เชื่อหรือไม่ว่า คุณมีความหมายมากกว่าที่คุณคิด

“คุณมีความหมายกับโลกใบนี้มาตลอด แม้ในวันที่คุณไม่รู้สึกแบบนั้นเลยก็ตาม”

ในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยตัวชี้วัด ผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเป้าหมายรายเดือน หลายคนรู้สึกเหมือนถูกประเมินค่าด้วยแค่ตัวเลขหรือความคาดหวังของคนอื่น จนเผลอตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าฉันหายไป… จะมีใครรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงไหม?”

คำตอบคือ มีคนสังเกตเห็น และคุณมีความสำคัญแน่นอน อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่แสดงออก แต่สิ่งที่คุณทำส่งผลกับคนรอบข้างเสมอ บางครั้งคุณอาจเป็นแรงบันดาลใจเงียบ ๆ หรือเป็นแรงพยุงที่ใครบางคนยืนอยู่ได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ดังนั้นแม้จะไม่มีเสียงชื่นชม หรือคำขอบคุณตรง ๆ ก็ไม่ได้แปลว่า… คุณไม่มีผลกับใครเลย

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด… ถึงจะมีคุณค่า

การมีความหมายไม่ได้แปลว่าคุณต้องเป็นหัวหน้า ต้องประสบความสำเร็จ หรือมีรางวัลเต็มตู้ เพราะคุณค่าไม่ได้วัดจากตำแหน่งหรือโปรไฟล์ที่โดดเด่นเสมอไป แต่คือผลกระทบเล็ก ๆ ที่คุณทิ้งไว้ให้คนรอบตัว เช่น การช่วยเพื่อนในวันที่ยุ่ง หรือการรักษามาตรฐานของงานอย่างเงียบ ๆ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ค่อย ๆ สร้างความหมายให้กับตัวคุณในสายตาของคนอื่นและต่อองค์กรโดยรวม

  • คุณอาจเป็นคนที่ยิ้มให้เพื่อนร่วมงานในวันที่เขาเครียด
  • คุณอาจเป็นคนที่ตอบไลน์ลูกค้าอย่างสุภาพ แม้จะเหนื่อย
  • คุณอาจเป็นคนที่แก้ปัญหาเล็ก ๆ โดยไม่มีใครรู้

สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ คือการเปลี่ยนแปลงที่โลกต้องการ และโลกจะขาดอะไรบางอย่างไปถ้าไม่มีคุณ

เริ่มต้นจากการยอมรับว่า… เราส่งผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอ

Zach Mercurio ผู้เขียนหนังสือ The Power of Mattering อยากให้คุณเชื่อว่า:

  • คุณมีความหมายเสมอ โดยไม่ต้องรอให้ใครมายืนยัน เพราะคุณค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคนอื่น หรือการยอมรับจากหัวหน้า แต่ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่คุณมีต่อคนรอบข้างในทุก ๆ วัน — แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เช่น การทำงานด้วยความตั้งใจ การช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่การสร้างบรรยากาศดี ๆ ในที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่า… คุณสำคัญ
  • คุณไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าคนอื่น เพื่อจะสำคัญ เพราะความสำคัญไม่ได้มาจากการเปรียบเทียบ แต่มาจากการเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะเป็นได้ แม้คุณจะไม่ได้อยู่แถวหน้า หรือเป็นคนที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด แต่คุณก็สามารถมีผลกระทบที่ยั่งยืนได้ในแบบของคุณเอง
  • แค่คุณมีอยู่ในที่ทำงาน ครอบครัว หรือสังคม ก็เป็นพลังหนึ่งของที่นั่นแล้ว เพราะการมีอยู่ของคุณส่งผลต่อบรรยากาศ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกปลอดภัยของคนรอบข้าง คุณอาจเป็นแรงบันดาลใจโดยไม่ตั้งใจ หรือเป็นจุดยึดของใครบางคนในวันที่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะผ่านไปได้หรือไม่

เมื่อคุณเชื่อแบบนี้ คุณจะเริ่มมองเห็นคุณค่าของตัวเองแม้ในวันที่เหนื่อย และคุณจะมองเห็นคุณค่าของคนอื่นด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

บางคนอาจสงสัยว่า การคิดแบบนี้คือการหลอกตัวเองหรือเปล่า?
คำตอบคือไม่ใช่เลย เพราะนี่คือการเลือกกรอบความคิดแบบที่เรียกว่า ‘เสริมพลังจากภายใน’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธความจริง แต่คือการเห็นคุณค่าในสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำในแต่ละวัน — การยิ้มให้เพื่อน การพยายามแม้ยังไม่สำเร็จ หรือการอยู่เป็นที่พึ่งให้ทีม แม้จะไม่มีใครพูดขอบคุณก็ตาม

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบจริงที่คุณสร้าง และคือหลักฐานว่า ‘คุณมีความหมาย’ โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร

ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่า… ไม่มีใครเห็นคุณ

ขอให้คุณรู้ไว้ว่า:

  • ใครบางคนในทีมยังจำคำแนะนำที่คุณเคยพูดไว้ได้
  • ใครบางคนกำลังดูคุณเป็นแบบอย่าง โดยที่คุณไม่รู้ตัว
  • ใครบางคนรู้สึกมั่นใจขึ้น เพราะแค่คุณถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?”

คุณอาจไม่เห็นผลกระทบของตัวเองในทันที แต่มันมีอยู่จริง และมันสำคัญ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑