ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและการใช้ชีวิตมีค่าใช้จ่ายสูง การดูแลความเป็นอยู่ทางการเงินของพนักงาน หรือ Financial Wellbeing ของพนักงานเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ การที่พนักงานมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขมากขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนขององค์กรด้วย
เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพทางการเงินหรือ Financial Wellbeing ในองค์กร หลายคนอาจคิดถึงเพียงการได้รับเงินเดือนสูง ๆ แต่แท้จริงแล้ว การดูแลสุขภาพทางการเงินนั้นครอบคลุมมากกว่าแค่การให้ค่าจ้างที่สูงขึ้น ความเข้าใจผิดนี้ทำให้พนักงานมักเน้นไปที่เงินเดือนเป็นหลัก ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การดูแลสุขภาพทางการเงินต้องมีองค์ประกอบที่หลากหลายและครอบคลุมถึงการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้พนักงานมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ดังนั้น Financial Wellbeing ไม่ใช่ระบบค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ย้ำ
ลองดูในบ้านเราก็ได้ พนักงานมีเงินเดือนสูงแค่ไหน ก็เป็นหนี้ท่วมหัว หลายคนเอาเงินในอนาคตมาใช้จ่ายกันก่อน โดยไม่มีการวางแผนทางการเงิน พอถึงเวลาที่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ บริษัทลดโอทีลง คราวนี้ก็จะเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังกันล่ะ จากนั้นก็เริ่มที่จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเกิดปัญหาทุจริตกันในองค์กรได้
ตัวอย่างโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน:
- การให้คำปรึกษาด้านการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล เช่น การออม การลงทุน การจัดการหนี้สิน เป็นต้น
- การจัดสัมมนาหรือการฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงิน
- โปรแกรมสนับสนุนการออมและการลงทุนระยะยาว เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- การมีนโยบายเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่พนักงาน
- การให้คำปรึกษาด้านภาษีและการวางแผนภาษี
- การจัดสวัสดิการสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน
- การจัดให้มีโปรแกรมสนับสนุนการประหยัดพลังงานในครัวเรือน
- การมีสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่เหมาะสม
- การเสนอทุนการศึกษาหรือการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ
- การจัดให้มีบริการให้คำปรึกษาเรื่องการเตรียมพร้อมเกษียณ
ถ้าสังเกตจากตัวอย่างโปรแกรมข้างต้น จะเห็นได้ว่า การดูแล Financial Wellbeing นั้น คือ การให้ความรู้ในการบริหารจัดการเงินแก่พนักงาน มากกว่าจะแจกเงินให้กับพนักงาน
แต่แน่นอนว่า เรื่องของการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนนั้น ก็ต้องสามารถแข่งขันได้กับตลาด จะต้องมีการปรับปรุงระบบบริหารค่าตอบแทนให้ทันสมัยอยู่เสมอ
แต่สุดท้ายแม้ว่าพนักงานจะได้เงินเดือนดี สูงแค่ไหนก็ตาม ถ้าเขาขาดความรู้ทางด้านบริหารเงินของตนเอง อนาคตก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งมันก็จะส่งผลต่อผลงาน และความรู้สึกในการทำงานของพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใส่ความเห็น