ปกติคนเรามักจะชี้ออกไปที่คนอื่น ตัวเราเองไม่ค่อยมองตัวเองว่าเราเป็นฝ่ายผิดสักเท่าไหร่นัก บางครั้งเวลาที่เราขับรถในซอยเล็กๆ แล้วรถคันหน้าจอดเพื่อส่งคนอื่นลงจากรถ เราก็ไปตำหนิเขาแล้วว่า จอดได้ยังไง ไม่เกรงใจคนอื่นบ้างเลย แต่พอถึงเวลาเราต้องส่งคนอื่นลงจากรถบ้าง ก็เลยจอด รถคันหลังบีบแตรเตือน เราก็ชี้ออกไปหาคนอื่นว่า “จอดแค่แป๊ปเดียวเอง ทำไมถึงไม่มีน้ำใจแบบนี้” สังเกตมั้ยครับ เราไม่เคยที่จะโทษว่าเราเองก็ทำเหมือนกับที่เรากำลังตำหนิคนอื่นเช่นกัน
หรือแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ที่ขับบนทางเท้า แต่กลับไม่เคยมองว่าตนเองทำผิดเลยสักนิด เวลาที่มีคนเดินเท้ามาเดินขวาง ก็มีการบีบแตรไล่ หรือถ้ามีใครตำหนิ ก็มักจะอ้างว่า “แค่นี้เองทำไมไม่มีน้ำใจ” คนอื่นผิดตลอด ตนเองไม่เคยผิดเลย
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ เคยพบกับเหตุการณ์แบบนี้บ้างหรือไม่ วันนี้ก็เลยเอานิทานสอนใจสั้นๆ มาให้อ่านกันครับ เป็นนิทานที่มาจากหนังสือ หนังสือปรัชญาของผู้สู้ชีวิต กว้อไท่ เขียน บุญศักดิ์ แสงระวี แปล ครับ ลองอ่านดูนะครับ
“เข้มงวดต่อคนอื่น ปล่อยปละต่อตัวเอง” เป็นโรคประจำตัวของคนทั้งหลาย ในขณะที่เราวิจารณ์คนอื่นนั้น มักจะเห็นแต่ความผิดของคนอื่น แต่กลับมองไม่เห็นว่าตนกำลังทำความผิดในแบบเดียวกัน
มีพระอยู่ ๔ รูป ร่วมกันฝึก “การเข้าสมาธิเงียบ” ในแบบของเซน
ใน ๔ รูปนั้น มีอยู่ ๓ รูปเป็นพระอาวุโสแก่พรรษา มีเพียงรูปเดียวที่อ่อนทั้งอาวุโสและพรรษา เนื่องจากการฝึกจำเป็นต้องจุดตะเกียง เพราะฉะนั้นหน้าที่การดูแลตะเกียงจึงมอบให้พระที่อ่อนพรรษากว่าเป็นผู้รับผิดชอบ
“การฝึกสมาธิเงียบ” เริ่มต้นขึ้นแล้ว พระทั้ง ๔ รูปนั่งขัดสมาธิล้อมรอบอยู่กับตะเกียงดวงนั้น ดำเนินการฝึกอย่างเคร่งครัด เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พระทั้ง ๔ รูป มิได้ปริปากพูดอะไรเลย เนื่องจากมันเป็น “การฝึกสมาธิเงียบ” จึงไม่มีใครเอ่ยปากพูดเลยสักรูปเดียว ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่น้ำมันในตะเกียงน้อยลงทุกที ดูท่าจะแห้งไปในไม่ช้า พระรูปที่รับผิดชอบดูแลตะเกียง เห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ ในตอนนี้เอง ก็มีลมโชยมากระโชกหนึ่ง ไฟในตะเกียงก็ถูกพัดจนริบหรี่ลง เกือบจะดับมิดับแหล่
พระรูปที่ดูแลตะเกียงอดรนทนไม่ไหว ตะโกนขึ้นว่า “แย่แล้ว ตะเกียงดับแล้ว”
พระอื่น ๆ อีก ๓ รูป เดิมทีก็นั่งหลับตาขัดสมาธิ ไม่มีใครพูดอะไรเลย เมื่อได้ยินพระรูปนั้นตะโกนเสียงหลงดังนั้น พระรูปที่นั่งถัดไปก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับตำหนิว่า “ร้องเอะอะไปทำไม เรากำลังฝึกสมาธิเงียบอยู่มิใช่หรือ ร้องแรกแหกกระเชอไปได้ เสียสมาธิหมด” พระรูปที่นั่งถัดไปอีกรูปหนึ่งได้ยินเข้าก็บันดาลโทสะ เอ็ดพระรูปที่เอ๋ยปากตำหนิว่า “คุณก็ส่งเสียงเอะอะอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือแย่จริง ๆ”
ส่วนพระอีกรูปหนึ่งซึ่งมีอาวุโสสูงกว่าเพื่อน นั่งเงียบอยู่ตลอดเวลาที่พระ ๓ รูปส่งเสียงเอะอะกันอยู่ แต่ผ่านไปสักครู่ พระรูปนั้นก็ลืมตามองพระทั้ง ๓ รูป ด้วยความภูมิใจว่า “มีแต่ผมเท่านั้นที่ไม่ได้พูด”
พระ ๔ รูป ซึ่งฝึกสมาธิเงียบในแบบเซนกันอยู่ ต่างก็เอ่ยปากพูดกันหมดเพราะเรื่องตะเกียงดวงเดียว ที่น่าหัวร่อก็คือ พระอาวุโสทุกรูปที่ต่างก็ตำหนิคนอื่นว่าส่งเสียงพูดจาให้เสียสมาธินั้น ล้วนแต่ก็ไม่รู้ตัวว่า ตนก็กระทำผิดที่ “เอ่ยปากพูด” เหมือนกัน
ลองอ่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
มีนักเรียนคนหนึ่งถามครูว่า “ที่คุณครูเขียนข้อความไว้ใต้ความเรียงของผมนั้น ผมสติปัญญาน้อย อ่านไม่ออกจริง ๆ ว่า คุณครูเขียนว่าอะไรบ้าง ขอได้โปรดอธิบายให้ผมทราบด้วย”
ครูตอบว่า “ฉันเพียงแต่เขียนบอกเธอว่า เธอเขียนหนังสือหวัดเกินไป วันหลังเขียนให้บรรจงสักหน่อยจะได้อ่านได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง”
ครูเห็นแต่ความ”หวัด” ของนักเรียน แต่หารู้ไม่ว่า ตนก็กระทำความผิดเรื่องเขียนหนังสือ “หวัด” เหมือนกัน จนนักเรียนก็อ่านข้อความที่ครูเขียนไม่รู้เรื่องเช่นกัน

สวัสดีครับ ต้องเรียนว่าผมติดตามอ่านบล็อกของคุณมาตลอด เพราะได้รับความรู้และสาระดีดีมากมาย และยังแชร์บล็อกของคุณไปที่เพจของสมาคมการบริหารโรงแรมไทยเสมอๆ เพราะผมเป็นแอดมินขอวเพจสมาคมฯ วันนี้ใคร่ขอคำแนะนำจากคุณเรื่องหนึ่งคือ ผมมีบล็อกที่ WP บล็อกหนึ่งชื่อ http://www.centuryboynewsletter.wordpress.com แต่ไม่สามารถเข้าไปเขียนบล็อกได้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณมาล่วงหน้าครับ
เรียนคุณศตวรรษ
ผมพยายามเข้าไปหาสาเหตุให้ แต่ก็ไม่ทราบสาเหตุจริงๆ ครับ น่าจะเป็นที่ตัว Account หรือเปล่าครับ อาจจะต้องลองเขียน email ไปคุยกับ admin ของ wordpress ดูนะครับ เล่าให้เขาฟังว่ามีปัญหาอะไร ผมว่าทางเขาน่าจะช่วยได้อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับ และขออภัยที่ไม่สามารถช่วยได้มากครับ