เรื่องของการบริหารคนมักจะถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของ HR ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยไปสักแค่ไหนก็ตาม ก็ยังมีผู้จัดการสายงานที่คิดแบบเดียวกันแบบในอดีตก็คือ หน้าที่ในการบริหารคนนั้น เป็นหน้าที่ของHR ไม่งั้นจะมีฝ่ายนี้ขึ้นมาทำไม นี่คือเหตุผลที่ผู้จัดการสายงานมักจะอ้างถึงเสมอเวลาที่มีคนพูดว่า หน้าที่ในการบริหารคนนั้นเป็นหน้าที่ของผู้จัดการสายงาน
ท่านผู้อ่านล่ะครับ เห็นอย่างไร
เหตุผลที่เราบอกว่าหน้าที่ของการบริหารคนนั้นเป็นหน้าที่ของผู้จัดการสายงาน หรือหัวหน้างานโดยตรงนั้น ก็มีสาเหตุสำคัญมาจาก การที่หัวหน้างานโดยตรงนั้นจะต้องบริหารจัดการพนักงานที่ทำงานอยู่ด้วยกันทุกวัน ซึ่งเขาน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้จักลูกน้องของตนเองที่ที่สุดว่า ใครเป็นอย่างไร พนักงานทำงานดีไม่ดีอย่างไร เก่งไม่เก่ง หรือต้องพัฒนาเรื่องอะไรนั้น คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดก็คือ คนที่เป็นหัวหน้างานโดยตรง
HR แทบจะไม่รู้จักพนักงานในประเด็นเหล่านั้นเลย แต่ HR จะทำหน้าที่ในเรื่องของระบบในการบริหารจัดการคนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเป็นระบบที่ทุกคนใช้เหมือนกัน
สิ่งที่ผู้จัดการบางคนอาจจะลืมไปบ้าง ก็คือ หน้าที่ที่สำคัญของการเป็นผู้จัดการก็คือ การบริหารจัดการการทำงานเพื่อให้ได้งานตามเป้าหมายที่กำหนด และผู้จัดการเองก็ไม่ได้ทำงานคนเดียว ผลงานของทีมจะมาจากพนักงานที่อยู่ภายในทีม ดังนั้นผู้จัดการจึงต้องบริหารพนักงานในทีมงานให้สามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องทำงานผ่านคนอื่น เพื่อให้งานสำเร็จ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้คำพูดที่ว่า “หน้าที่การบริหารคน คือหน้าที่ของผู้จัดการ” เป็นไปได้มากขึ้นไปอีก
ด้วยเหตุนี้เอง ที่ผู้จัดการที่ต้องการพนักงานที่ทำผลงานได้ดีนั้น จะต้องเป็นคนทำให้พนักงานในการดูแลของตนเองมีความสุขในการทำงานให้ได้ในทุกวัน คำว่าความสุขในการทำงานนั้น ไม่ได้แปลว่า สปอย พนักงาน หรือตามใจพนักงาน แต่สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีร่วมกัน ความสุขในการทำงานไม่ได้แปลว่าไม่เครียดอะไรเลย แต่เมื่อเครียดแล้วผู้จัดการสามารถบริหารจัดการความเครียดของพนักงานได้อย่างดีมากกว่า
- เมื่อพนักงานมีความสุขในการทำงาน พนักงานจะสร้างผลงานที่ดี งานวิจัยมากมายได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่า พนักงานที่ทำงานอย่างมีความสุขนั้น จะเป็นพนักงานที่สามารถสร้างผลงานที่ดีให้กับองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง สังเกตเอาเองยังได้เลยครับ ถ้าพนักงานคนไหนที่เขามาทำงานด้วยความสุข แม้จะเครียดแค่ไหน เขาก็จะมีวิธีการในการแก้ไขปัญหาในการทำงานไปได้ทุกครั้งไป และผลงานก็มักจะดีอย่างต่อเนื่องด้วย
- พนักงานที่มีความสุข จะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่า อีกงานวิจัยหนึ่งก็คือ พนักงานที่มีความสุขในการทำงานจริงๆ จะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ดีกว่าพนักงานที่อมทุกข์ตลอดเวลา หรือพนักงานที่ไม่อยากทำงาน โดยส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าไม่ต้องวิจัยอะไรมาก ก็น่าจะพอเห็นอยู่ว่า มันไปด้วยกันจริงๆ
- พนักงานที่มีความสุข จะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี อีกประเด็นหนึ่งสำหรับพนักงานที่มีความสุขในการทำงาน ก็คือ เขาจะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างานของตนเอง ก็จะสามารถพูดคุย และทำงานกันอย่างดี แม้ว่าในบางครั้งอาจจะมีปัญหาความขัดแย้งบ้าง แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหากันไปได้
- พนักงานที่มีความสุข จะมีแรงจูงใจในการทำงานในตัวเอง พนักงานที่มีความสุขในการทำงานนั้น จะมีพลัง และแรงจูงใจในการทำงานในตัวเองมากกว่าพนักงานที่ไม่มีความสุขในการทำงาน คนที่มีความสุขนั้น เขาจะมีแรงจูงใจในตนเอง เพื่อที่จะสร้างผลงานโดยที่ไม่ต้องให้ใครมากระตุ้นอะไรมากนัก
คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วเป็นหน้าที่ของใครที่จะเป็นคนทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานแต่ละวันได้ คำตอบก็คือ คนที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุดนั่นเอง ซึ่งก็คือ ผู้จัดการและหัวหน้างานโดยตรงของพนักงานคนนั้น
ถ้าเราในฐานะหัวหน้างาน สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และทำให้พนักงานในทีมรู้สึกถึงความสุขในการทำงานได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะเกิดผลดีกับการทำงานของเรา และกับพนักงานมากขึ้นเท่านั้น และจริงๆ วิธีการทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเลย แค่เพียงใส่ใจ พูดคุย สื่อสารกันทุกวัน ให้ความจริงใจ ทำงานดีก็ชมเชย ทำงานไม่ได้ก็หาทางพัฒนา ให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีมงานมากขึ้น แค่นี้พนักงานก็รู้สึกมีความสุขในการทำงานแล้วครับ แต่ประเด็นคือ จะทำได้หรือไม่ได้เท่านั้นเอง
แล้ววันนี้ท่านทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานแล้วหรือยังครับ
ใส่ความเห็น