ด้วยเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน มันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผลต่อคนเราในเรื่องของความอดทนซึ่งนับวันก็ดูจะน้อยลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการอดทนรออะไรบางอย่าง การอดทนต่อความลำบากที่จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งความอดทนที่มีต่อสิ่งที่คนอื่นกระทำกับเรา ก็เลยทำให้มีเรื่องราวต่างๆนานาในทางที่ไม่ดีเกิดขึ้นมากมายในยุคปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เองก็ทำให้คนเราในยุคปัจจุบันและคล้ายว่าจะเป็นคนใจร้อนมากขึ้น
วันนี้ก็เลยเอานิทานสั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความใจร้อนของคนเรามาให้อ่านกัน
ในอดีตกาล มีชายใจร้อนคนหนึ่งไปที่ตลาด เพราะเขาก้าวเข้าไปในร้านอาหาร ยังไม่ทันสั่งว่าจะกินอะไร เขาก็ตะโกนว่า
“ทำไมยังไม่เอาบะหมี่มาอีก!”
พอเขานั่งลง เจ้าของร้านอาหารที่เป็นคนใจร้อนเหมือนกันก็เอาบำรุงที่กำลังร้อนๆ ชามหนึ่งมาเทลงในถังขยะข้างโต๊ะที่เขานั่งแล้ว ดึงชามออกไป พร้อมกับพูดว่า
“ทำไมกินเหลือเยอะขนาดนี้ ข้าจะเอาชามไปล้างแล้ว”
ชายผู้นั้นไม่พอใจมาก กลับไปถึงบ้านก็เล่าให้เมียของเขาฟัง พร้อมกับพูดว่า
“มันทำให้ข้าโมโหจนจะตาย……”
เขาพูดยังไม่ทันขาดคำเมียของเขาก็คว้าของผ้าและบอกกับเขาว่า
“เมื่อแกตายฉันจะไปแต่งงานใหม่” แล้วภรรยาของเขาก็ออกจากบ้านไปแต่งงานใหม่
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งคืนเท่านั้น รุ่งเช้าสามีใหม่ของนางก็ขอหย่า หล่อนแปลกใจมาก ถามเขาว่า ทำไมถึงอยากจะหย่า สามีใหม่ก็พูดด้วยความไม่พอใจว่า
“เพราะจนป่านนี้แล้ว แกก็ยังไม่มีลูกชายมาให้ข้าสักคนเดียว!!”
อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ จริงๆ แล้วความใจร้อนนั้นมันก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลไป แต่ถ้าใจร้อนจนถึงกับขัดกับธรรมชาติที่ควรจะเป็น มันก็จะเกิดผลเสียมากมาย เพราะในทางธรรมชาติแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีครรลอง และมีความเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติที่วางไว้ ดังนั้นการที่เราทำอะไรด้วยความใจร้อน ผิดธรรมชาติที่มันควรจะเป็น ก็จะยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่อชีวิตเรามากกว่าผลดี

ใส่ความเห็น