มุมมองของผู้บริหารและ HR กับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่

new-gen

เมื่อวานได้เขียนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ที่มีต่อการเขียนใบสมัครงานและการสัมภาษณ์ วันนี้จะมาเขียนต่อในเรื่องราวของพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่เช่นกัน แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบริษัท ผมเชื่อว่าหลายบริษัทก็คงจะมีเป้าหมายในการรับพนักงานใหม่ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเข้ามาฝึกและพัฒนาเพื่อให้เป็นพนักงานที่ดีของบริษัทและทำให้บริษัทเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคตได้

อย่างไรก็ดี จากที่ได้พูดคุยกับบรรดาฝ่ายบุคคลทั้งหลายรวมถึงผู้จัดการสายงาน ซึ่งเป็นผู้ดูแลเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงาน ก็พบว่ามีพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นพฤติกรรมที่ดีหรือไม่ หรือ จริงๆแล้วเป็นพฤติกรรมปกติที่ เป็นไปตามยุคสมัยนี้ เราลองมาดูกันว่าเขาบ่นอะไรกันบ้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ ในยุคนี้ที่เข้ามาทำงานกับบริษัท ต้องบอกก่อนว่าความคิดเห็นเหล่านี้มิใช่จะหมายความถึงเด็กรุ่นใหม่ทุกคนแต่เป็นความเห็นที่ได้รวบรวมมาจากเราบรรดาผู้จัดการและฝ่ายบุคคลที่มักจะบ่นถึงพฤติกรรมของเด็กสมัยใหม่มากกว่าซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะไม่ได้ทุกคนที่เป็นแบบนี้ก็ได้นะครับ

  • ไม่สนใจเรียนรู้งาน เด็กรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาทำงาน ถ้าเป็นเด็กที่ดี ก็มักจะมีความตั้งใจ และสนใจที่จะเรียนรู้การทำงาน แต่ถ้าเด็กคนนั้นมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ก็มักจะเป็นเด็กที่ไม่สนใจที่จะเรียนรู้ และศึกษางานที่มอบหมายให้ทำ มักจะมีพฤติกรรมที่เกี่ยงงาน เวลานายมอบหมายงานให้ ก็มักจะอิดออด และพยายามที่จะบ่ายเบี่ยง และไม่เต็มใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติม หรือถ้าทำก็มักจะมีเหตุผลที่ทำให้งานไม่เสร็จตามเวลาอยู่เสมอ ซึ่งทำให้เราบรรดาผู้จัดการต้องเหนื่อย และรู้สึกไม่ค่อยดีกับคนรุ่นใหม่ไปหมด และไม่ค่อยอยากที่จะจ้างเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน
  • รักความสบาย เด็กบางคนเข้ามาทำงานแล้วก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากวันที่สัมภาษณ์ จากที่เคยพูดว่าจะตั้งใจทำงาน ไม่ท้อถอย ไม่บ่น และจะอดทนสู้งานหนัก แต่พอถึงเวลาทำงานจริงๆ กลับมีแต่ข้อโต้แย้ง และบ่นอุบอิบตลอดเวลา รวมทั้งเวลาได้รับมอบหมายงานที่หนัก หรือต้องทำงานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งบางครั้งนายบอกว่าต้องทำให้เสร็จ เนื่องจากงานเร่งด่วน แต่สิ่งที่เรามักจะได้ยินก็คือ คำบ่นจากเด็กรุ่นใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนยังมีคำถามในลักษณะที่ว่า ใช้งานแบบนี้มีค่าล่วงเวลาให้หรือไม่ หรือมีเงินเพิ่มพิเศษอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะไม่ทำประมาณนั้น และพยายามที่จะสร้างข้อต่อรองกับนายของตนเอง เพื่อไม่ให้ตนเองต้องรับงานที่หนักหรือเกินเวลาที่กำหนด
  • ยึดมั่นในเวลาทำงาน (มากไปหรือเปล่า) เด็กรุ่นใหม่บางคนมีพฤติกรรมในการทำงานแบบตรงเวลามาก เริ่มงานแปดโมง เลิกงานต้องห้าโมงเป๊ะๆ ทั้งๆ ที่บางคนจบสูงและบริษัทจ้างโดยพิจารณาจากผลงานเป็นเกณฑ์ หรือบางคนก็มีพฤติกรรมที่มักจะมาสายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเมื่อถึงเวลาใกล้เลิกงานก็จะรีบเก็บของเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินออกจากบริษัทในทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะว่ากันไปมันก็ไม่ได้ผิดจากกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท เพียงแต่ในความรู้สึกของหัวหน้าหรือผู้จัดการ มักจะรู้สึกว่าเด็กไม่อดทนในการทำงาน ขาดซึ่งความตั้งใจ และความรับผิดชอบเพื่อให้งานสำเร็จ แต่เด็กรุ่นใหม่ก็มักจะอ้างว่าเขามาทำงานได้รับเงินเดือนตามเวลาที่บริษัทกำหนด ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลิกงานก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะกลับบ้านหรือออกจากบริษัทได้ในทันที

Gen Y

  • ติดโซเชียล ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแทบจะทุกคนไม่ใช่สำหรับเด็กรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เด็กรุ่นนี้จะมีอาการติดโซเชียลมากกว่าคนรุ่นอื่น ด้วยเนื่องจากเขาเกิดมาและโตมากับอุปกรณ์เทคโนโลยีและโซเชียลเน็ตเวอร์คทั้งหลาย ดังนั้นหลายคนที่เข้ามาทำงานแล้วไม่สามารถแสดงผลงานได้ชัดเจนก็เนื่องมาจากสาเหตุหนึ่งก็คือ เอาแต่เล่นโซเชียล หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ จนลืมไปว่านี่คือเวลาทำงาน บางคนบริษัทห้ามเล่น แต่ก็ยังแอบเล่น จนผู้จัดการบางคนแอบประชดประชันว่า เงินเดือนที่ให้ก็ให้ตามเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ทำงานจริงๆ วันนึงถึง 4 ชั่วโมงหรือเปล่าก็ไม่รู้ มัวแต่เล่นเฟสบุ๊ค หรือโซเชียลอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา
  • ชอบแชร์กันจัง เด็กรุ่นใหม่มักจะชอบแชร์ข้อมูลต่างๆผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในการทำงาน ความรู้สึกตอนนาย ต่อบริษัท สิ่งเหล่านี้มักจะถูกแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวอร์คเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ในความรู้สึกของตนเอง ยิ่งเรื่องไหนถ้ามีคนมาเม้นท์กันมากๆ ยิ่งทำให้คนแชร์รู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญมากมาย จริงๆ แล้ว ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดี ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ประเด็นคือเรื่องที่แชร์นั้นมักจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในสถานที่ทำงาน หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งนโยบายของบริษัท ที่ตนเองรู้สึกไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ก็แชร์ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กบางคนยังแอบถ่ายรูป หรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือข้อมูลอื่นๆที่เป็นความลับของบริษัท แชร์ลงไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทมากมาย บางเรื่องเป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้เลยก็มี

ด้วยพฤติกรรมที่ว่ามาข้างต้น บางคนทำผิดระเบียบบริษัทในขั้นรุนแรง แต่พอบริษัทไล่ออก ก็มาด่านายจ้าง และด่าบริษัทผ่านโซเชียลกันอีก เข้าลักษณะที่ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกเสมอ แต่กลับได้รับความไม่เป็นธรรมต่างๆ นานา บางคนถึงกับใช้คำพูดรุนแรง ด้วยความสะใจ และด้วยความลืมตัว จนลืมไปว่า ความสะใจที่ตนเองรู้สึกนั้น จะกลายมาเป็นสิ่งที่ให้โทษกับตนเองอย่างที่แก้ไขได้ยากมาก บางคนกลายเป็น blacklist ของกลุ่มธุรกิจนั้นๆ ไปเลยก็มี ไปสมัครงานที่ไหน ก็ไม่มีใครเอา เพราะรู้ประวัติและพฤติกรรมแย่ๆ ทั้งหมด โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยว่าคนอื่นเขารู้กันไปทั่วแล้วว่าประวัติของตนเองเป็นอย่างไร

สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ทั้งตัวคนรุ่นใหม่เองก็ต้องถูกปลูกฝังในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยเช่นกัน อะไรที่ถูกที่ควร อะไรที่เป็นมารยาททางสังคม ส่วนบริษัทเองก็คงต้องเรียนรู้พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของคนรุ่นใหม่ และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมที่ไม่ได้ผิด แต่อาจจะรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนทั้งสองกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกัน และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

หมายเหตุ ย้ำอีกครั้งนะครับว่า ไม่ได้หมายถึงคนรุ่นใหม่ทุกคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เด็กรุ่นใหม่ดีๆ เก่งๆ ก็มีเยอะครับ คงต้องสรรหาคัดเลือกอย่างดี และคงต้องอาศัยหัวหน้า และพี่เลี้ยงคอยสอน และให้คำแนะนำด้วยเช่นกัน

One thought on “มุมมองของผู้บริหารและ HR กับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่

Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: