ยุคนี้สมัยนี้ งานมันยากขึ้นทุกวัน ซับซ้อนขึ้นทุกที แล้วทีมงานที่จะทำงานให้ได้ผลลัพธ์ดี ๆ ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง คำตอบก็คือ ต้องมีความไว้ใจกัน ทีมที่เก่งๆ เขาจะมีบรรยากาศที่ทุกคนกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ โดยไม่กลัวว่าจะโดนด่าหรือโดนหัวเราะเยาะ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า “ความปลอดภัยทางจิตใจ” หรือ Psychological Safety นั่นเอง
ทำไมความปลอดภัยทางจิตใจถึงสำคัญนักหนา?
ความปลอดภัยทางจิตใจ คือการที่คนในทีมเชื่อว่าตัวเองจะไม่โดนลงโทษ หรือทำให้อับอายถ้าพูดไอเดีย ถามคำถาม แสดงความกังวล หรือทำผิดพลาด Google เขาศึกษามาตั้ง 2 ปี แล้วรู้อะไรมา? ก็รู้ว่าความปลอดภัยทางจิตใจนี่แหละ ที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด!
ลองคิดดูนะครับ ถ้าทีมไหนมีความปลอดภัยทางจิตใจสูง คนในทีมก็จะกล้าเสี่ยง กล้าแชร์ความคิดเห็น แล้วนี่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในทีมหรือ แต่ถ้าไม่มีความปลอดภัยแบบนี้ คนก็จะกลัวโดนด่า กลัวโดนทำให้อับอายขายหน้า ไม่กล้าทำ ไม่กล้าคิดอะไรใหม่ ๆ ทีมก็เลยไปไม่ถึงไหน
สมองคนเรา ถูกสร้างมาให้ตอบสนองต่อภัยคุกคามโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภัยทางกายหรือทางสังคม ด้วยการสู้หรือหนี พอเจอเจ้านายดุ ๆ หรือเพื่อนร่วมงานที่ชอบกลั่นแกล้ง ดูถูก ฯลฯ สมองก็จะเข้าโหมดนี้ทันที แล้วส่วนของสมองที่ใช้ในการคิด วิเคราะห์ หรือมองภาพรวมก็จะปิดตัวลง ซึ่งมันไม่ดีเลยสำหรับการทำงานสมัยนี้ที่ต้องใช้ความคิดและการร่วมมือกันอย่างดี
แต่ถ้าเรามีอารมณ์ด้านบวก เช่น ความไว้ใจ ความอยากรู้อยากเห็น ความมั่นใจ และแรงบันดาลใจ มันจะช่วยให้เราแก้ปัญหายากๆ ได้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นได้ด้วย นี่คือผลการวิจัยของ Barbara Fredrickson จากมหาวิทยาลัย North Carolina
เรามาดู 6 วิธีสร้างความปลอดภัยทางจิตใจกันว่ามีอะไรบ้าง
1. มองความขัดแย้งเป็นโอกาสร่วมมือ ไม่ใช่การต่อสู้
เวลามีปัญหา อย่าไปคิดว่าต้องเอาชนะกันนะครับ ให้คิดว่าเราจะช่วยกันแก้ปัญหายังไงดี ลองถามแบบนี้ดูครับ “เราจะทำยังไงให้ทุกคนได้ประโยชน์กันหมด?” แค่นี้ก็จะช่วยให้คนไม่รู้สึกว่าต้องป้องกันตัวเอง แต่จะรู้สึกอยากแก้ปัญหาร่วมกันแทน
2. คุยกันแบบมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน
ทุกความขัดแย้งมันมาจากความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้งนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นการอยากได้รับความเคารพ อยากรู้สึกว่าตัวเองเก่ง อยากมีสถานะทางสังคม หรืออยากตัดสินใจเองได้ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ ก็จะช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความไว้ใจได้
ลองทำแบบนี้ดูนะครับ ให้นึกว่าเพื่อนร่วมงานของเราก็มีความหวัง มีความกังวล มีจุดอ่อนเหมือนเรานั่นแหละ แค่นี้ก็จะช่วยให้เราเข้าใจกันมากขึ้น แม้ในสถานการณ์ที่ยากๆ
3. คาดเดาปฏิกิริยาคนอื่น แล้ววางแผนรับมือ
การสื่อสารที่ดีสำคัญมากๆ ในการรักษาความปลอดภัยทางจิตใจ โดยเฉพาะในการคุยเรื่องยากๆ ลองคิดดูก่อนว่าถ้าเราพูดแบบนี้ คนอื่นจะตอบสนองยังไง แล้วเราจะรับมือยังไงดี ถามตัวเองแบบนี้ครับ “ถ้าเราพูดแบบนี้ จะมีใครไม่เห็นด้วยมั้ย แล้วเราจะตอบเขายังไงดี?” แค่นี้ก็จะช่วยให้เราพูดคุยกันได้ราบรื่นขึ้นเยอะ
4. อย่าโทษคนอื่น ให้ช่วยกันหาสาเหตุของปัญหาแทน
การโทษคนอื่นนี่มันทำลายความปลอดภัยทางจิตใจมากๆ เลยนะครับ เพราะมันทำให้คนรู้สึกต้องป้องกันตัวเอง แทนที่จะโทษว่า “ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้?” ลองถามแบบนี้ดูครับ “มีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แล้วเราจะแก้ไขมันด้วยกันยังไงดี?” แค่เปลี่ยนจากการโทษเป็นความอยากรู้ ก็จะช่วยให้ทุกคนอยากคุยกันและช่วยกันแก้ปัญหามากขึ้น
5. ขอความเห็นว่าตัวเราเป็นอย่างไร
ผู้นำมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ ลองถามคนอื่นดูสิครับว่าเราสื่อสารได้ดีแค่ไหน แบบนี้จะแสดงให้เห็นว่าเราถ่อมตัวและอยากพัฒนาตัวเอง ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้ใจได้
หลังจากคุยเรื่องยากๆ เสร็จ ลองถามแบบนี้ดูครับ “มีอะไรที่ผม/ดิฉันพูดได้ดี และมีอะไรที่ควรปรับปรุง?” “ผม/ดิฉันจะพูดให้ได้ผลดีกว่านี้ยังไง?” นอกจากจะช่วยให้เราสื่อสารได้ดีขึ้นแล้ว ยังแสดงให้ทีมเห็นว่าเราใส่ใจความคิดเห็นของพวกเขาด้วย
6. วัดระดับความปลอดภัยทางจิตใจ
ถ้าอยากให้ความปลอดภัยทางจิตใจอยู่กับทีมไปนานๆ ก็ต้องวัดมันเป็นประจำครับ ว่าตอนนี้คนในทีมรู้สึกปลอดภัยแค่ไหน มีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง อาจจะทำแบบสอบถามหรือถามตรงๆ ก็ได้
ลองถามทีมดูแบบนี้ครับ “คุณมั่นใจแค่ไหนว่าถ้ายอมรับว่าทำผิด จะไม่โดนลงโทษ?” การวัดแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นว่าความปลอดภัยทางจิตใจยังเป็นเรื่องสำคัญ และช่วยให้เราพัฒนามันได้เรื่อย ๆ
สรุปแล้ว การสร้างและรักษาความปลอดภัยทางจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับความสำเร็จของทีม ถ้าเราสร้างบรรยากาศที่ทุกคนกล้าเสี่ยง กล้าแสดงความคิดเห็น และกล้าเรียนรู้จากความผิดพลาด องค์กรก็จะได้ทีมที่มีส่วนร่วม มีความคิดสร้างสรรค์ และทำงานได้ผลดียิ่งขึ้น
วิธีการที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางที่ผู้นำสามารถนำไปใช้สร้างและรักษาความปลอดภัยทางจิตใจในทีมได้เลย และอย่างที่ Google วิจัยมา ทีมที่มีความปลอดภัยทางจิตใจไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จเท่านั้นนะครับ แต่ยังปรับตัวได้ดีและสร้างสรรค์นวัตกรรมได้มากกว่าด้วย เมื่อเจอความท้าทาย
เอาล่ะครับ ใครอยากให้ทีมเก่งขึ้น มีความเป็นทีมมากขึ้น ก็ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ รับรองว่าได้ผลแน่นอน!
ใส่ความเห็น