การสร้างความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาการทำงานของพนักงาน ที่องค์กรสามารถทำได้

การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมากอย่างในยุคนี้นั้น เรื่องของงาน และชีวิตส่วนตัวของเราเริ่มที่จะแยกออกจากกันยากมากขึ้นเรื่อยๆ งานกับชีวิตส่วนตัวเริ่มที่จะปะปน กลมกลืนเข้าหากัน จนพนักงานเองก็เริ่มต้องการเรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น เพื่อให้งาน และชีวิตส่วนตัวสามารถที่จะไปด้วยกันได้มากขึ้น

และความยืดหยุ่นในการทำงานที่องค์กรสามารถเริ่มต้นทำได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก ก็คือ เรื่องของความยืดหยุ่นเรื่องของเวลาในการทำงาน จากผลการสำรวจในเรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงานของ SHRM (Society for Human Resource Management) ของบริษัทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ระบุถึงแนวทางในการบริหารความยืดหยุ่นในการทำงานให้กับพนักงานว่ามีวิธีการและแนวทางอย่างไรบ้าง ลองมาดูกันครับ

  • Flex time and place วิธีแรกนี้ ประเทศไทยก็เริ่มนำมาใช้กันบ้างแล้ว ก็คือ เน้นความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการเริ่มงาน และเลิกงาน แบบไม่ต้องตามเวลา แต่ยังคงรักษาชั่วโมงการทำงานต่อวันไว้ รวมถึงการที่พนักงานไม่ต้องเข้ามาทำงานในบริษัทได้ เช่น นั่งทำงานที่บ้าน หรือนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ หรือ ที่ไหนก็ได้ ซึ่งองค์กรก็อาจจะอนุญาตให้นั่งทำงานที่ไหนก็ได้เป็นเวลา 1 วันต่อสัปดาห์ เป็นต้น หรืออาจจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Compress work week ก็คือ การที่ให้พนักงานทำงานจำนวนชั่วโมงต่อวันที่มากขึ้น และทำให้วันทำงานต่อสัปดาห์น้อยลงไป

 

  • Choices in managing time เป็นลักษณะที่ให้พนักงานมีสิทธิที่จะเลือกเวลาทำงานของตนเองได้ เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตส่วนตัวในแต่ละช่วงเวลา เช่น การเลือกที่จะทำงานล่วงเวลา หรือไม่ทำ การเลือกที่จะเข้ากะในเวลาที่ตนเองต้องการ หรือ พนักงานมีสิทธิที่จะกำหนดเวลาพักของตนเองได้ เป็นต้น

 

  • Reduce time เป็นการให้สิทธิพนักงาน เปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานของตนเองได้ เช่นจากพนักงานประจำมาเป็น part-time

 

  • Caregiving Leaves ให้สิทธิพนักงานในการลาเพื่อที่จะดูแลครอบครัวที่ป่วย หรือ ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น วันคลอดของลูก การพาคนในครอบครัวที่เจ็บป่วยไปหาหมอ และดูแลจนอาการดีขึ้น บางแห่งก็ให้พนักงานนำงานกลับไปทำที่บ้านได้ โดยดูแลคนในครอบครัวไปด้วย และกำหนดเป้าหมายของงานที่จะต้องทำให้สำเร็จ

 

  • Time Off วันหยุด วันลาที่ยืดหยุ่น ให้พนักงานจัดวันหยุดวันลาของตนเอง วางแผนในการที่จะหยุดงาน บางแห่งก็เริ่มที่จะรวมจำนวนวันลาทุกประเภทเข้าด้วยกัน แล้วกำหนดเป็นจำนวนวันสูงสุดที่ลาได้ โดยให้สิทธิพนักงานในการวางแผนเพื่อที่จะลา หรือ ลาให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และความจำเป็นของตนเองได้

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็คือ ความยืดหยุ่นเรื่องของวัน และเวลาในการทำงานของพนักงาน ซึ่งแนวโน้มในเรื่องนี้ ก็เริ่มที่จะมีบริษัทที่นำมาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อมีการทำวันเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานให้เป็นแนวใหม่ คือ เน้นไปที่ผลลัพธ์ของงานมากกว่าที่จะเน้นไปที่การใช้เวลาในการทำงาน

ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา องค์กรที่เป็นโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่แน่นอน ชัดเจน ต่างก็พูดเหมือนกันว่า เรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานนั้นใช้ยากสำหรับงานโรงงาน ไม่เหมือนงานขาย หรืองานบริการ ที่พอจะใช้งานได้ทันที

แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบัน ก็เริ่มมีการนำเอาเรื่องของเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นเข้ามาใช้ในโรงงานผลิตมากขึ้น แม้ว่า คนในโรงงานจะเข้าออกงานแบบยืดหยุ่นมากไม่ได้ แต่ก็มีการกำหนดให้สิทธิพนักงานมีโอกาสเลือกที่จะเข้ากะ ไม่ว่าจะเป็น กะเช้า บ่าย ดึก โดยให้พนักงานมีสิทธิที่จะเลือกในแต่ละช่วงเวลาของการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตของตนเองในแต่ละช่วงเวลาเช่นกัน หรือ บางแห่งก็ให้สิทธิในการเลือกที่จะทำงานล่วงเวลาหรือไม่ทำ หรือ ทำล่วงเวลาด้วยระยะเวลาเท่าไหร่ ก็ให้กำหนดเองได้มากขึ้นกว่าเดิมที่นายจ้างจะเป็นสั่ง จัดกะ และหมุนกันไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่า พนักงานคนไหนจะทำได้หรือไม่ได้ก็ตาม

ท่านที่ทำงาน HR ก็คงต้องเอาแนวทางเหล่านี้มาลองปรับใช้กับการทำงานของบริษัทตนเอง ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตามบริบทการทำงานของบริษัทของตนดูนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: