วันนี้ผมมีเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับชีวิตที่ “ใช่” และ “มีความสุข” มาฝากผู้อ่านทุกท่าน ซึ่งข้อมูลนี้ได้มาจากงานวิจัยที่น่าคิดมาก ๆ เลยครับ
ชีวิตที่ “ลงตัว” ต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก
งานวิจัยเขาบอกว่า การที่ชีวิตคนเราจะรู้สึก อิ่มเอมใจ และ ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือน ตำแหน่ง หรือความดังเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องประกอบด้วยการได้เติมเต็ม “ความรู้สึก” สำคัญ 3 อย่างนี้อย่างสม่ำเสมอ
1. ความสำเร็จ (Achievement)
- คือการได้รับ การยอมรับ (Recognition) หรือ รู้สึกว่าได้ทำอะไรสำเร็จ (Sense of accomplishment) บรรลุเป้าหมาย
- ในชีวิตทำงาน อันนี้พวกเราชาวมืออาชีพมักจะทำได้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปิดโปรเจกต์ได้ การบรรลุ KPI การได้เลื่อนตำแหน่ง หรือการทำผลงานที่ดี หรือถ้าในชีวิตส่วนตัว เช่น การออกกำลังกายได้ตามเวลา การวิ่งได้ตามระยะทางที่ต้องการแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนเรื่องความสำเร็จ ทำให้เรารู้สึกถึงความสำเร็จได้
2. ความหมาย (Meaningfulness)
- คือการรู้สึกว่าชีวิตนี้ มีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเอง (Connection to something bigger than yourself) มีคุณค่า เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราทำนั้น มันไปสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นรอบข้าง หรือสังคมรอบข้างได้
- ในชีวิตทำงาน การที่เราได้รู้ว่างานที่เราทำมีส่วนช่วยลูกค้า ช่วยเพื่อนร่วมงาน ช่วยสังคม หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ใหญ่ ๆ ขององค์กร อันนี้ก็มักจะมาคู่กับการทำงานที่ดีและมีความมุ่งมั่น
3. ความสุข (Joy)
- คือความรู้สึก มีความสุข (Happiness) หรือ อารมณ์เชิงบวก (Positive emotion) ใน “ขณะนั้น ๆ” (in the moment)
- ในชีวิตทำงาน/ชีวิตประจำวัน: และนี่แหละครับ คือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่มักจะขาดหายไป!
ปัญหาของคนทำงาน ขาดสุข ทั้งที่ สำเร็จ แล้ว!
จากข้อมูลงานวิจัยที่เขาศึกษามา พวกมืออาชีพที่มีความทะเยอทะยานสูง (Ambitious professionals) มักจะตอบคำถาม 3 ข้อนี้ออกมาในลักษณะเดียวกันคือ:
- ความสำเร็จ (Achievement): โอเคไปจนถึงดีมาก
- ความหมาย (Meaningfulness): โอเคไปจนถึงดีมาก
- ความสุข (Joy): …ขาดอย่างหนัก!
เพราะอะไร? เพราะความสำเร็จและความหมายมักจะ “ไหลมาตามธรรมชาติ” จากความมุ่งมั่นในงานและครอบครัว แต่ “ประสบการณ์แห่งความสุข” ในปัจจุบันขณะนั้น กลับกลายเป็น เรื่องหายากและอยู่แค่แป๊บเดียว
เรามักจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายข้างหน้า จนลืมไปว่า “ความสุข” ไม่ได้อยู่แค่ตอนถึงเส้นชัย แต่มันอยู่กับเราได้ ระหว่างทาง และ ในทุกๆ วัน ต่างหาก!
สร้าง ชีวิตทำงานที่มีความสุข ด้วยการเติมเต็ม ความสุข (Joy)
ถ้าคุณรู้สึกว่าชีวิตดีแล้ว แต่ยัง “ไม่สุด” หรือ “เหนื่อยเกินไป” ลองมาดูวิธีที่เราจะสามารถเติมเต็ม “ความสุขในขณะนั้น (Joy in the moment)” เข้าไปในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้มากขึ้นกันครับ
1. สร้าง “จังหวะพัก” ที่ไม่ใช่แค่การ “หยุดทำงาน”
การพักไม่ได้หมายถึงการนอนหมดแรงอยู่หน้าจอเท่านั้น ลองตั้งใจ “สร้างช่วงเวลาแห่งความสุขเล็ก ๆ” ในวันทำงานดูครับ:
- กาแฟฟินๆ 5 นาที ลองจิบกาแฟหรือชาแบบตั้งใจลิ้มรส ปล่อยใจให้ว่าง 5 นาที โดยที่ไม่ได้เช็คอีเมลไปด้วย
- เดินเปลี่ยนบรรยากาศ ลุกขึ้นเดินไปไกลกว่าที่โต๊ะทำงานสักหน่อย มองต้นไม้ ดูผู้คนรอบข้าง 10 นาที (ไม่ใช่เดินไปประชุม)
2. “ทำงาน” ให้เป็นแหล่งกำเนิดความสุข
ใช่ครับ งานไม่จำเป็นต้องเป็นแค่แหล่งแห่งความสำเร็จ แต่เป็นแหล่งกำเนิดความสุขได้ด้วย
- เพิ่ม “ช่วงเวลาเชิงบวก” กับเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่แค่คุยเรื่องงาน ลองหัวเราะกับเพื่อนร่วมทีมสักหน่อย แบ่งปันเรื่องสนุก ๆ เล็กน้อย สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
- ลอง เล่น กับงานดูบ้าง: ลองวิธีการทำงานแบบใหม่ที่สนุกขึ้น ท้าทายตัวเองเล็กน้อยในแบบที่ไม่เครียดเกินไป (Gamify Your Work)
3. จัดตาราง “ความสุข” ให้จริงจังเหมือนประชุม
เรามักจะจัดตารางสำหรับการประชุมและเป้าหมาย แต่ลืมจัดตารางให้ “ความสุข”
- Block Time for Joy: ตั้งใจกำหนดเวลาให้ “กิจกรรมที่ทำให้คุณมีความสุขจริงๆ” สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เช่น การออกกำลังกายสุดโปรด การอ่านหนังสือ การฟังเพลงดีๆ หรือการใช้เวลากับครอบครัว และทำมันให้ได้ตามตาราง เหมือนเป็นนัดสำคัญ
ถ้าชีวิตการทำงานของคุณมีทั้ง Achievement และ Meaningfulness แล้ว นั่นแปลว่าคุณเดินมาถูกทางแล้วครับเหลือแค่เติมเต็ม Joy เข้าไปในทุก ๆ วัน เพื่อให้คุณได้รู้สึก “อิ่มเอมอย่างสมบูรณ์”
ความสุขในชีวิตไม่ได้มาจากแค่การไล่ตามเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า แต่มาจากการซึมซับความสุขที่อยู่ตรงหน้าคุณในตอนนี้ด้วย
ลองทบทวนดูนะครับว่าวันนี้คุณได้เติมเต็ม 3 องค์ประกอบนี้ได้ดีแค่ไหน?
คำถามสำหรับถามตัวเอง ในสัปดาห์นี้ คุณจะสร้าง “ช่วงเวลาแห่งความสุข (Joy)” เล็กๆ น้อยๆ ในวันทำงานได้อย่างไรบ้าง
แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ
ใส่ความเห็น