Fixed Mindset หรือ Growth Mindset ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ต้องเลือกให้ดี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Mindset ของผู้บริหาร และผู้นำขององค์กรว่าถ้าอยากทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องเลือกที่จะมองแบบ Growth Mindset จากบทความนั้นเอง ก็เป็นที่มาของคำถามจากท่านผู้อ่านบางท่านที่อยากให้ผมเขียนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของ Mindset นี้

จริงๆ ก็อ้างอิงมาจากหนังสือชื่อว่า Mindset ของ Carol Dweck นะครับ ที่เขาได้เขียนว่า คนเราจะมีมุมมองและมีกรอบความคิดอยู่สองลักษณะใหญ่ๆ ก็คือ แบบ Fixed Mindset และ แบบ Growth Mindset

ซึ่งลักษณะของทั้งสองแบบนั้น จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้เขียนได้อ้างว่า กรอบความคิดที่เรามอง ที่เราเชื่อ จะเป็นตัวบอกพฤติกรรมของเรา ซึ่งพฤติกรรมนั้น ก็จะส่งผลต่อการทำงาน ต่อผลงาน ต่อความสำเร็จของเราด้วยเช่นกัน

  • คนที่มีกรอบความคิดแบบ Growth Mindset จะเชื่อว่า คนเราทุกคนสามารถที่จะเรียนรู้และเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ Fixed Mindset จะเชื่อว่า คนเรามีข้อจำกัด ถ้าถูกเลี้ยงและเติบโตมาแบบไหน ก็จะเป็นแบบนั้น เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกต่อไป ไม่ฉลาดก็จะไม่ฉลาดอยู่อย่างนั้นไปตลอด

 

  • ในการบริหารคนก็เช่นกัน Growth Mindset จะมองพนักงานว่า ไม่ว่าจะไม่เก่งแค่ไหน แต่ก็สามารถพัฒนาให้เก่งได้ ส่วนคนที่มองแบบ Fixed Mindset จะมองอยู่อย่างเดียวว่า ถ้าพนักงานคนนั้นผลงานแย่ก็จะแย่ไปตลอด และจะไม่มีวันที่จะดีขึ้นได้เลย เขาจะตัดสินคนไปเลยว่า ใครดี ใครไม่ดี ใครเก่ง ใครไม่เก่ง และก็จะเชื่อแบบนั้นไปตลอด

 

  • Growth Mindset จะมองเรื่องของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกเรื่องสามารถพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ได้ แต่ Fixed Mindset จะมองแต่ข้อจำกัด มองหาข้ออ้างที่จะบอกว่า ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีกแล้ว เพราะติดขัดไปทุกเรื่อง

 

  • Growth Mindset จะรู้สึกยินดี และยอมรับ ในกรณีที่มีปัญหาเข้ามา เพราะเขามองว่า ปัญหาจะเป็นตัวผลักดันให้เราเติบโตขึ้นได้ แต่ Fixed Mindset จะมองปัญหาเป็นอุปสรรค ที่เข้ามาขัดขวางการทำงานของเขา และจะไม่ชอบเผชิญกับปัญหาที่เข้ามา มักจะหลบเลี่ยง และหนีปัญหามากกว่าที่จะหันเข้ามาแก้ไข และต่อยอดออกไป

 

  • Growth Mindset ชอบที่จะได้ยิน Feedback ในแง่ลบ เพราะช่วยให้เขาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และไม่กลัวคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเขามองว่าคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นขุมทรัพย์ที่ทำให้เขาได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นไปได้อีก แต่คนที่มี Fixed Mindset จะชอบให้คนอื่นชื่นชมในสิ่งที่เขาทำ ดังนั้น เขาก็จะทำแต่สิ่งที่ทำให้คนอื่นรู้สึกดี เพื่อที่จะให้คนอื่นพูดถึงเขาแง่ดี แต่ถ้ามีใครมาแนะนำ หรือบอกให้ปรับปรุง เขาจะไม่ชอบอย่างมาก

 

  • Growth Mindset มองความล้มเหลวเป็นบทเรียน และจะพยายามหาโอกาสในความล้มเหลวนั้น เพราะเขามองว่า โอกาสเปิดให้เราอยู่เสมอ แต่คนที่ Fixed Mindset จะมองความล้มเหลวว่าเป็นหายนะในชีวิตของเขาเลย จะจมปลักอยู่กับความล้มเหลวนั้น และไม่สามารถลุกขึ้นไปทำอะไรต่อได้อีก มองว่า โลกนี้ไม่มีทางออกให้เขาอีกต่อไปแล้ว

ผู้เขียนก็ยังบอกอีกว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ในโลกนี้ คือคนที่เป็น Growth Mindset ดังนั้น ถ้าเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือชีวิตส่วนตัว สิ่งที่เราต้องปรับก็คือ Mindset ของเราเอง

ลองประเมินตัวเองดูคร่าวๆ ก็ได้ครับว่า เรามีแนวโน้มไปทาง Growth หรือ Fixed จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับมุมมองในเรื่องต่างๆ อย่างไปสร้างข้อจำกัดไปกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น หรือเข้ามาในชีวิตเรา

เปลี่ยนมุมมองให้เป็นมุมบวก และมองหาโอกาสในปัญหาที่เข้ามา

แล้วชีวิตเราก็จะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อย่างน้อยก็ในใจเราจะรู้สึกสบายขึ้น และไม่เครียดครับ

ลองดูนะครับ ได้ผลอย่างไรก็เขียนมาเล่าสู่กันฟังได้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: