ความสำคัญของ Social Wellbeing ในการทำงานยุคดิจิตอล

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในชั่วพริบตา อีกทั้งยังสามารถนั่งทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยที่ไม่ต้องมาเจอหน้ากันเลย ยิ่งทำให้การดูแล สุขภาพทางสังคมของพนักงานหรือ Social Wellbeing กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด การเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของพนักงานเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กรโดยรวมอีกด้วย

แม้ว่าเราจะทำงานต่างสถานที่กัน หรือไม่ได้ติดต่อกันทุกวัน แต่เราก็สามารถสร้าง Social Wellbeing ให้เกิดขึ้นได้

ทำไมองค์กรต้องให้ความสำคัญกับ Social Wellbeing

  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและน่าทำงาน ส่งผลให้พนักงานรู้สึกมีความสุขและพึงพอใจในการทำงาน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและราบรื่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการแก้ปัญหา
  • ลดอัตราการลาออก พนักงานที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้บริหารจะมีความภักดีต่อองค์กรและมีโอกาสลาออกน้อยลง
  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการทำงานร่วมกันช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

องค์ประกอบของ Social Wellbeing

การดูแลสุขภาพทางสังคมของพนักงานควรครอบคลุมหลายด้านเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โปรแกรมหลัก ๆ ของ การสร้างSocial Wellbeing ในองค์กรมีอะไรบ้าง ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

  • กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เช่น ค่ายพักแรม กิจกรรมกลุ่มภายในทีม
  • การจัดตั้งสโมสรตามความสนใจ เช่น สโมสรกีฬา สโมสรการอ่าน สโมสรดนตรี เป็นต้น
  • การมีพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสำนักงาน
  • การสนับสนุนกิจกรรมการกุศลหรือจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือชุมชน
  • โปรแกรมการเป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงานใหม่
  • การฝึกอบรมเรื่องการสื่อสารและทักษะการทำงานเป็นทีม
  • การให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับความขัดแย้งในที่ทำงาน
  • การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี หรือกิจกรรมสร้างความความสัมพันธ์ที่ดีเล็ก ๆ เช่น วันเกิดพนักงาน หรือวันสำคัญต่าง ๆ ก็สามารถจัดกิจกรรมร่วมกันเล็ก ๆ ในทีมงานได้
  • การสนับสนุนการจัดตั้งชมรมหรือสมาคมของพนักงาน
  • การมีช่องทางออนไลน์สำหรับพูดคุย แบ่งปันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวิธีการเริ่มโปรแกรม Social Wellbeing ในองค์กร
  • จัดกิจกรรมทางสังคมอย่างสม่ำเสมอ เช่น งานเลี้ยงและกิจกรรมสันทนาการหลังเลิกงาน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ

วิธีการเริ่มโปรแกรม Social Wellbeing ในองค์กร

  • การประเมินความต้องการ เริ่มต้นด้วยการสำรวจและสัมภาษณ์พนักงานเพื่อเข้าใจความต้องการและความสนใจในการสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมทางสังคม รวมทั้ง HR อาจจะศึกษาจากข้อมูลพนักงานภายในองค์กรตนเองก่อนว่าประกอบไปด้วย Gen ไหนบ้าง และเรามีลักษณะของคนที่แตกต่างกันหรือไม่
  • การกำหนดเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนสำหรับโปรแกรม Social Wellbeing ในองค์กร เช่น การเพิ่มความพึงพอใจของพนักงานหรือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีม หรือการสร้างสัมพันธ์ของคนระหว่าง Gen หรือ ระหว่างประเทศ ฯลฯ
  • การออกแบบโปรแกรม พัฒนาโปรแกรมที่ครอบคลุมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในทีมและการมีส่วนร่วมในชุมชน เช่น การจัดกิจกรรม team building การสนับสนุนกลุ่มสนใจ และการจัดกิจกรรมอาสาสมัคร ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่โปรแกรมเหล่านี้จะต้องมีเรื่องของการสื่อสารระหว่างกันเสมอ
  • การสื่อสารและส่งเสริม ใช้การสื่อสารภายในองค์กรเพื่อให้พนักงานทราบถึงโปรแกรมและการเข้าถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การส่งอีเมล ประกาศในอินทราเน็ต หรือการจัดประชุมทีม
  • การประเมินและปรับปรุง ติดตามและประเมินผลการดำเนินโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของพนักงาน

การดูแลสุขภาพทางสังคมของพนักงานเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะไม่เพียงแต่ช่วยพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนให้องค์กรอีกด้วย การเริ่มต้นโปรแกรมนี้อย่างมีระบบจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑