เกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงาน ควรมีอะไรบ้าง

เมื่อวานเขียนเรื่องของ Career Path ไปว่ามีประเด็นที่เข้าใจผิดอะไรกันบ้าง ก็มีผู้อ่านเขียนมาสอบถามทางอีเมล์ว่า แล้วถ้าเราจะเลื่อนตำแหน่งพนักงาน เราควรจะต้องมีเกณฑ์อะไรในการพิจารณาบ้างว่า พนักงานควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือยัง วันนี้ก็เลยเอาเกณฑ์ต่างๆที่องค์กรทั่วไปมักจะใช้ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของพนักงานมาให้อ่านกันนะครับ

อย่างที่ทราบกันดีกว่า การเลื่อนตำแหน่งนั้น ก็คือ การได้รับหน้าที่และความรับผิดชอบที่สูงขึ้นกว่างานเดิม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งตามสายการบังคับบัญชา หรือตำแหน่งตามสายวิชาชีพก็ตาม ดังนั้น เราต้องคิดอยู่เสมอว่า การที่เราจะให้พนักงานขึ้นมาดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นได้นั้น แปลว่า เขาจะต้องมีความพร้อมที่จะทำงานในตำแหน่งงานนั้นได้จริงๆ ไม่ใช่เลื่อนขึ้นมาแล้ว ยิ่งแย่ไปกว่าการทำงานในตำแหน่งเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ การเลื่อนตำแหน่งก็ไม่มีประโยชน์ต่อองค์กรและต่อตัวพนักงานเลย

ผมมักจะชอบเปรียบเทียบการพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งพนักงานว่า ก็เหมือนกับการสรรหาคัดเลือกพนักงานใหม่เข้ามาทำงานในบริษัท ก็คือ จะต้องมีการพิจารณาคุณสมบัติ และศักยภาพว่ามีความเหมาะสม และมีความรู้ความสามารถมากพอที่จะมาทำงานได้จริง หรือถ้าต้องฝึก ก็ต้องมีพื้นฐานบางอย่างที่พร้อมที่จะมาฝึกได้จริง

ดังนั้น การที่จะเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานคนไหนนั้น เกณฑ์ทั่วๆ ไปที่องค์กรที่มีระบบ HR ที่ดีหน่อยมักจะนำมาพิจารณาก็มีดังต่อไปนี้ครับ

  • ผลงานของพนักงาน ประเด็นแรกที่มักจะนำมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก็คือ ผลงานของพนักงาน โดยพิจารณาย้อนหลังไป 3-5 ปี ว่ามีความคงที่ในผลงานอย่างไรบ้าง มีความโดดเด่นทางด้านผลงานอย่างไรบ้าง คำว่าผลงานนี้ ก็มักจะหมายถึงผลลัพธ์ของงานที่พนักงานแสดงออกมาได้ตามเป้าหมายในการทำงานที่กำหนดไว้สักแค่ไหน บางองค์กรก็มองเป็น KPI ไปก็ถือว่าใช้ในการพิจารณาได้อยู่ และผลงานที่ว่านี้ ก็มักจะมีต่อระยะเวลาในการที่จะถูกเลื่อนตำแหน่งด้วย เช่น ยิ่งถ้าผลงานอยู่ในระดับดีมาก และคงที่มากๆ ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ระยะเวลาก็จะสั้นหน่อย เช่น อาจจะ 2 ปี ก็ได้รับการพิจารณา แต่ถ้าผลงานไม่ค่อยดี ก็คงต้องอาศัยเวลาในการทำงานนานกว่าถึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือพูดในอีกนัยหนึ่งก็คือ พนักงานที่มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องมาตลอดนั้น ถือว่าเป็นคนเก่ง เราก็ต้องพิจารณาเรื่องของความก้าวหน้าให้เขาเร็วหน่อยนั่นเอง แปลได้อีกว่า ด้วยความเก่งของเขา เขาก็น่าจะพร้อมที่จะรับผิดชอบงานที่ยากขึ้นได้
  • Competency ปัจจัยที่สองที่จะต้องพิจารณควบคู่ไปกับเรื่องผลงานก็คือ พฤติกรรมในการทำงานของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น core competency managerial competency หรือแม้กระทั่ง functional competency ก็ต้องถูกพิจารณาอย่างรัดกุม ว่าพนักงานเองมีความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมได้ตามมาตรฐานของตำแหน่งงานใหม่ที่จะเลื่อนขึ้นไปหรือยัง ถ้าตำแหน่งทางด้านสายบริหาร ก็จะต้องพิจารณา managerial competency เยอะหน่อย เพราะบทบาทหน้าที่ของการบริหาจัดการจะต้องดูทั้งคน และทั้งงาน แต่ถ้าเป็นตำแหน่งด้านวิชาชีพ ก็อาจจะเน้นไปที่ functional competency มากหน่อย เป็นต้น
  • ศักยภาพ ปัจจัยตัวที่สาม ที่เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก็คือ พนักงานคนนั้นมีศักยภาพในการที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับหน่วยงาน หรือองค์กรของเราสักแค่ไหน ศักยภาพส่วนใหญ่ที่มักจะมองกันก็เป็นพวก การมีวิสัยทัศน์ การคิดริเริ่ม การเปลี่ยนแปลงตนเอง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งภาวะผู้นำในตัวพนักงานเอง ปัจจัยเหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยบอกว่า พนักงานที่เราพิจารณาจะเลื่อนตำแหน่งให้นั้น เขาพร้อมที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมหรือไม่ ไม่ใช่เลื่อนขึ้นมาแล้วก็ทำแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แบบนี้ไม่ต้องเลื่อนตำแหน่งให้เปลืองค่าจ้างเงินเดือนจะดีกว่า
  • การฝึกอบรมที่จำเป็น บางองค์กรจะมีการกำหนดไว้เลยว่า ถ้าจะเลื่อนไปสู่ตำแหน่งใดก็ตาม จะต้องผ่านการฝึกอบรม และพัฒนาในประเด็นอะไร เรื่องอะไรบ้าง และมีการกำหนดการวัดผลการพัฒนาไว้ด้วยว่าจะต้องอยู่ในเกณฑ์ใด ก่อนที่จะพิจารณาว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนตำแหน่งให้
  • การโอนย้าย หมุนเวียนงาน ปัจจัยนี้จะเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาสำหรับตำแหน่งงานที่จะต้องดูแลงานที่มีความกว้างมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการที่พนักงานคนหนึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งได้นั้น ก็ต้องผ่านการโอนย้าย หรือการหมุนเวียนงานไปยังแผนก หรือฝ่ายงานต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อที่จะเลื่อนขึ้นไปแล้ว จะได้สามารถควบคุมดูแลงานทั้งหมดได้จริงๆ ไม่ถูกพนักงานหลอกได้นั่นเอง

เคยมีท่านผู้อ่านบางท่านถามว่า แล้วการสอบล่ะ ใช้เป็นเกณฑ์ในการเลื่อนตำแหน่งได้หรือไม่ หรือถ้าไม่สอบข้อเขียน ก็ให้พนักงานคนนั้นไปทำรายงานมาส่ง เช่น รายงานว่า จะสร้างอะไรใหม่ เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปแล้ว ฯลฯ

ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับการสอบข้อเขียนครับ

ผมเองโดยส่วนตัว ไม่ค่อยเชื่อ เรื่องของการสอบข้อเขียน เพื่อการเลื่อนตำแหน่งมากนัก เพราะการสอบผ่านด้วยคะแนนสูงๆ  ไม่ได้แปลว่าพนักงานคนนั้นจะพร้อมและมีความสามารถที่จะทำงานที่ยากขึ้นได้จริงๆ

แต่ถ้าเราจะเอามาประกอบกับการพิจารณาเพิ่มเติม จากปัจจัยข้างต้น มันก็ไม่ผิดกติกาอะไรนะครับ ก็ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีครับ

แล้วองค์กรของท่านล่ะครับ เวลาที่จะเลื่อนตำแหน่งให้พนักงาน เราพิจารณาจากอะไรบ้างครับ

One thought on “เกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งพนักงาน ควรมีอะไรบ้าง

Add yours

  1. การสอบก็เป็นการวัดสมรรถนะด้านความรู้อย่างหนึ่ง แต่เหมาะกับตำแหน่งหรือสายงานด้านวิชาการมากกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: