ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนล้วนแต่ต้องเคยมีความรู้สึกที่ไม่ชอบคนอื่น อยากให้คนอื่นเปลี่ยนแปลง ทำไมคนนั้นถึงไม่ทำแบบนี้ คนนี้ถึงไม่ทำแบบนั้น ฯลฯ คนเราปกติแล้วมักจะชอบให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงมาให้ตนเอง แต่ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน เพื่อทำให้คนอื่นยอมเปลี่ยน ดังนั้นก็เลยเกิดเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งกันมากมาย ก็เพราะทิฐิที่คนเรายึดมั่นถือมั่นไว้นั่นเอง
วันนี้ผมนำเอานิทานสอนใจดีๆ ที่ได้ข้อคิดที่ดีมาให้อ่านอีกเรื่องหนึ่ง หวังว่าอ่านจบแล้วจะได้ข้อคิดที่สามารถนำไปใช้กับชีวิตของเราได้นะครับ ถ้าท่านไหนอ่านแล้วทราบชื่อผู้แต่งที่แท้จริง ก็แจ้งมาได้นะครับจะได้ให้เครดิตไว้
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เด็กสาวคนหนึ่งนามว่าหลี่ลี่ เมื่อเธอแต่งงานจึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับกับสามีและแม่สามี และภายในเวลาอันสั้นหลี่ลี่ก็พบว่าเธอไม่สามารถเข้ากับแม่สามีได้เลย
ใช่สิ บุคลิกของทั้งคู่ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หลี่ลี่ทนนิสัยหลายอย่างของแม่สามีไม่ได้
ฝ่ายแม่สามีก็ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์หลี่ลี่เสมอมา
วันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน หลี่ลี่และแม่สามีทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน
แต่สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ ตามธรรมเนียมจีน สะใภ้จะต้องก้มหัว และเชื่อฟังแม่สามีในทุกเรื่องราว
ทั้งหลายทั้งปวงนี้นำมาซึ่งความทุกข์โศกแก่ผู้เป็นสามีเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุดวันที่หลี่ลี่หมดสิ้นความอดทนได้มาถึง เธอจึงตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง เธอตรงไปหาคุณหวางเพื่อนสนิทของพ่อที่ขายสมุนไพรในเมือง หลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง เธอจึงถามว่าพอจะหายาพิษอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลในคราเดียวได้ไหม
คุณหวางคิดอยู่ชั่วขณะ ในที่สุดจึงกล่าวกับหลี่ลี่ว่า “ลุงจะช่วยหนูเอง…แต่หนูต้องฟังคำของลุงและเชื่อฟังสิ่งที่ลุงบอกนะ”
หลี่ลี่ตอบรับทันทีว่า “ค่ะ หนูจะทำตามที่คุณลุงแนะนำทุกอย่าง”
คุณหวางหายไปหลังร้าน และกลับมาภายในเวลาชั่วครู่พร้อมกับห่อสมุนไพรในมือ เขากล่าวกับหลี่ลี่ว่า
“ลุงจะจ่ายยาสมุนไพรให้หนูจำนวนหนึ่ง แต่หนูต้องไม่ใช้ยาพิษนี้ทั้งหมดในคราวเดียวกันนะ เพราะนั่น จะทำให้ทุกคนสงสัย หนูจงเติมสมุนไพรนี้ลงไปในหมูเห็ดเป็ดไก่ที่ปรุงวันเว้นวัน สารพิษนี้จะได้ค่อย ๆ สะสมอยู่ในตัวเธอ … ขณะเดียวกัน หนูก็ต้องพูดจากับเธอดีๆ และเชื่อฟังเธอด้วย วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อแม่สามีตายลง จะได้ไม่มีใครสงสัยในตัวหนูไงล่ะ อย่าลืมนะ…ห้ามเถียงเธอ แต่จงเชื่อฟังทุกอย่างที่เธอบอกและปฏิบัติต่อเธออย่างดีที่สุด”
ได้ยินดังนั้น หลี่ลี่รู้สึกสุขใจยิ่งนัก จึงกล่าวขอบคุณและล่ำลาคุณหวางเพื่อกลับไปเตรียมอุบายสังหารแม่สามี
วันและคืนผ่านไป…หลี่ลี่จะต้องปรุงอาหาร จานพิเศษให้แม่สามีทุกวันเว้นวัน เธอจดจำคำของคุณหวางได้เป็นอย่างดี…พยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง เชื่อฟังและ ดูแลเธอเหมือนดั่งเป็นแม่ของตนเอง เวลาล่วงไปได้หกเดือน
ทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้หลังคาบ้านนั้นกลับแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หลี่ลี่ได้ฝึกตนให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก ไม่เคยมีปากเสียงกันเลยตลอดหกเดือนนี้ แม่สามีดูเหมือนจะมีเมตตาต่อเธอและเข้ากันได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ทัศนคติของแม่สามีที่มีต่อหลี่ลี่ได้เปลี่ยนไปเช่นกัน เธอเริ่มรักหลี่ลี่เหมือนกับลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง… เธอพร่ำบอกเพื่อนฝูงและคณาญาติว่า หลี่ลี่เป็นลูกสะใภ้ที่ดีที่สุดและยากจะหาใครมาเสมอเหมือน บัดนี้ หลี่ลี่ และแม่สามีรักกัน ดุจแม่-ลูกจริงๆ แล้ว…
ฝ่ายสามีหลี่ลี่รู้สึกสุขใจเป็นที่สุดที่ได้เห็นภาพนั้น
วันหนึ่ง…หลี่ลี่กลับไปหาคุณหวางเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้ง เธอละล่ำละลัก “คุณลุงหวางคะ กรุณาช่วยหนูด้วยค่ะ หนูไม่อยากให้แม่สามีตายแล้วค่ะ…คุณลุงรู้มั้ยคะว่า ตอนนี้แม่เปลี่ยนไปมาก ท่านดีกับหนูมากและหนูก็รักท่านเหมือนแม่จริงๆของหนู หนูไม่อยากให้ท่านตายด้วยยาพิษ ของหนูเลย…”
คุณหวางพรายยิ้ม ผงกศีรษะและกล่าวว่า หลี่ลี่เอ๋ย…ไม่มีอะไรต้องกังวล ลุงไม่เคยให้ยาพิษอะไรแก่หนูเลย สมุนไพรที่ให้ไปเมื่อคราวก่อนนั้นเป็นพวกวิตามินที่บำรุงร่างกาย…ยาพิษอย่างเดียวนั้นอยู่ที่จิตใจ และทัศนคติของหนูที่มีต่อแม่สามีต่างหาก และนั่นก็ได้รับการชำระล้างหมดแล้วด้วยความรักทั้งหมดทั้งมวลที่หนูมอบให้ท่าน
นิทานเรื่องนี้ เป็นเพียงอุทาหรณ์ที่เห็นได้ชัดซึ่งอาจเกิดกับใครก็ได้ ซึ่งบอกให้รู้ว่า คนเราทุกคนเมื่อให้แต่สิ่งที่ดีแก่ผู้อื่น ความดีนั้นย่อมจะกลับคืนมาสู่ตนเอง ขอเพียงเปิดใจให้กว้าง ยอมรับและพร้อมที่จะทำความดีด้วยความจริงใจ

ใส่ความเห็น