นอกจากการขึ้นเงินเดือนสองรูปแบบที่ได้เขียนไปแล้ว ก็คือ ขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนพนักงาน และขึ้นเป็นเงินคงที่ตามผลงานของพนักงานแล้ว ก็ยังมีรูปแบบการขึ้นเงินเดือนอีกสองสามรูปแบบที่ต่อยอดและพัฒนาไปจากรูปแบบ สองรูปแบบที่ผมได้เล่าให้ฟังไป
วันนี้จะเล่าให้ฟังอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า ขึ้นแบบ Merit Grid ซึ่งพัฒนามาจากวิธีการขึ้นเงินเดือนแบบเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนพนักงาน นั่นเอง
พื้นฐานของวิธีการขึ้นเงินเดือนวิธีนี้นั้น พัฒนามาจากแนวคิดที่ว่า เมื่อเงินเดือนพนักงานมีความแตกต่างกันมากขึ้นแต่ยังคงทำงานในตำแหน่งเดียว กัน มันก็จะทำให้เกิดความแตกต่างกันทางด้านเงินเดือนมากขึ้นไปอีก กล่าวคือ พนักงานที่มีเงินเดือนสูงอยู่แล้ว เมื่อขึ้นเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนเขาเอง เขาก็จะยิ่งได้รับเงินเดือนขึ้นที่สูงขึ้นไปอีก จนอาจจะทิ้งห่างพนักงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ แต่ผลงานอยู่ในขั้นดีเยี่ยม จนไม่สามารถตามกันทันได้เลย แบบนี้บรรดาหัวหน้างานเองก็มองว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพนักงานใหม่ที่มีผล งานดี
เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ก็เลยคิดวิธีการขึ้นเงินเดือนใหม่ที่ทำให้พนักงานที่ได้รับเงินเดือนสูงอยู่ แล้วนั้น ได้รับอัตราเงินขึ้นในสัดส่วนที่น้อยลง เมื่อเทียบกับพนักงานที่ได้รับเงินเดือนต่ำกว่า โดยที่เงินเดือนจะสูงหรือจะต่ำนั้นเขาใช้โครงสร้างเงินเดือนเป็นเครื่องมือ ในการเปรียบเทียบ ดังรูป
maximum
| ช่วงเงินเดือนที่ Q3 |
| ช่วงเงินเดือนที่ Q2 |
| ช่วงเงินเดือนที่ Q1 |
minimum
ดังรูปข้างบนนี้ สมมติว่าคือโครงสร้างเงินเดือนของระดับงานหนึ่ง ซึ่งปกติก็จะประกอบไปด้วย maximum midpoint และ minimum เขาก็จะแบ่งช่วงเงินเดือนในโครงสร้างเงินเดือนออกเป็นช่วงๆ ไปอีก เช่นในตัวอย่างนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงง่าย ๆ ก็คือ Q1 Q2 และ Q3 พนักงานคนใดที่ได้รับเงินเดือนในช่วง Q1 ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นการทำงานใหม่ๆ มีเงินเดือนอยู่ในช่วงต่ำที่สุดของกระบอกเงินเดือน ส่วนพนักงานที่อยู่ในช่วง Q3 ก็คือพนักงานที่ได้รับเงินเดือนในช่วงสูงของกระบอกเงินเดือน
พอแบ่งระดับเงินเดือนของพนักงานออกเป็น 3 ช่วงแล้ว ก็จะมีการกำหนดตารางการขึ้นเงินเดือนให้มีอัตราการขึ้นเงินเดือนเป็น เปอร์เซ็นต์ที่ลดหลั่นกันลงไปตามเงินเดือนของพนักงาน พนักงานคนใดที่ได้รับเงินเดือนในช่วงสูงอยู่แล้วก็จะได้รับอัตราเปอร์เซ็นต์ ขึ้นเงินเดือนที่ต่ำกว่า พนักงานที่มีเงินเดือนในช่วงที่ต่ำกว่า ดังตารางข้างล่างนี้ครับ
| ระดับผลงาน |
อัตราขึ้นเงินเดือน (ตามช่วงเงินเดือนของพนักงาน) |
||
| ช่วง Q1 | ช่วง Q2 | ช่วง Q3 | |
| A | 12 | 10 | 8 |
| B | 10 | 8 | 6 |
| C | 8 | 6 | 4 |
| D | 6 | 4 | 2 |
| E | – | – | – |
จากตาราง Merit Grid ข้างบนที่ออกแบบง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็จะเห็นได้ชัดว่า พนักงานที่มีเงินเดือนต่ำ ก็คือมีเงินเดือนในช่วง Q1 เมื่อทำผลงานได้ A ก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์ขึ้นในอัตรา 12% ส่วนพนักงานอีกคนที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกันแต่มีเงินเดือนสูงในระดับ Q3 ของกระบอกแล้ว ถ้าทำผลงานในปีนี้ได้ A เช่นกัน ก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์ขึ้นเงินเดือนในอัตรา 8%
ผลก็คือ วิธีนี้จะช่วยทำให้พนักงานที่มีผลงานดีแต่เงินเดือนน้อยอยู่ สามารถที่จะเกิดแรงจูงใจในการสร้างผลงานได้มากขึ้น เพราะได้รับอัตราขึ้นเงินเดือนที่สูง เป็นการเร่งเงินเดือนให้สอดคล้องกับฝีมือของพนักงานได้ ในทางตรงกันข้าม พนักงานที่อยู่มานาน แล้ว ทำงานเช้าชามเย็นชาม แต่ได้รับเงินเดือนสูงอยู่แล้ว เมื่อทำผลงานได้ดีเท่ากัน หรือแย่กว่า ก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนที่ชะลอตัวลง ประโยชน์อีกอย่างก็คือ เพื่อไม่ใช้เงินเดือนไปชนเพดานเร็วเกินไปด้วย
ถ้าลองพิจารณาดูดีๆ แล้ววิธีนี้แทบจะไม่ต่างกับวิธีการขึ้นเงินเดือนแบบเป็นตัวเงินคงที่เท่าไร นัก ก็คือไปชะลอเงินขึ้นของพนักงานที่มีเงินเดือนสูงอยู่แล้วให้ช้าลง และไปเร่งเงินเดือนของพนักงานใหม่ที่มีผลงานดีให้เร็วขึ้น
วิธีนี้เริ่มมีหลายบริษัทในประเทศไทยใช้กันมากขึ้น แต่ในการสร้างตารางขึ้นเงินเดือนนั้นยังต้องอาศัยหลักในการสร้างมากกว่าที่ ผมทำให้เห็นนะครับ เพราะต้องนำเอาเปอร์เซ็นต์งบประมาณที่ได้สำหรับการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี และต้องนำจำนวนพนักงานในแต่ละระดับผลงานที่ได้จากการประเมินผลงาน มาใช้ในการคำนวณเพื่อสร้างตาราง Merit Grid นี้ครับ
อยากได้ข้อมูล
ขึ้นเงินเดือนเขาทำกันอย่างไร ตอน 1 และ 2 ค่ะ
เรียนคุณวรรณนา
ผมส่งลิงค์ของตอนที่หนึ่ง และสอง มาให้ข้างล่างนี้ครับ
http://wp.me/pBmlU-9L
http://wp.me/pBmlU-9R
ขอบคุณที่ติดตามครับ และถ้ามีข้อสงสัยประการใด ก็เขียนมาคุยกันได้ครับ
ประคัลภ์
เรียน อาจารย์
“การสร้างตารางขึ้นเงินเดือนนั้นยังต้องอาศัยหลักในการสร้างมากกว่าที่ ผมทำให้เห็นนะครับ เพราะต้องนำเอาเปอร์เซ็นต์งบประมาณที่ได้สำหรับการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี และต้องนำจำนวนพนักงานในแต่ละระดับผลงานที่ได้จากการประเมินผลงาน มาใช้ในการคำนวณเพื่อสร้างตาราง Merit Grid”
จึงอยากขอคำอธิบายจากอาจารย์เพิ่มเติมและ วิธีการในการทำให้ละเอียดมากขึ้น
อย่างไรรบกวนอาจรย์ด้วยครับ
เรื่องของการสร้างตารางการขึ้นเงินเดือนนั้น จะมีรายละเอียดมากเลยครับ ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเขียนอย่างไรให้เข้าใจได้ง่ายๆ น่ะครับ เอาเป็นว่าจะสร้างตารางการขึ้นเงินเดือนให้กับทุกฝ่ายใช้ในบริษัทในปีหน้าที่จะถึงนี้
ข้อมูลที่จะต้องเตรียมการก่อนเลย ซึ่งผมอยากให้คุณต้อม เตรียมก่อนที่จะสร้างตารางขึ้นเงินเดือนจะมีดังนี้
1. %งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารครับ ว่าขึ้นเงินเดือนปีหน้าได้รับการอนุมัติมาที่กี่%
2. ผลงานของพนักงานทุกคนที่บริษัทที่กระจายตามเกรด A B C D E ถ้ามีการใช้ โควต้า ก็เอา % โควต้าที่กำหนดก็ได้ครับว่า A ต้องไม่เกินกี่% B ไม่เกินกี่ % เป็นต้น
พอได้ข้อมูลที่กล่าวมาแล้วผมจะทำใส่ตาราง excel ให้ดูและจะส่งไปทางอีเมล์ให้ลองศึกษาดูก็ได้ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
แต่พอพูดถึงการประเมิน ABCD มันมีแต่เรื่องปวดหัว เพราะว่า
หากพนักงานในระดับงานเท่ากัน แต่อยู่กันคนละแผนกก็เปรียบเทียบยากว่าใครทำงานได้ดีกว่ากัน
หากเกิดปัญหาแบบนี้อาจรย์มีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพราะ ผจก.มักจะให้ลูกน้องของตนมา A ซะทั้งหมด
เรียนคุณต้อม ผมเคยเขียนบทความที่ว่าด้วยผู้จัดการประเมินพนักงาน A หมดไว้ในบทความเก่าๆ ในหมวดของการบริหารผลงานครับ ว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดอาการแบบนี้ได้ ลองค้นดูนะครับ ถ้าอ่านแล้วยังอยากสอบถามเพิ่มเติมก็เขียนมาได้เลยครับ
ขอบคุณครับ
ประคัลภ์