การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน เพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้น

หลักการหนึ่งในการบริหารทรัพยากรบุคคล และในการเป็นหัวหน้างานที่ดีที่มักจะมีการสอนกันอยู่เสมอ ก็คือ การสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ใครก็ตามที่ผ่านการเรียนในเรื่องของการบริหารจัดการ จะต้องได้เรียนเรื่องของการสร้างแรงจูงใจมากันทุกคน และจริงๆ แล้วการศึกษาเรื่องของแรงจูงใจในการทำงานก็มีอยู่ตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ลงตัวสักทีว่า อะไรกันแน่ที่เป็นปัจจัยที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้

พูดถึงคำว่าแรงจูงใจ หลายๆ คนอาจจะมองแค่เพียงว่าเป็นการหาปัจจัย หรือเครื่องมือในการบริหารจัดการที่จะทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรให้นานที่สุด คำถามก็คือ การที่พนักงานอยู่กับองค์กรได้นานที่สุดนั้น เป็นการที่พนักงานสร้างผลงานที่ดีให้กับองค์กรด้วยหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ “ไม่”

ดังนั้นแนวคิดในการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานจึงต้องเขียนให้ชัดเจนว่า พนักงานที่มีแรงจูงใจในการทำงานก็คือพนักงานที่ยินดี และเต็มใจที่จะสร้างผลงานที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทำงานอยู่กับที่เหมือนเดิมวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า หรือปีแล้วปีเล่า ก็ยังอยู่ทำงานแบบเดิมๆ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ แสดงว่าพนักงานคนนั้นไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน

แล้วจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้พนักงานยินดีที่จะสร้างผลงานที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยเหล่านี้แหละครับ ที่ควรจะเรียกมันว่าเป็นปัจจัยในการสร้างแรงจูงใจอย่างแท้จริง

วิธีการหาว่าปัจจัยอะไรที่เป็นตัวสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นกับพนักงานได้นั้น วิธีง่ายๆ ก็คือ ให้ลองถามตัวเราเองดูก็ได้ครับว่า มีปัจจัยหรือสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เราสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับองค์กร และยังคงอยากทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำงานแบบขอไปที หรือทำงานไปวันๆ

คำตอบที่ได้นั้น ก็คือ ปัจจัยจูงใจที่จะทำให้พนักงานหรือคนอื่นๆ เกิดแรงจูงใจได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งผลจากการสอบถามผู้เข้าสัมมนาในเรื่องของการพัฒนาทักษะการบังคับบัญชาก็ได้คำตอบดังนี้ครับ

  • มีอิสระในการทำงาน ซึ่งก็คือ งานที่เราทำนั้นถ้ามีการเปิดโอกาสให้เราได้คิด ได้ทำ ได้แก้ปัญหา และเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการทำงานด้วยตัวเราเอง โดยที่หัวหน้าหรือระบบงานไม่ได้เข้ามาเป็นข้อจำกัด ก็จะทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจมากขึ้น
  • การได้รับการยอมรับจากหัวหน้า การที่พนักงานจะเกิดแรงจูงใจในการทำงานที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลานั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเอาใจใส่จากหัวหน้าของตนเอง และการได้รับการยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าของตนเองในการทำงานที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่หลายๆ คนบอกว่าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อจิตใจและพลังในตัวเองอย่างมาก ลองมองตัวเราเองก็ได้ครับว่าเมื่อไหร่ที่เราได้รับความไว้วางใจและได้รับการยอมรับนับถือจากหัวหน้าของเราในการทำงานแล้ว เราจะรู้สึกอย่างไร ผมคิดว่าเราเองคงไม่อยากจะทำให้หัวหน้าของเราผิดหวัง โดยการหยุดสร้างผลงานที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
  • มีเพื่อนร่วมงานที่ดีเข้าใจกัน มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ดังนั้นย่อมที่จะต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และยากมากที่จะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต และถ้าหากองค์กรที่เราทำงานอยู่นั้นมีความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานที่ดี มีความรู้สึกถึงการทำงานเป็นทีมที่ดี ให้การยอมรับซึงกันและกัน มีการช่วยเหลือกันในการทำงาน สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นพลังอย่างหนึ่งที่จะทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจในการทำงานที่สูงขึ้น และเมื่อคนเราอยู่ร่วมกันในสังคม ปกติก็ย่อมอยากได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งการสร้างผลงานที่ดีก็เป็นการสร้างการยอมรับจากเพื่อนๆ ได้อีกทางหนึ่ง
  • มีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของงานที่ทำ พนักงานที่จะมีแรงจูงใจ และมีพลังในการสร้างผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้นั้น ก็คือพนักงานที่มีความรู้สึกว่างานที่ตนเองทำนั้นเป็นความรับผิดชอบของเรา เราเป็นเจ้าของงานนั้นเอง และจะต้องทำงานนั้นให้สำเร็จให้ได้ เพราะมันคืองานของเรา ความรู้สึกเป็นเจ้าของเกิดขึ้นได้จากการที่หัวหน้าเปิดโอกาสให้พนักงานรับผิดชอบงานด้วยตนเอง และให้อิสระในการดำเนินการและตัดสินใจบางอย่าง พร้อมทั้งให้อำนาจในการดำเนินการทำงานให้สำเร็จได้ด้วยตนเอง เมื่อไหร่ที่พนักงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของงานที่ทำอยู่นั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เขาจะทำงานด้วยความใส่ใจ และอยากให้ผลงานที่ตนเองทำนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ มักจะคิดอะไรใหม่ๆ และพัฒนาแนวทางในการทำงานใหม่ๆ อยู่เสมอ

4 ปัจจัยข้างต้นเป็นปัจจัยที่ผู้เข้าสัมมนาเลือกตอบมากที่สุดว่าเป็นปัจจัยที่จะทำให้พนักงานมีแรงจูงใจที่จะทำงานให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ ลองนึกถึงตัวเราเอง ถ้าเราได้รับความเชื่อถือจากหัวหน้า มีทีมงานและเพื่อนร่วมงานที่ดี และหัวหน้าให้อิสระในการทำงานกับเราในการคิดและสร้างสรรค์งานใหม่ๆ รวมทั้งเราเองยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ด้วยตนเอง ผมคิดว่าคงไม่มีใครที่จะรู้สึกแย่ หมดแรงจูงใจในการทำงาน และไม่อยากทำงานให้ดีขึ้นหรอกครับ มีแต่จะเป็นไปในทางตรงกันข้ามมากกว่า ก็คือ เกิดพลังในการทำงานให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆจริงมั้ยครับ

แล้ววันนี้คุณสร้างพลัง และสร้างแรงจูงใจที่จะให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วหรือยัง

6 ความคิดเกี่ยวกับ "การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน เพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้น"

Add yours

  1. เรียน อาจารย์ประคัลภ์

    ไม่ค่อยได้เห็นบทความอาจารย์ฯบ่อยเหมือนแต่ก่อน ผมเองก็ค่อนข้างยุ่งยากกับชีวิต ทั้งงาน ทั้งครอบครัว อย่างไรก็ดี เขียนมาให้กำลังใจครับ ติดตามอ่านทุกครั้งที่เข้ามาในอีเมล์

    ด้วยความเคารพและนับถือ
    กำพลสิริ พุทธรักษา

    1. เรียนคุณกำพลสิริ ผมเขียนอยู่ทุกวันนะครับ อาจจะเป็นเพราะเมล์ใน siamHR อาจจะส่งได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าสะดวกก็สามารถเข้ามาติดตามใน blog นี้โดยตรงเลยก็ได้นะครับ เพราะผมเขียนทุกวันยกเว้นวัน เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการครับผม ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ครับผม ก็ขอให้ผ่านพ้นความยุ่งยากทั้งหมดไปได้ด้วยดีนะครับ

  2. อยากให้ผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่่ง ซึ่งดิฉันทำงานกับบริษัทนี้มาร่วมๆ 3 ปี…แต่เท่าที่สังเกตแล้ว การบริหารของเค้า จะเอาแต่ความคิดและการตัดสินใจของตัวเองเป็นที่หนึ่งมาตลอด….ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่บริษัทแห่งนี้ เปลี่ยนบุคลากร ทุกๆ 3 เดือน!!!! นี่คือเรื่องจริงค่ะ

  3. ขอบคุณนะคะสำหรับบล๊อกดีๆแบบนี้ หนูกำลังทำรายงานเรื่องแรงจูงใจพนักงานบริษัทอยู่ค่ะ เท่าที่ได้ค้นคว้ามา หนูคิดว่าการจูงใจพนักงาน เป็นเพียงการตอบสนองความต้องการในใจแต่ละบุคคล อยากทราบว่าอาจารย์จะมีข้อเสนอแนะในการทำรายงานไหมคะว่า จุดสำคัญของการจูงใจคน มีอะไรอกีบ้าง ขอความกรุณาด้วยนะคะ

    1. เรื่องของการสร้างแรงจูงใจ จริงๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลอยู่แล้วครับ สิ่งที่น่าสนใจศึกษาก็คือ ถ้าความต้องการของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป แล้วคนมากมายที่เข้ามาทำงานในองค์กร
      องค์กรจะมีวิธีการในการสร้างแรงจูงใจให้กับแต่ละคนได้อย่างไร ตรงนี้น่าสนใจมากครับ เพราะองค์กรเองคงไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของแต่ละคนได้ 100% เต็ม
      ดังนั้นมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะสร้างความพอใจ และตอบสนองคนในองค์กรได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจ วิธีการเหล่านี้ ก็น่าจะเอามาใช้กับการบริหารคนในองค์กรได้ครับ

ส่งความเห็นที่ llnamfon ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑