วาง career path ไว้อย่างดี แต่พนักงานในองค์กรกลับไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง

บทความ · HR Management · Career Path

⬛ HR Insight

วาง career path ไว้อย่างดี แต่พนักงานในองค์กรกลับไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง

“แผนผังมันก็มีอยู่ครับ แต่ใครจะได้ขึ้นหรือไม่ได้ขึ้น เรื่องนั้นมันไม่ได้อยู่ในแผนผังหรอก”


มีความเชื่อหนึ่งที่ผมเจอบ่อยมากเวลาเข้าไปคุยกับองค์กรเรื่องการพัฒนาคน คือพอทำเส้นทางความก้าวหน้าออกมาเป็นแผนผังสวยๆ ให้พนักงานเห็นได้ เรื่องการเติบโตของคนก็เหมือนจบ ติ๊กถูกไปอีกหนึ่งข้อ

ผมเองก็เคยคิดแบบนั้น จนได้ไปนั่งคุยกับพนักงานคนหนึ่งในองค์กรที่ทำเรื่องนี้ไว้ครบมาก แผนผังติดผนัง มีในระบบ HR เปิดดูได้ทุกตำแหน่ง

อ่านเพิ่มเติม “วาง career path ไว้อย่างดี แต่พนักงานในองค์กรกลับไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง”

เส้นทางเติบโตสายผู้เชี่ยวชาญ หรือสายปลอบใจกันแน่?

บทความ · HR Management · Career Path

⬛ HR Insight

เส้นทางเติบโตสายผู้เชี่ยวชาญ หรือสายปลอบใจกันแน่?

“ชื่อตำแหน่งจะสวยแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไรถ้าข้างในมันกลวง”


มีความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากเวลาไปนั่งคุยกับองค์กรเรื่องเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ นั่นคือ

“ถ้าเราสร้างสายผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาคู่กับสายบริหาร คนเก่งที่ไม่อยากเป็นหัวหน้าก็จะมีที่ไป”

ฟังดูเข้าท่าใช่ไหมครับ

อ่านเพิ่มเติม “เส้นทางเติบโตสายผู้เชี่ยวชาญ หรือสายปลอบใจกันแน่?”

Career Path: บันไดสู่ความสำเร็จ หรือกรงขังความสามารถที่บิดเบี้ยว?

บทความ · HR Management · Career Development

⬛ HR Insight

Career Path: บันไดสู่ความสำเร็จ หรือกรงขังความสามารถที่บิดเบี้ยว?

“ผมไม่ได้อยากเป็นหัวหน้าครับ ผมแค่อยากเขียนโค้ด”


วิศวกรซอฟต์แวร์คนหนึ่งทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งมาเจ็ดปี เขาเขียนโปรแกรมเก่งมาก แก้ปัญหายากๆ ได้เร็ว และเป็นคนที่ทีมวิ่งหาทุกครั้งที่ระบบมีปัญหา

ปีที่เจ็ด บริษัทเลื่อนตำแหน่งเขาขึ้นเป็นหัวหน้าทีม เพราะเห็นว่าเขาทำงานดีที่สุด

สามเดือนต่อมา เขายื่นใบลาออก

ผู้อำนวยการถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? เราเพิ่งโปรโมทคุณนี่”

เขาตอบว่า “ผมไม่ได้อยากเป็นหัวหน้าครับ ผมแค่อยากเขียนโค้ด”


ความเข้าใจผิดที่แพร่หลายในองค์กรไทย

ผมพบว่าองค์กรส่วนใหญ่มีเส้นทางอาชีพเพียงเส้นทางเดียว นั่นคือสายบริหาร ถ้าอยากได้เงินเดือนเพิ่ม อยากได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น คำตอบมีอยู่อย่างเดียวคือต้องขึ้นไปเป็นหัวหน้า

ตรรกะนี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่มันมีปัญหาใหญ่มากครับ

เพราะทักษะที่ทำให้คนเก่งในงานของตัวเอง กับทักษะที่ต้องการในการบริหารคน เป็นคนละชุดกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อเราบังคับให้เขาทำสิ่งที่เขาไม่ถนัดเพื่อแลกกับตำแหน่งที่สูงขึ้น เราไม่ได้กำลังให้รางวัลเขา แต่กำลังลงโทษเขาด้วยงานที่เขาไม่อยากทำ


สามรูปแบบที่ทำให้เส้นทางอาชีพบิดเบี้ยว

เรื่องแรกที่ผมเห็นบ่อยที่สุดคือการผลักคนเก่งขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่พวกเขาไม่ต้องการ เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่องค์กรมีให้ ลองนึกดูนะครับ ถ้าพนักงานคนหนึ่งอยากได้เงินเดือนสูงขึ้น อยากมีสถานะที่ดีขึ้นในองค์กร แต่ทางเลือกมีอยู่แค่อย่างเดียวคือขึ้นไปเป็นหัวหน้า เขาก็ต้องเลือกทางนั้น แม้ไม่ได้อยากเดินก็ตาม

ผลที่ตามมาคือองค์กรเสียผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดไป แล้วได้ผู้บริหารที่ไม่มีความสุขและไม่ถนัดงานบริหารกลับมาแทน คนที่เคยแก้ปัญหาเก่งที่สุดในทีมกลับต้องมานั่งจัดตารางประชุม ฟังปัญหาส่วนตัวของลูกน้อง และบริหารความขัดแย้งที่เขาไม่รู้จะจัดการยังไง หลายคนทนอยู่ได้ไม่นานก็ลาออกไปในที่สุด พร้อมกับประสบการณ์และความรู้ที่สะสมมาหลายปีที่ติดตัวออกไปด้วย

เรื่องที่สองคือทางตันของผู้เชี่ยวชาญ พนักงานทำงานดีเยี่ยม พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ แต่หัวหน้าบอกว่า “รอก่อนนะ ยังไม่มีตำแหน่งว่าง” รอหนึ่งปี สองปี สามปี คำตอบก็ยังเหมือนเดิม

การผูกเส้นทางอาชีพไว้กับเก้าอี้ของคนข้างบนทำให้การเติบโตของพนักงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถหรือความพยายามของตัวเขาเลย แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนข้างบนจะลาออก เกษียณ หรือย้ายไปที่อื่นเมื่อไหร่ พนักงานที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้มักจะรู้สึกหมดแรงในแบบที่อธิบายยาก ไม่ใช่เพราะงานหนัก แต่เพราะรู้สึกว่าไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง

เรื่องที่สามที่ผมเห็นมากขึ้นในช่วงหลังคือการเพิ่มงานโดยไม่เพิ่มตำแหน่งหรือค่าตอบแทน เมื่อมีคนลาออก งานของคนนั้นก็ถูกโยนให้คนที่ยังอยู่ พร้อมกับคำพูดสวยหรูว่า “นี่คือโอกาสในการเติบโตของคุณ” แต่ไม่มีการปรับตำแหน่ง ไม่มีการปรับเงินเดือน และไม่มีการพูดคุยว่าภาระที่เพิ่มขึ้นนั้นจะได้รับการดูแลอย่างไร

พนักงานที่รับสภาพแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะค่อยๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เติบโต แต่แค่รับงานเพิ่มขึ้นทุกปีโดยที่ทุกอย่างยังเท่าเดิม และในวันที่รับไม่ไหว พวกเขาก็ลาออกโดยไม่บอกสาเหตุที่แท้จริง เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน


สิ่งที่องค์กรควรทำแตกต่างออกไป

ผมคิดว่าองค์กรยุคนี้ต้องหยุดคิดว่าเส้นทางอาชีพมีได้แค่รูปแบบเดียว

สิ่งที่ได้ผลจริงคือการสร้างเส้นทางคู่ขนาน เส้นทางหนึ่งสำหรับคนที่ชอบบริหารคนและวางกลยุทธ์ และอีกเส้นทางสำหรับคนที่ชอบทำงานเชิงลึกและเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงาน โดยทั้งสองเส้นทางมีระดับเงินเดือนและสถานะที่เทียบเคียงกันได้ ไม่ใช่ให้สายวิชาชีพเป็นเส้นทางชั้นสองที่ต้องทนอยู่เพราะไม่มีทางเลือก

(ทั้ง ๆ ที่ Career Path ที่เน้นการเติบโตแบบเส้นทางคู่ขนาด แบบ Managerial Track and Specialist Track มีการคุยกันมานานมากแล้ว แต่หลายองค์กรก็ยังไม่เคยจะหยิบมาออกแบบใช้งานกันเลย)

การทำแบบนี้ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ต้องการความกล้าที่จะเปลี่ยนความเชื่อเดิมว่า “ตำแหน่งที่สูงกว่าต้องคุมคนเสมอ”


คำถามที่อยากฝากไว้

วิศวกรคนนั้นลาออกไปทำงานกับบริษัทอื่นที่ให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงโดยไม่ต้องบริหารใคร เงินเดือนสูงกว่าเดิม และเขาบอกว่ามีความสุขกว่ามาก บริษัทเดิมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะหาคนที่มาทำงานแทนเขาได้ในระดับที่ใกล้เคียง

“ในองค์กรของคุณวันนี้ มีคนที่กำลังเก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่รู้ว่าถ้าอยากโตต้องขึ้นไปเป็นหัวหน้าเท่านั้น เขารู้สึกอย่างไรกับอนาคตของตัวเองในองค์กรนี้ครับ?”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ตัวอย่างจริง การวางแผนพัฒนาพนักงานจากระดับ Leading Others สู่ Leading Managers

เมื่อพนักงานในระดับหัวหน้าทีม (Leading Others) มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมในด้านผลงาน พฤติกรรม และทัศนคติ องค์กรควรเตรียมความพร้อมให้เขาเติบโตขึ้นสู่ระดับ “ผู้นำของผู้จัดการ” หรือ Leading Managers ซึ่งเป็นระดับที่ต้องบริหารหัวหน้าทีมคนอื่น ๆ ซึ่งแต่ละทีม ก็จะมีลูกน้องและทีมงานของตนเองอีกที ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความยากในการบริหารจัดการไปอีกหนึ่งระดับ

อ่านเพิ่มเติม “ตัวอย่างจริง การวางแผนพัฒนาพนักงานจากระดับ Leading Others สู่ Leading Managers”

ตัวอย่างจริง ของการพัฒนาพนักงานคนเก่ง ก่อนเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้นำทีม

บทความที่แล้ว ที่เขียนไว้ เกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งพนักงานคนเก่ง ให้เป็นหัวหน้าทีม จาก Leading Self สู่ Leading Others นั้น หน้าที่ความรับผิดชอบหลักของการที่จะเป็นผู้นำทีม หรือหัวหน้างานระดับต้นนั้น จะเปลี่ยนไปจากการทำหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานโดยสิ้นเชิง

อ่านเพิ่มเติม “ตัวอย่างจริง ของการพัฒนาพนักงานคนเก่ง ก่อนเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้นำทีม”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑