คุณเป็นหัวหน้าที่ฟังพนักงานมากแค่ไหน

มีองค์กรมากมายพยายามที่จะหาวิธีในการพัฒนาหัวหน้างานในบริษัทของตนให้เป็นหัวหน้างานที่ดี เพื่อที่จะสามารถบริหารงาน และบริหารพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลได้อย่างดี หลายๆ คนมักมองว่าทักษะในการเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น ก็คือ การที่เราสามารถวางแผนงาน และทำให้งานสำเร็จ โดยมองไปที่ตัวผลงานเป็นหลัก ไม่ได้มองไปที่ตัวคนเลย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่หัวหน้างานจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ได้สำเร็จจริงๆ นั้น จะต้องอาศัยพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลทั้งสิ้น หัวหน้างานเองไม่สามารถที่จะวางแผนงาน และทำงานให้สำเร็จได้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน หรือถ้าทำได้ ก็คงต้องใช้เวลาที่นานกว่าปกติ

และการที่หัวหน้าจะสามารถบริหารพนักงานได้อย่างดีนั้น ทักษะตัวแรกที่ผมได้ยินได้ฟังมา รวมทั้งได้เจอจากประสบการณ์ของตนเองในการดูแลพนักงาน ก็คือ “ทักษะการฟัง”

มีองค์กรขนาดใหญ่มากมายในปัจจุบันที่พยายามพัฒนาทักษะในการฟังของหัวหน้างานในทุกระดับ เพื่อให้หัวหน้าฟังลูกน้องให้มากขึ้นกว่าเดิมที่เคยเป็น โดยเฉพาะองค์กรที่เน้นในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ การที่จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น หัวหน้างานจะต้องฟังเยอะครับ ฟังจากลูกน้องตนเองนี่แหละครับ และที่สำคัญมากที่สุดก็คือจะต้องฟังอย่างเข้าใจด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่ตั้งใจ

การฟังอย่างเข้าใจก็คือ มองเห็นภาพ และรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้พูดได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ฟังแล้วนำมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนเอง การที่เราจะเข้าใจผู้พูดได้ เราจะต้องลืมประสบการณ์เก่าของตนเองให้หมด แล้วรับฟังในสิ่งที่คนอื่นพูดมาอย่างเข้าใจ

ผู้บริหารระดับสูงๆ ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์ในการทำงานมามากมาย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ และมักจะเอาประสบการณ์ที่เคยผ่านมา มาตัดสินใจในสิ่งที่คนอื่นกำลังพูด

สิ่งที่ผู้บริหารมักจะทำโดยไม่รู้ตัวก็คือ ลูกน้องพูดยังไม่ทันจบประโยค ก็จะขัดขึ้นมาทันทีว่า “ผมรู้แล้วเรื่องนี้” แต่จริงๆ แล้วที่เขารู้นั้นเป็นการรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเอง ไม่ใช่รู้แบบเข้าใจว่าผู้พูดต้องการจะสื่ออะไรให้ฟัง ผลก็คือ ผู้พูดจะเริ่มเซ็ง และไม่อยากพูดอีกต่อไป แบบนี้ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กรจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จริงมั้ยครับ

คนเก่งๆ หลายคนมักจะชอบเบรคคนอื่นเวลาที่คนอื่นพูด เพราะมักจะคิดว่าตนเองรู้แล้ว หรือรู้มากกว่า หรือ เคยทำมาแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ต้องการจะบอกคนอื่นว่า “ไม่ต้องพูดเยอะหรอก เรื่องนี้ฉันรู้มาหมดแล้ว” ผมว่าไอ้ความคิดแบบนี้แหละครับ ที่จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์หดหายไปจากองค์กรในที่สุดครับ

ลาร์ลี่ คิงส์ ยอดนักพูดของโลก ยังเคยบอกไว้เลยว่า “คนเราไม่เคยที่จะฉลาดขึ้นเวลาพูด แต่จะฉลาดขึ้นเวลาที่ฟังคนอื่นพูด” เนื่องจากเวลาเราพูดนั้นความรู้ของเราก็ยังคงเท่าเดิม แต่ถ้าเมื่อไรเราเปิดใจฟัง แล้วฟังอย่างเข้าใจจริงๆ ความรู้ในตัวเราก็จะมีแต่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งถ้าเราเข้าใจจริงๆ เราก็จะสามารถนำเอาความรู้นั้นไปสร้างสรรค์ผลงานให้กับตนเอง หรือองค์กรได้อย่างไม่จบสิ้นครับ

บริษัทต่างๆ ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ล กูเกิ้ล เฟซบุ๊ค ซัมซุง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เริ่มต้นจากการที่ผู้บริหารเปิดใจรับฟังสิ่งใหม่ๆ จากพนักงานมากขึ้น ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ สิ่งที่เขาได้ก็คือ ความสำเร็จใหม่ๆ จากความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนนั่นเอง

เมื่อทุกคนฟังมากขึ้น ความรู้ก็จะเพิ่มพูนมากขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ก็จะพรั่งพรูออกมามากขึ้น

วันนี้คุณฟังลูกน้องมากขึ้นหรือยังครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑