โบนัส กับความเข้าใจของพนักงาน

หยุดไป 3 วันได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟฟ้าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ขึ้นไปไม่นาน ก็ได้ยินคน 3 คนคุยกันเรื่องของการตัดสินใจทำงานว่าจะเลือกทำงานที่ไหนดี เหตุผลส่วนใหญ่ที่ได้ยินมาก็เป็นเรื่องของค่าตอบแทนประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินเดือน ค่าวิชาชีพ ค่าครองชีพ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ “โบนัส”

สิ่งที่ผมได้ยินต่อก็คือ เขาคุยกันถึงเรื่องของโบนัสค่อนข้างเยอะว่า ปีที่ผ่านมาที่นี่ให้ 3 เดือน ที่นั่นให้ 2 เดือน อีกที่ให้แค่ 1.5 เดือน โดยที่ไม่มีการพูดถึงเงินเดือนมูลฐาน หรือองค์ประกอบของค่าตอบแทนอื่นๆ โดยที่เพื่อนอีกคนก็แนะนำไปว่า ก็น่าจะเลือกบริษัทที่ให้โบนัสเยอะที่สุดน่าจะดีที่สุด ผมได้ฟังแค่นี้ผมก็เอามาคิดต่อเองเป็นตุเป็นตะในสมองของตนเองในเรื่องของความเข้าใจเรื่องการให้โบนัสของพนักงานว่า จริงๆ แล้วพนักงานมีความเข้าใจในเรื่องของ โบนัสอย่างไรกันบ้าง

  • เข้าใจว่าโบนัสเป็นสิ่งที่บริษัทต้องให้อยู่แล้ว พนักงานบางคนเข้าใจเสมอว่า โบนัส เป็นสิ่งที่บริษัทต้องให้พนักงานอยู่แล้ว พอครบปี บริษัทก็ต้องมีการจ่ายโบนัสให้พนักงานตามรอบปี โดยไม่เคยคิดเลยว่า เงินโบนัสที่ให้นั้น มาจากไหน หรือทำไมต้องให้กันด้วย แต่คิดเพียงว่า นี่คือสิ่งที่เขาต้องได้ ถ้าไม่ได้ก็จะไม่พอใจบริษัทอย่างมาก
  • เข้าใจว่าโบนัสต้องได้มากขึ้นทุกๆ ปี พนักงานกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจว่าโบนัสที่ตนเองได้รับนั้น ถ้าปีนี้ได้ 1 เดือน ปีหน้าต้องได้มากกว่า 1 เดือน และปีถัดๆ ไปก็จะต้องได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จะน้อยลงไม่ได้
  • เข้าใจว่าโบนัสเป็นเรื่องผลงานของบริษัท ซึ่งพนักงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ พนักงานบางกลุ่มก็เข้าใจว่า เงินโบนัสที่ให้กับพนักงานแต่ละปีนั้น เป็นเงินที่มาจากผลงานของบริษัท ซึ่งพนักงานเองมองว่า ผลงานของบริษัทนั้น เป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ส่วนตนเองไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย ดังนั้นถ้าปีนี้โบนัสน้อยลง ก็จะโทษผู้บริหารว่าทำผลงานได้ไม่ดี ทำให้พนักงานต้องได้โบนัสน้อยลงไปด้วย ซึ่งจริงๆ ก็แปลกดีนะครับ เพราะผลงานขององค์กรล้วนแล้วแต่มาจากผลงานของพนักงานทุกคนในองค์กรอยู่แล้ว ถ้าองค์กรผลงานออกมาไม่ได้ พนักงานก็มีส่วนทำให้ผลงานไม่ดีอยู่แล้ว ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
  • เข้าใจว่าโบนัสจะต้องได้เท่ากันทุกคน กล่าวคือ พนักงานบางกลุ่มจะมีความเข้าใจว่า เงินโบนัสที่ได้นั้น พนักงานทุกคนในองค์กรจะต้องต้องได้เท่ากัน เช่น ถ้าได้ 3 เดือน ทุกคนในองค์กรก็ต้องได้ 3 เดือนเท่ากันหมดทุกคน

กับความเข้าใจข้างต้น ก็เลยทำให้หลายองค์กรจ่ายโบนัสให้พนักงานแล้ว กลับมีปัญหาตามมา ว่า พนักงานไม่ happy บ้าง พนักงานรู้สึกหมดกำลังใจบ้าง หรือพนักงานรู้สึกว่าบริษัทกำลังเอาเปรียบเขาอยู่ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ล้วนอยู่ที่ความเข้าใจเรื่องของโบนัส และที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีการสื่อสารเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจนระหว่างพนักงานกับบริษัท ว่าเรื่องของโบนัสนั้น เราจ่ายเนื่องจากอะไร จ่ายทำไม จ่ายเท่าไหร่ และเงินเหล่านี้มาจากไหนถึงมีเงินโบนัสมาจ่ายให้กับพนักงานได้

โดยปกติลักษณะของโบนัสปัจจุบันที่ให้กับพนักงานมีลักษณะดังนี้

  • จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับผลงานของบริษัท เรื่องของโบนัสที่ให้กับพนักงานนั้น ส่วนใหญ่จะคิดมาจากกำไรที่ได้มาจากการดำเนินงานในแต่ละปี ซึ่งถ้าปีไหนมีกำไรมากบริษัทก็สามารถตัดส่วนของโบนัสให้กับพนักงานได้มาก ปีใดที่กำไรน้อย หรือขาดทุน ก็จะทำให้โบนัสน้อยลง หรือไม่มีโบนัสในปีนั้นๆ ได้ นี่คือที่มา ซึ่งพนักงานจะต้องมีความเข้าใจที่มาของเงินโบนัสก้อนนี้เป็นอย่างดี
  • ผลงานของพนักงานมีผลต่อผลงานขององค์กรด้วย การที่เงินโบนัสมาจากผลงานของบริษัท คำถามก็คือ ใครที่ทำให้บริษัทมีผลงานที่ดีขึ้น หรือ แย่ลง ใช่อยู่ที่เจ้าของ หรือผู้บริหารกลุ่มเดียวหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ใช่ ผลงานของบริษัท มาจากการที่พนักงานทุกคนช่วยกันทำงานให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ใครที่ทำหน้าที่อะไร ก็ทำหน้าที่ของตนไปให้ดีที่สุด เพื่อให้ไปบรรลุเป้าหมายขององค์กรอันเดียวกัน บริษัทที่มีผลงานที่ดี ก็แปลง่ายๆ ว่า พนักงานทุกคนช่วยกันทำให้ผลงานออกมาดี ซึ่งผลงานออกมาดี ก็มีส่วนที่ทำให้เราได้เงินโบนัสเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน ดังนั้น ต้องสื่อสารให้พนักงานเข้าใจด้วยว่า โบนัสแต่ละปีอาจจะมีมากขึ้นหรือน้อยลงได้ ขึ้นอยู่กับผลงานของบริษัท ซึ่งเชื่อมโยงลงมาหาผลงานของพนักงานในมุมใดบ้าง
  • พนักงานแต่ละคนได้โบนัสไม่เท่ากัน ปัจจุบันนี้การจ่ายโบนัสให้กับพนักงานนั้น ส่วนใหญ่จะให้พนักงานแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ ผลงานของแต่ละคนด้วย ใครที่ผลงานดี ก็จะได้มากหน่อย ใครที่ผลงานไม่ดี ก็จะได้น้อยหน่อย ใครแย่มากๆ ก็มีโอกาสที่จะไม่ได้โบนัสเลยก็มี เนื่องจากยุคนี้ เราเน้นไปที่เรื่องของการสร้างผลงานมากขึ้น หรือที่เราเรียกว่า Pay for Performance เอาผลงานเป็นที่ตั้ง ถ้าทำได้ดี ก็จะใช้เป็นเหตุผลในการให้รางวัลตอบแทน ซึ่งก็จะสร้างความเป็นธรรมให้กับการบริหารคน และบริหารงานได้ดีขึ้น

การที่องค์กรจะบริหารเงินรางวัลผลงานแบบไหนก็ตามให้เกิดความเป็นธรรมนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ เรื่องของการสื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจถึงหลักการ และวิธีการในการให้ ไม่ควรเก็บเงียบ หรือคิดแค่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความลับ เพราะถ้าคิดแบบนี้ พนักงานก็จะคิดกันไปเอง ยิ่งไปกว่านั้น ปากต่อปากไปเรื่อยๆ จะยิ่งเกิดความเสียหายมากขึ้น

แทนที่บริษัทจ่ายเงินรางวัลให้แล้วพนักงานจะรู้สึกดี กลับทำให้พนักงานได้รับแล้วร้อง “ยี้” แบบนี้ ก็ถือว่า การให้เงินรางวัลนั้นไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาพนักงาน ทั้งๆ ที่องค์กรเสียเงินงบประมาณไปตั้งเยอะ

4 ความคิดเกี่ยวกับ "โบนัส กับความเข้าใจของพนักงาน"

Add yours

  1. ท่านประคัลป์ครับ เหตุที่ว่า”ยี้”น่ะยังไม่หมดครับ มิใช่ความเข้าใจผิดของพนักงานอย่างเดียว เจ้าของกิจการบางแห่งเข้าใจว่าโบนัสคือ “ติป” หรือ “ทิป” ครับ ไม่ได้ขึ้นกับอะไรมากมายเลย “ฉันพอใจเธอฉันติปให้” ปีละครั้ง ไม่มีที่มา ไม่มีอัตรา ไม่มี Ranking พนักงานที่ได้รับต่างก็ร้อง “ยี้” และหัวเราะด้วยความสมเพชว่า “ได้รับเบี้ยกันดารประจำปี” ครับ….

    1. เป็นความจริงที่ชัดเจนมากครับ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่มาเล่าสู่กันฟังนะครับ

  2. ตามปกติมนุษย์ใช้การเปรียบเทียบมากกว่าเหตุผลตามจริงอยู่แล้วครับ และแน่นอนว่าการเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่ได้ระหว่างบริษัทมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว และในโลกของปัจจุบันที่ลูกจ้างที่มีความสามารถมีทางเลือก การที่จะย้ายไปหาบริษัทที่จ่ายผลตอบแทนได้มากกว่าก็เป็นเรื่องปกติ
    และถ้าบริษัทให้ผลตอบแทนสู้กับบริษัทคู่แข่งไม่ได้ พนักงานเก่งๆก็หนีไปหมด ก็แค่นั้นหล่ะ พนักงา่นเขาคงไม่ต้องมีหน้าที่มารับรู้ว่าหลักการให้โบนัสคืออะไรหรอก แค่รู้ว่าบริษัทไหนได้โบนัสมากกว่าก็พอ
    มันเป็นเรื่องการแข่งขันระหว่างบริษัทเพื่อแย่งชิงคนเก่งกันเอง และพนักงานธรรมดาที่หาทดแทนได้ง่ายบริษัทก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายเช่นกัน
    มันก็แค่เรื่องดีมานซัพพลายธรรมดา การคาดหวังจะให้พนักงานเข้าใจการจ่ายโบนัสมันเลยยากมากและสำหรับพนักงานกินเงินเดือนก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปเข้าใจ

    1. จริงๆ ถ้าคิดแค่นั้น ก็คงจะบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กรได้ยากครับ เพราะปัจจุบันนี้ โบนัสที่จ่ายมันไปผูกกับผลงานขององค์กรมากขึ้น ถ้าพนักงานมีความเข้าใจว่า ผลงานของตนเองไปผูกกับผลงานขององค์กร และตนเองมีส่วนในการสร้างผลงานให้กับองค์กรได้ และระบบโบนัสก็สามารถตอบโจทย์ตรงนั้นได้ มันก็ถือว่า เป็นการรักษาคนเก่งๆไว้ได้ ตามผลงาน แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรารู้ว่าองค์กรนี้มีการจ่ายโบนัสเฉลี่ยที่สูงแต่ไม่มีการจ่ายที่เป็นธรรม คนที่ทำงานหนัก กับคนที่ไม่ทำงาน ได้โบนัสเท่ากัน แบบนี้ท่านเองรับได้หรือไม่ครับ ผมว่า คนเก่งๆ จริงๆ เขาไม่สามารถรับกับสิ่งเหล่านี้ได้แบบยาวๆ แน่นอนครับ ดังนั้น การที่องค์กรจะบริหารการจ่ายโบนัสให้ดีนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้และทำความเข้าใจแนวคิด และวิธีการจ่ายโบนัสอย่างชัดเจน คนเก่งๆ สมัยใหม่เขาไม่ได้คิดแบบเดียวกับคนสมัยก่อนครับ ที่รอว่าองค์กรจะให้โบนัสเท่าไหร่ ถ้าไม่ดีก็ไป มันมีเรื่องของความเป็นธรรมในการจ่ายด้วย ซึ่งในฐานะฝ่ายบุคคลก็ต้องทำความเข้าใจกับพนักงานให้ชัดเจนอยู่ดี ไม่ใช่ปล่อยให้ระบบโบนัส และระบบเงินเดือนอยู่ในบรรยากาศมาคุ ไปเรื่อยๆ และด้วยวัตถุประสงค์ ของการให้โบนัสก็คือ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้กับพนักงานในการสร้างผลงานที่ดี ดังนั้น ถ้าพนักงานอยากได้โบนัสเยอะๆ ก็คงต้องลงแรงสร้างผลงานที่ดีให้กับองค์กรด้วย ไม่ใช่นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แล้วก็นั่งรอว่า โบนัสจะได้เท่าไหร่ ถ้าได้น้อยก็ไปดีกว่า แบบนี้ ก็เท่ากับว่า บริษัทนั้นๆ ยังไม่สามารถบริหารทรัพยากรบุคคลให้สร้างผลงานได้อย่างเต็มที่

ส่งความเห็นที่ เหมา ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑