เพิ่มเงินเดือน เพิ่มสวัสดิการ แล้วพนักงานยังหมดไฟ เกิดอะไรขึ้น?

บทความ · Compensation & Benefits · Employee Wellbeing

⬛ HR Insight

เพิ่มเงินเดือน เพิ่มสวัสดิการ แล้วพนักงานยังหมดไฟ เกิดอะไรขึ้น?

“เงินช่วยให้คนรู้สึกว่าได้รับการตอบแทน สวัสดิการช่วยให้คนรู้สึกว่าได้รับการดูแล แต่ระบบงานที่ดีต่างหาก ที่ทำให้คนไม่ต้องถูกเผาจนหมดแรงตั้งแต่ต้น”


มีความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในวงการ HR นั่นคือ “ถ้าจ่ายดีขึ้น พนักงานก็จะหมดไฟน้อยลง”

ผมคิดว่าความเชื่อนั้นจริงบางส่วนครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เพราะในประสบการณ์ของผม มีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่ปรับเงินเดือน เพิ่มสวัสดิการ จัดกิจกรรมดูแลพนักงานครบครัน แต่พนักงานก็ยังหมดไฟอยู่ดี และผู้บริหารก็งงว่าทำทุกอย่างแล้ว ทำไมยังไม่ดีขึ้น

คำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้


เงินช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง

ระบบค่าตอบแทนที่ดีช่วยลดความเสี่ยงของการหมดไฟได้จริงครับ โดยเฉพาะในเรื่องของความรู้สึกเป็นธรรม

ความไม่เป็นธรรมเป็นตัวเร่งความเหนื่อยที่รุนแรงมาก คนเราอาจยอมเหนื่อยได้ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นมีความหมายและองค์กรเห็นคุณค่าจริง แต่ถ้าเหนื่อยแล้วรู้สึกว่าไม่แฟร์ ความเหนื่อยจะกลายเป็นความคับข้องใจทันที

เมื่อคนทำงานหนักกว่าแต่ได้ผลตอบแทนไม่ต่างจากคนที่ทำขั้นต่ำ เมื่อโบนัสขึ้นอยู่กับความรู้สึกของหัวหน้ามากกว่าผลงานจริง เมื่อตำแหน่งโตขึ้นแต่ค่าตอบแทนแทบไม่ขยับ สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ กัดกินใจคนโดยที่เขาอาจไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือต้นตอของความเหนื่อยที่สะสมอยู่

ระบบค่าตอบแทนที่มีโครงสร้างชัดเจน มีหลักการที่อธิบายได้ และมีความเชื่อมโยงกับผลงานจริง จึงช่วยลดความรู้สึกนี้ได้มาก ไม่ใช่เพราะทุกคนจะได้เงินเท่ากัน แต่เพราะทุกคนเห็นว่าความต่างนั้นมีเหตุผล


สวัสดิการที่ดีช่วยได้ แต่ต้องใช้ได้จริง

สวัสดิการที่ดีช่วยลดภาระในชีวิตจริงของพนักงานได้มาก เพราะคนทำงานไม่ได้มีแค่ชีวิตในออฟฟิศ เขามีค่าครองชีพ มีภาระครอบครัว มีค่ารักษาพยาบาล มีความกังวลเรื่องอนาคต ถ้ารายได้ไม่พอหรือสวัสดิการไม่ช่วยรองรับความเสี่ยงพื้นฐานในชีวิต พนักงานจะเข้ามาทำงานพร้อมภาระในหัวเต็มไปหมด ร่างกายอยู่ที่โต๊ะทำงานแต่ใจอาจกำลังคิดเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่หรือเงินที่ไม่พอใช้ปลายเดือน

แต่จุดที่ต้องระวังคือ สวัสดิการจะช่วยลดการหมดไฟได้ก็ต่อเมื่อพนักงานใช้ได้จริงครับ มีวันลาแต่ลาไม่ได้ มีนโยบายทำงานยืดหยุ่นแต่ประชุมทั้งวันจนต้องไปทำงานจริงตอนกลางคืน มีนักจิตวิทยาให้ปรึกษาแต่คนกลัวว่าถ้าใช้แล้วจะถูกมองว่าอ่อนแอ สวัสดิการแบบนี้มีอยู่ในเอกสาร แต่แทบไม่แตะชีวิตจริงของพนักงานเลย


ระบบรางวัลที่ผิด สร้างการหมดไฟได้เหมือนกัน

สิ่งที่ผมพบบ่อยและคิดว่าน่ากังวลมากคือองค์กรบางแห่งออกแบบระบบรางวัลที่ไปให้คุณค่ากับพฤติกรรมที่นำไปสู่การหมดไฟโดยตรง เช่น ให้รางวัลเฉพาะคนที่ทำงานดึก ชื่นชมคนที่รับงานทุกอย่างโดยไม่ปฏิเสธ หรือมองคนที่ไม่ตอบข้อความหลังเลิกงานว่าไม่ทุ่มเท

เมื่อองค์กรยกย่องพฤติกรรมแบบนี้ซ้ำๆ พนักงานก็จะเรียนรู้ว่านั่นคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อได้รับการยอมรับ สุดท้ายองค์กรได้คนที่ดูทุ่มเทมากในระยะสั้น แต่เสียคนเก่งไปในระยะยาว เพราะไม่มีใครสามารถเผาตัวเองได้ทุกวัน

องค์กรจึงต้องถามตัวเองว่า เรากำลังให้รางวัลกับผลงาน หรือวิธีที่ได้มาซึ่งผลงาน เพราะคนที่ทำยอดได้แต่ทำให้ทีมพังควรถูกตั้งคำถาม คนที่วางระบบให้ทีมทำงานง่ายขึ้นควรถูกมองเห็น และคนที่สร้างผลลัพธ์ได้โดยไม่ทำให้คนรอบตัวหมดแรงควรเป็นแบบอย่างที่องค์กรยกย่อง


คำถามที่ลึกกว่า “จะให้อะไรเพิ่ม”

ถ้า HR อยากใช้ระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการเพื่อลดการหมดไฟได้จริงๆ คำถามที่ต้องถามไม่ใช่แค่ว่า “จะให้อะไรเพิ่ม” แต่ต้องถามด้วยว่า “งานที่เขาแบกอยู่ทุกวันนี้ มันเกินกำลังของคนคนหนึ่งไปแล้วหรือเปล่า” และ “อะไรที่ควรเอาออก” ไม่ว่าจะเป็นงานที่ล้นเกิน การประชุมที่ไม่จำเป็น หรือความคาดหวังที่ไม่มีใครพูดออกมาตรงๆ

“องค์กรของคุณกำลังเพิ่มสวัสดิการเพื่อดูแลพนักงานจริงๆ หรือกำลังใช้สวัสดิการเพื่อปิดแผลที่ยังไม่กล้าแตะ?”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

Financial Wellbeing อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องดูแลให้ดี

ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและการใช้ชีวิตมีค่าใช้จ่ายสูง การดูแลความเป็นอยู่ทางการเงินของพนักงาน หรือ Financial Wellbeing ของพนักงานเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ การที่พนักงานมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขมากขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนขององค์กรด้วย

อ่านเพิ่มเติม “Financial Wellbeing อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องดูแลให้ดี”

ความสำคัญของ Social Wellbeing ในการทำงานยุคดิจิตอล

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในชั่วพริบตา อีกทั้งยังสามารถนั่งทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยที่ไม่ต้องมาเจอหน้ากันเลย ยิ่งทำให้การดูแล สุขภาพทางสังคมของพนักงานหรือ Social Wellbeing กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด การเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กรโดยรวมอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม “ความสำคัญของ Social Wellbeing ในการทำงานยุคดิจิตอล”

อย่ามองข้ามความสำคัญของ Mental Wellbeing ในการทำงานยุคนี้

ในยุคปัจจุบันที่สภาพแวดล้อมการทำงานมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลสภาพจิตใจของพนักงานหรือ Mental Wellbeing เป็นสิ่งที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป ความกดดันจากการทำงาน การต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ และการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน (work-life balance) ต่างเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของพนักงานได้ทั้งสิ้น

อ่านเพิ่มเติม “อย่ามองข้ามความสำคัญของ Mental Wellbeing ในการทำงานยุคนี้”

เหตุผลที่องค์กรควรจะต้องใส่ใจทางด้าน Wellbeing ของพนักงาน

การนำโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) มาใช้ในที่ทำงานนั้นมีความสำคัญหลายประการ โปรแกรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กรโดยรวมด้วย อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดึงดูด และเก็บรักษาพนักงานเก่ง ๆ ไว้ได้อย่างดีอีกด้วย และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ควรให้ความสนใจกับ Wellbeing ของพนักงาน

อ่านเพิ่มเติม “เหตุผลที่องค์กรควรจะต้องใส่ใจทางด้าน Wellbeing ของพนักงาน”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑