จะแก้ไขปัญหาระบบประเมินผลงาน ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน

สัปดาห์นี้ เขียนเรื่องการประเมินผลงานติดต่อกันมา ได้เห็นปัญหา สาเหตุ ต่างๆ กันแล้ว คราวนี้เราลองมาดูแนวทางในการแก้ไขอย่างจริงจังว่าจะต้องทำกันอย่างไรดี ก่อนอื่น ถ้าจะสรุปสาเหตุหลักของการที่ระบบประเมินผลงานขององค์กรมีปัญหา ก็หนีไม่พ้น 2 ประเด็นนี้ก็คือ

  • ระบบการประเมินผลงานของบริษัท ที่ไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการกำหนดแนวทางในการประเมินที่ชัดเจน หรือบางทีมีระบบที่ดี แต่ก็ขาดการสื่อสารถึงมาตรฐานในการประเมินผลงาน ว่าอะไรที่เรียกว่าดีมาก ดี หรือได้มาตรฐาน ก็เลยทำให้คนใช้ระบบใช้ไปตามความคิดเห็นของตนเองมากกว่า
  • ผู้ประเมิน ปัญหาที่สองก็คือ ผู้ประเมิน ที่ไม่สามารถที่จะให้คะแนนผลงานพนักงานได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะมีอาการกลัว กังวลไปต่างๆ นานา ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นมากที่สุดในการประเมินผลงานจริงของบริษัทต่างๆ

ถ้าเราจะแก้ไขระบบประเมินผลงานให้ดีขึ้น ผู้บริหาร และ ฝ่ายบุคคลจะต้องมีความกล้า 3 ประการคือ

  • กล้าที่จะมุ่งเน้นไปที่ผลงานอย่างแท้จริง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเปลี่ยนแนวความคิดในการบริหารจัดการ โดยที่จะต้องมุ่งเน้นไปที่ผลงานขององค์กรเป็นหลัก ในการบริหารจัดการ ควบคุมดูแลงาน ก็จะต้องมุ่งเน้นไปที่งานที่เป็นเป้าหมายขององค์กร เรียกได้ว่าจะต้องมีการติดตาม มีการพูดคุย และมีการปรับเปลี่ยนแผนงานกันอย่างตลอดเวลา เพื่อทำให้งานขององค์กรบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ แต่ถ้าผู้บริหารระดับสูงยังคงบริหารจัดการแบบเดิมๆ แบบเกรงใจพนักงาน พนักงานทำงานไม่ถึงเป้าหมาย ก็ไม่มีมาตรการอะไรออกมาเพื่อพัฒนาผลงาน แต่กลับบริหารจัดการกันไปแบบเดิมทุกๆ ปี ถ้าเป็นแบบนี้ เป้าหมายผลงานที่กำหนดไว้ มันก็ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย สุดท้ายเรื่องของการกำหนดตัวชี้วัดผลงาน การกำหนดเป้าหมายในการทำงาน มันก็แค่เป็นการทำเพื่อให้มันมีตามแฟชั่นกันไป
  • กล้าที่จะริเริ่มอะไรใหม่ๆ การที่ผลงานขององค์กรจะดีขึ้นได้จริงนั้น สิ่งที่ต้องมีก็คือ เรื่องของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การหาแนวทางในการทำธุรกิจใหม่ๆ ต่อยอดออกไปให้ได้ ดังนั้น ถ้าองค์กรของเราจะนำเอาระบบบริหารผลงานมาใช้งานให้ได้ผลจริง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องกล้าที่จะคิดอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ถ้าอยากให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง การทำงานแบบเดิมๆ ไปทุกปี องค์กรจะเติบโตได้จริงหรือ ดังนั้น การที่เราตั้งและกำหนดเป้าหมายการทำงานที่มันสูงขึ้นทุกปีนั้น การที่เราจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ แปลว่า เราจะทำงานแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไป เพราะถ้าทำแบบเดิม ผลงานก็จะออกมาเท่าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป้าหมายที่เรากำหนดสูงขึ้นมันก็จะไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราจะเน้นผลงานขององค์กรที่ดีขึ้นทุกปี เราก็ต้องกล้าที่จะคิดอะไรใหม่ๆ หาวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน
  • กล้าที่จะให้รางวัลผลงานที่แตกต่างออกไป ถ้าองค์กรเน้นผลงานอย่างจริงจัง ผู้บริหารเองจะต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการให้รางวัลผลงานให้แตกต่างออกไปจากเดิม จะต้องกล้าที่จะให้รางวัลผลงานพนักงานที่ทำผลงานโดดเด่น ซึ่งจะต้องได้รางวัลผลงานที่แตกต่างไปจากพนักงานที่ทำงานได้ตามเป้าหมาย และพนักงานที่ทำงานได้ตามเป้าหมาย ก็จะต้องได้รับรางวัลผลงานที่แตกต่างไปจากพนักงานที่ทำงานไม่ถึงเป้าหมายเช่นกัน การที่จะทำให้พนักงานคิดริเริ่ม และสร้างสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยม เราก็ต้องให้รางวัลผลงานแบบมีความชัดเจนมากกว่าเดิม การที่เราให้รางวัลผลงานพนักงานแบบใกล้ๆ กัน คนทำงานดี กับคนทำงานไม่ดี แทบจะไม่แตกต่างกันเลย แบบนี้ ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีเลย ที่สำคัญจะต้องเปลี่ยนมุมมองเรื่องของผลงานพนักงานว่า ใครที่ทำงานได้ตามเป้าหมายแปลว่าผลงานอยู่ในระดับปกติ ตามที่คาดหวัง แต่ถ้าใครที่ทำงานได้เหนือว่าเป้าหมาย เราจะให้รางวัลตอบแทนอย่างสาสมเช่นกัน ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงระบบการให้รางวัลให้เกิดความแตกต่างกันได้ ระบบบริหารผลงานก็จะได้ผลมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญก็คือ การพัฒนาผู้ประเมินให้มีความเข้าใจในระบบประเมินผลงาน ซึ่งผู้ประเมินก็คือกลุ่มคนที่เป็นหัวหน้างาน และผู้จัดการ ดังนั้น ถ้าจะทำให้ระบบประเมินผลงานดีได้นั้น ผู้ประเมินจะต้องได้รับการพัฒนาให้สามารถดูผลงานของพนักงานให้ออก ต้องเรียนรู้ให้ได้ว่า ผลงานดีคือแบบไหน ผลงานที่ไม่ดีคือแบบไหน พฤติกรรมแบบไหนที่เรียกว่าดี หรือโดดเด่น และมีจิตใจที่เป็นธรรม ใครผลงานดีก็คือดี ใครที่ผลงานไม่ดี ก็บอกเลยว่ายังไม่ดี แต่จะพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไปได้ในอนาคต

ถ้าระบบการประเมินชัดเจนพอ มีมาตรฐานในการประเมินและให้คะแนน รวมทั้งผู้ประเมินที่มีความชัดเจน มองผลงานพนักงานออกทั้งด้านผลลัพธ์การทำงาน และด้านพฤติกรรม ถึงเวลานั้น กระดาษ A4 เปล่าๆ ก็สามารถใช้ประเมินผลงานพนักงานได้อย่างเป็นธรรมครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑