน่งกันไปโดยอัตโนมัติ

นี่ก็เป็นอีกความเข้าใจผิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในหลายองค์กร ผมเคยได้ยินพนักงานคุยกันว่า

“นี่ถ้าระบบ Career Path ของบริษัทเราเสร็จเมื่อไหร่ เราก็จะได้มีเส้นทางในการเติบโตแล้ว จะได้ไม่ต้องทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิมไปเรื่อย ๆ ถึงเวลาเดี๋ยวบริษัทก็จะเลื่อนตำแหน่งให้เราไปตามระดับงานที่กำหนดไว้”

“มี Career Path สักที พวกเราจะได้เติบโตกันล่ะ”

“ตอนนี้บริษัทเรามี Career Path แล้วนะ พวกเราไม่ต้องกังวลว่าจะทำงานในตำแหน่งเดิมไปตลอดแล้วนะ”

ฯลฯ

การมี Career Path แปลว่า พนักงานมีโอกาสเติบโต แต่จะต้องอยู่ที่เกณฑ์ด้วย ว่าพนักงานสามารถทำผลงาน และมีความสามารถ และได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ เมื่อได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว จึงจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป ดังนั้นองค์กรที่มีการทำระบบ Career Path จะต้องทำให้ผู้จัดการและพนักงานเข้าในในเรื่องต่างๆ ดังนี้

  • พนักงานรู้ว่ามีเส้นทางความก้าวหน้าอย่างไร การที่บริษัทมี Career Path นั้นจะทำให้พนักงานแต่ละคนรู้ว่าถ้าตนเองอยากจะเติบโตในบริษัท จะมีเส้นทางอย่างไร และจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง จึงจะเติบโตได้ ไม่ใช่แบบว่า ทำงานครบตามจำนวนปีที่กำหนดก็จะได้เลื่อนตำแหน่งแบบนั้นไม่ใช่ Career Path แน่นอน

 

  • ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่จะเติบแบบอัตโนมัติ การมี Career Path ไม่ได้แปลว่า พนักงานทุกคนที่ทำงานอยู่ตอนนี้ จะเติบโตได้เหมือนกันทุกคน เพราะใน Career Path มันมีเกณฑ์ มีการกำหนดคุณสมบัติไว้อย่างชัดเจน และคุณสมบัติที่กำหนดไว้นั้น ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ที่พนักงานทุกคนทำได้เหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนต้องใช้เวลาในการพัฒนาแตกต่างกัน บางคนก็ไม่สามารถไปได้ บางคนก็ไปได้ดี

 

  • ถ้าอยากโตต้องรับผิดชอบตัวเองเช่นกัน การที่บริษัทมี Career Path ไม่ได้แปลว่า พนักงานไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวบริษัทจะทำให้เราโตเอง จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ปัจจุบันนี้ การเติบโตตามเส้นทางสายอาชีพขององค์กรนั้น ตัวพนักงานเองจะต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย เช่น เข้าไปหารือกับหัวหน้า และฝ่ายบุคคลว่า ตนเองอยากจะเติบโตในสายอาชีพนั้นจะต้องทำอย่างไร ต้องพัฒนาอะไรบ้าง จะได้มีการวางแผนการพัฒนาได้อย่างชัดเจน การที่คิดแบบเก่า ๆ ว่า ทำงานครบ 3 ปี 5 ปี เดี๋ยวบริษัทก็เลื่อนตำแหน่งให้ แบบนี้ไม่ใช่ Career Path แน่นอน

 

  • เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง ปกติเส้นทางสายอาชีพในองค์กรทั่วไป จะแยกเป็น 2 เส้นทาง ก็คือ สายบริหาร และสายวิชาชีพเฉพาะทาง สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ใครที่จะเติบโตตามสายบริหาร จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการคน ต้องสามารถที่จะบริหารคนให้สร้างผลงานได้ ไม่ใช่คุยกับคนไม่รู้เรื่อง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางนี้ ก็คือ ตำแหน่งมีจำกัด ไม่ใช่ทุกคนที่จะขึ้นเป็นผู้จัดการได้หมด แต่ถ้าเป็นเส้นทางสายวิชาชีพ หรือบางที่ที่เรียกกันว่าผู้เชี่ยวชาญนั้น มีข้อดีคือ ถ้าพนักงานสามารถสร้างผลงานได้ตามเกณฑ์ และพัฒนาตนเองได้ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ก็จะสามารถเติบโตไปได้ แต่ข้อจำกัดก็คือ เส้นทางนี้จะสั้นกว่าเส้นทางสายบริหารเป็นปกติอยู่แล้ว

สรุปแล้ว ถ้าบริษัททำระบบ Career Path แล้ว ก็ต้องอย่าลืมให้ความรู้กับพนักงานและผู้จัดการในทุกระดับด้วย ว่ามันคืออะไร ถ้าใครต้องการเติบโตจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง และต้องพัฒนาอะไรกันบ้าง ต้องบอกให้ชัดเจน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: