การทำงานหนักเกินไปอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคนี้ หลายคนรู้สึกว่าต้องเร่งทำงานให้ทันเส้นตาย พยายามพิสูจน์ตัวเองกับเจ้านาย หรือแม้กระทั่งแข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน บางคนทำงานมากกว่า 1 งาน นอกจากงานประจำแล้ว ก็ยังมีงานเสริมนอกเวลา
แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า “ทั้งหมดนี้คุ้มค่ากับชีวิตของเราหรือเปล่า?” อ้างอิงบทความโดย Gretchen Gavett จาก Harvard Business Review ผู้เขียนได้พาเรามาทบทวนเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง โดยเล่าถึงต้นเหตุของการทำงานหนักเกินไป และสิ่งที่เราสามารถทำเพื่อปรับชีวิตให้สมดุลมากขึ้น
การทำงานหนักเกินไปทำร้ายเรายังไง?
ส่งผลต่อสุขภาพ
การทำงานเกินขอบเขตไม่ได้เป็นแค่เรื่องเหนื่อยใจ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจน เช่น ความเครียดเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง และโรคต่างๆ ที่แฝงตัวเข้ามา Brigid Schulte ผู้เขียนหนังสือ Over Work ชี้ว่า การแก้ปัญหาแบบผิวเผิน เช่น การโหลดแอปสมาธิ หรือจัดโยคะในออฟฟิศ มันไม่เพียงพอ เราต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เช่น การลดชั่วโมงทำงาน เพิ่มจำนวนพนักงาน และจ่ายเงินเดือนที่เป็นธรรม
แต่หลายคนยังเลือกทำงานหนักเพราะกลัวการตกงาน มีหนี้ที่ต้องใช้ กลัวจะไม่มีรายได้เพียงพอ ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนแบบนี้ การทำงานหนักเกินไปจึงกลายเป็น “โล่ป้องกัน” ที่เราสร้างขึ้นเอง แม้ว่ามันจะทำให้เราเหนื่อยจนหมดพลัง
นักมานุษยวิทยา Claudia Strauss พูดถึงว่า การทำงานไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่เราทำ แต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราเป็นใคร หลายคนถูกปลูกฝังว่าการทำงานหนักคือคุณธรรมที่สำคัญที่สุด และใครที่ทำงานไม่หนักมักถูกมองว่า “ไม่เอาถ่าน”
แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จะแย่ไปหมด ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า การมีหัวหน้าและทีมงานที่เข้าใจช่วยให้เธอสามารถพักผ่อนในวันหยุดโดยไม่รู้สึกผิด ซึ่งเป็นตัวอย่างขององค์กรที่เห็นค่าของความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน
การให้ร่างกายได้พักบ้าง
หลายคนไม่กล้าหยุดพักเพราะกลัวจะดูไม่เอาการเอางาน หรือกลัวว่าจะถูกลืมในที่ทำงาน แต่จริงๆ แล้ว การหยุดพักอาจทำให้เรากลับมาทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม
บางครั้ง การแก้ปัญหาเริ่มต้นจากการถามตัวเองว่า “อะไรสำคัญกับเราจริงๆ?” เช่น ผู้เขียนตัดสินใจใช้เวลาวันหยุดกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยง แทนที่จะนั่งทำงาน ทั้งที่เมื่อสิบปีก่อน เธอคงเลือกทำงาน
แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เราต้องการการสนับสนุนจากองค์กรและสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานที่ให้คุณค่ากับการพักผ่อนพอๆ กับการทำงาน
การทำงานหนักเกินไปเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในหลายมิติ ทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และจิตใจ แม้ว่าการแก้ไขต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ แต่เราในฐานะปัจเจกบุคคลก็สามารถเริ่มต้นได้จากการเลือกให้คุณค่ากับสิ่งที่สำคัญในชีวิต บทความนี้จึงเป็นการเตือนใจให้เราระลึกว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่ยังมีเรื่องความสุข สุขภาพ และความสัมพันธ์ที่เราต้องดูแลเช่นกัน
ใส่ความเห็น