แบ่งเวลาอย่างไรดี ระหว่างเวลาทำงาน กับเวลาส่วนตัว ถ้าต้องทำงานจากที่บ้าน

จากการสำรวจในเรื่องของนโยบายการทำงาน ว่าเมื่อโควิด 19 จบลง องค์กรจะมีนโยบายในการทำงานของพนักงานอย่างไรกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตอบกลับมาว่า จะกลับมาทำงานที่บริษัทเหมือนเดิมที่เคยเป็น และจะยกเลิกนโยบายการทำงานจากที่บ้านไป ส่วนน้อยที่ตอบกลับมาว่า จะคงนโยบายทำงานจากที่บ้าน และเน้นไปที่นโยบายนี้เป็นหลัก

แต่ก็ยังมีองค์กรอีกส่วนหนึ่งที่กำลังพิจารณาว่า จะให้มีนโยบายทั้งการทำงานที่ออฟฟิศ และการทำงานที่บ้าน โดยจะออกกฎเกณฑ์ในการทำงานออกมาให้พนักงานได้ปฏิบัติตามอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษากันอยู่ว่าควรจะมีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง

อย่างไรก็ดี ประเด็นในหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่คนไทยได้ประสบพบเจอ และมีประสบการณ์ตรงเลยก็คือ การมีโอกาสได้ทำงานจากที่บ้าน ซึ่งเดิมนั้น ให้ตายยังไง นายจ้างเองก็ไม่เคยคิดที่จะยอมให้ทำงานแบบนี้ บางนายจ้างอาจจะไม่เคยคิดว่าจะมีการทำงานจากที่บ้านได้ด้วยซ้ำไป

แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว โดยผลที่ออกมาก็ค่อนข้างชัดเจนว่า นโยบายการทำงานที่บ้านนั้น เหมาะสมกับพนักงานในบางกลุ่ม และจะมีปัญหามากๆ กับพนักงานในบางกลุ่มเช่นกัน คือ ไม่ได้เหมาะกับพนักงานทุกคนในองค์กร อยู่ที่สไตล์การใช้ชีวิต และสถานภาพของครอบครัวด้วยเช่นกัน

สำหรับพนักงานที่ยังคงต้องทำงานที่บ้านต่อไป หรือ เลือกที่จะทำงานที่บ้านต่อ วันนี้เอาเทคนิคมาฝากกัน ว่าจะทำงานที่บ้านอย่างไรให้ได้งาน เทคนิคนี้มาจากบทความชื่อ How to Transition between work time and personal time ซึ่งเขียนโดย Elizabeth Grace Saunders

โดยผู้เขียนให้เทคนิคไว้ว่า เราต้องสั่งการสมองเราให้แบ่งเวลาให้ถูกต้อง โดย

  • สั่งสมองเราว่า ตอนนี้เป็นเวลาทำงานแล้ว โดยกำหนดเวลาไว้อย่างชัดเจนเลยว่าจะเริ่มงานเวลาใด และต้องสั่งการให้ตัวเองเริ่มงานในเวลานั้นให้ได้ ทั้งนี้ เมื่อเรารู้ว่า เราต้องเริ่มทำงานเวลาใด เราจะได้สามารถจัดการกับงานบ้าน หรือธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน หรือวางแผนไว้ไปทำต่อตอนเลิกงานแล้วก็ได้

  • กำหนดเวลาให้ชัดเจน เรื่องของเวลาในการทำงานหรือพักนั้น อย่าคิดว่าไม่สำคัญ แม้ว่าเราจะทำงานอยู่ที่บ้านก็ตาม เราก็ควรจะกำหนดเวลาในการทำงานอย่างชัดเจน เช่น เริ่มงานเวลาใด และพักสั้น ๆ ในช่วงเวลาใด และต้องกลับมาทำงานต่อเวลาใด พักทานข้าวเที่ยงเวลาใด และต้องไปทานที่ไหน ที่ไม่ใช่โต๊ะทำงานที่เรานั่งอยู่ เพื่อทำให้เรารู้สึกว่า เราออกจากหน้างานบ้าง จะได้ไม่เครียดจนเกินไป

  • สั่งมองเราว่า ได้เวลาเลิกทำงานแล้ว บางคนทำงานที่บ้าน ก็เลยทำกันเพลิดเพลิน เห็นหลายคนทำงานกัน 20 ชั่วโมงต่อเนื่อง นอนอีก 4 ชั่วโมง จากนั้นก็ตื่นมาทำงานต่อ ซึ่งแบบนี้มันก็หนักเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อร่างการและจิตใจได้ในระยะยาว ดังนั้น เราต้องสั่งสมองของเราให้หยุดทำงานตามเวลาที่เราตกลงไว้ ซึ่งเวลาที่จะหยุดทำงานนั้น ก็คงแตกต่างกันไปในแต่ละคน และสภาพการทำงานในแต่ละวันเช่นกัน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยุดทำงาน ก็ต้องหยุดให้ได้ บางคนไม่สามารถหยุดได้ ยังคงคิดเรื่องงานอย่างต่อเนื่อง จนทนไม่ได้ต้องกลับมานั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อปั่นงานต่อไป โดยไม่สนใจว่าร่างกายและจิตใจต้องการการพักผ่อนหรือไม่

เมื่อพิจารณาจากคำแนะนำในบทความข้างต้นแล้ว ก็พบว่า เคล็ดลับอยู่ที่การแบ่งเวลา การจัดสรรเวลาให้ชัดเจน จากนั้นก็ต้องควบคุมตนเอง ให้ปฏิบัติตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ให้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดภาวะความเครียดสะสมจากการทำงานมากเกินไป

วินัยในตนเองจึงมีความสำคัญมาก สำหรับคนที่ตั้งใจจะทำงานที่บ้านให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ โดยไม่ไปเบียดบังเวลาส่วนตัว และเวลาของครอบครัว ดังนั้น ใครที่ตั้งใจว่า จะทำงานที่บ้านต่อไปเพราะบริษัทมีนโยบายเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว ก็คงต้องลองเอาแนวทางนี้ไปปรับใช้ดู เพื่อสุดท้ายเราจะได้ความสมดุลที่ดีของการทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: