การทำงานในองค์กรทุกวันนี้ ทุกคนต้องมีหัวหน้าที่คอยควบคุมดูแลการทำงานของเราเพื่อให้งานของเราเป็นไปตามแผนงาน และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งพนักงานหลายคนก็มักจะมีเสียงบ่นอยู่เสมอว่า หัวหน้าของตนเองนั้นไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ถ้าเลือกได้ก็อยากจะเปลี่ยนหัวหน้าใหม่ (จริงๆ ผมว่าก็เลือกได้นะครับ เพียงแต่เราจะเลือกหรือเปล่า) บางคนก็รู้สึกผิดหวังกับการทำงานของหัวหน้า บางคนก็ยอมรับสภาพและปล่อยไปตามยถากรรม หัวหน้าจะพาเราไปไหนอย่างไรก็เชิญ
ชีวิตการทำงานของพนักงานจะต้องเจอกับหัวหน้าของเราทุกวันอยู่แล้ว ทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนตนเองใหม่ แทนที่จะให้หัวหน้าบริหารเรา เราก็มาบริหารหัวหน้ากันดีกว่า คนที่เป็นหัวหน้าอ่านแบบนี้แล้วก็คงรู้สึกหนาวๆ เหมือนกัน และสงสัยว่าลูกน้องจะมาบริหารเจ้านายได้อย่างไร
ผมได้อ่านเรื่องราวของเทคนิคในการบริหารหัวหน้า (How to manage your boss) ประกอบกับใช้ประสบการณ์จริงในการทำงานทั้งในบทบาทของหัวหน้า และบทบาทของลูกน้อง มาประมวลออกมาเป็นเทคนิคในการบริหารหัวหน้าดังนี้ครับ
- ยอมรับความจริงก่อนว่าหัวหน้าเป็นผู้ที่อำนาจหน้าที่เหนือเรา ดังนั้นเขาจะเป็นผู้ที่สั่งการ ควบคุมดูแลโดยอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งของเขาที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรอยู่แล้ว แม้ว่าเราจะรู้สึกว่าเราเก่งกว่าหัวหน้าของเรา เราทำงานได้ดีกว่าที่หัวหน้าทำ เราก็ไม่ควรจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับหัวหน้าของตนเอง เพราะนอกจากจะไม่มีผลดีต่อการทำงานแล้ว ยังจะสร้างความรู้สึกไม่ดี และความร้าวฉานในความรู้สึกของทั่งคู่อีกด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ การถือทิฐิ การไม่ยอมกัน จนกระทั่งเริ่มมีการเล่นการเมืองกัน ซึ่งผลสุดท้ายคนที่เป็นลูกน้องมีโอกาสน้อยมากที่จะชนะครับ ส่วนใหญ่ด้วยอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าที่มีอยู่ ก็มักจะทำให้เขาเป็นผู้ชนะเสมอ จากนั้นก็จะไม่มีอะไรดีขึ้นอีกเลยทั้งในแง่งานของเรา และความรู้สึกที่ดีต่อการทำงานก็จะหายไปด้วย
- อย่าคิดว่าคนที่เป็นหัวหน้าจะเป็นที่ Perfect สุดๆ หัวหน้าก็คือคนๆ หนึ่ง ที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีความรัก ความโกรธเป็นปกติ และมีความผิดพลาดในการทำงานเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นการที่เรารู้สึกว่าทำไมหัวหน้าไม่เห็นจะเก่งอย่างที่เราคิดเลย ทำไมหัวหน้ายังคงทำผิดได้อีก ฯลฯ จะทำให้เรายิ่งรู้สึกไม่ดีต่อหัวหน้าของตนเองอีก พนักงานบางคนมีความเป็น Perfectionist ที่สูงมาก มองและคาดหวังว่าหัวหน้าของเราจะต้องเก่ง ต้องดี ต้องช่วยเราได้ ต้องแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ถ้าเราได้หัวหน้าเก่งแบบนั้นจริงๆ ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเราไม่ได้อย่างนั้น สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การลดความคาดหวังของตนเองลงบ้าง เพื่อไม่ใช้เรารู้สึกผิดหวัง
- ศึกษาสไตล์การบริหารของหัวหน้าเรา หลังจากที่เราทำความเข้าใจกับตัวเองได้แล้ว สิ่งถัดไปที่จะต้องทำต่อก็คือ เริ่มศึกษาสไตล์ในการบริหารงานของหัวหน้าเรา ว่ามีวิธีการทำงาน วิธีการคิด วิธีการบริหารงานอย่างไร แล้วก็เริ่มปรับตัวเองให้เข้ากับสไตล์การทำงานของหัวหน้า ก็จะทำให้เราสามารถที่จะบริหารเจ้านายได้อย่างดีเลยครับ เช่น ถ้าเจ้านายเราเป็นคนทำงานเร็ว ละเอียดรอบคอบมาก สิ่งที่เราจะต้องปรัวตัวเองก็คือ ทำงานให้เร็วขึ้น ไม่ดองงาน รวมทั้งก่อนส่งงานจะต้องตรวจทานอีกครั้ง ถ้าเราทำได้ตามนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ นายจะมองว่าเราทำงานได้ดี เพราะเราสามารถปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับนายได้นั่นเอง หรือถ้านายเป็นคนชอบพูดตรงๆ เราก็คงต้องปรับตัวเองให้รับฟังความตรงๆ ของนายให้ได้ พร้อมกับพูดตรงๆ กับนายเช่นกัน เพราะคนตรงมักชอบคนตรงเหมือนกัน เป็นต้น
- พยายามทำให้นายของเราดูดี ข้อนี้จะต่างจากข้อที่ผ่านมาเล็กน้อยก็คือ ถ้านายของเราเป็นคนไม่ละเอียดรอบคอบ และมักจะทำอะไรผิดเสมอ ถ้าในฐานะลูกน้องถ้าเป็นไปได้ก็ทำการตรวจสอบแก้ไขให้นาย เพื่อให้ผลงานของนายดูดีในสายตาของคนอื่น เป็นต้น หรือ เวลาที่หัวหน้าของเราพูดอะไรไม่ถูกต้องต่อหน้าคนอื่น ก็ไม่ควรจะไปหักหน้าต่อหน้าคนอื่น เพราะนี่คือการทำให้นายดูไม่ดีในสายตาของคนอื่นเลย สิ่งที่ควรทำก็คือ คุยกับนายเป็นการส่วนตัว หรือพยายามเปลี่ยนประเด็นให้นายของตนเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในความตึงเครียดจนเกินไป
- อย่า อย่า และอย่า นินทานายของเราให้คนอื่นฟังเด็ดขาด โดยเฉพาะพนักงานคนอื่นที่อยู่ในองค์กรเดียวกัน อย่าลืมนะครับ ความลับไม่มีในโลก เรื่องไม่ดีมันไปเร็วกว่าเรื่องดี ตรงข้ามเวลาที่มีใครมานินทานายของเราให้เราฟัง สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ รับฟัง แต่อย่าเสริมต่อ (แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง) และพยายามแก้ไขให้เป็นเรื่องดี โดยเอาเรื่องที่ดีของนายมาคุยให้คนอื่นฟัง ซึ่งถ้าทำแบบนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ นายจะไม่เคยได้ยินเรื่องไม่ดีออกจากปากเราเลย เรากับนายก็จะไม่มีปัญหากันในด้านความสัมพันธ์
- ใช้คำว่า “ขอโทษ” ให้เป็นประโยชน์ เช่น เราทำงานผิดพลาด และหัวหน้ามาตำหนิเราอย่างรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ สิ่งที่เราในฐานะลูกน้องทำได้เพื่อที่จะบริหารอารมณ์ของนายก็คือ นิ่งรับฟังอย่างตั้งใจ สบตา และเมื่อนายพูดจบให้พูดคำว่า “ขอโทษ” อย่างจริงใจให้นายรับทราบ 90% ของคนที่เป็นหัวหน้าจะเย็นลงทันที และจะเริ่มพูดจากับเราดีขึ้นกว่าเดิมครับ ก็จะทำให้เราไม่ต้องนั่งฟังคำบ่น
ผมเชื่อว่าอ่านจบแล้วหลายท่านอาจจะรู้สึกว่านี่คือการประจบประแจงหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ เพราะการประจบประแจงนั้นเป็นการทำเพื่อต้องการผลประโยชน์บางอย่าง และเป็นการทำที่ไม่จริงใจกับหัวหน้าเรา แต่ถ้าเราต้องการจะบริหารหัวหน้าได้จริงๆ เราต้องมีความบริสุทธิ์ใน และมีความจริงใจกับนาย โดยไม่ได้หวังผลอื่นๆตอบแทน ถ้าเป็นแบบนี้จริง ก็ไม่ได้เรียกกว่าประจบครับ
สิ่งที่เขียนมาข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเล็กๆ ที่ผมศึกษา และนำมาใช้บ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ ใครที่อ่านแล้วคิดว่าเป็นแนวทางที่พอใช้ได้ ก็สามารถนำไปลองใช้ได้นะครับ ไม่หวงใดๆ ใครลองไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรก็เอามาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ
ขอโทษ ขอบคุณ ให้อภัย 🙂
กระชับ สั้นๆ แต่ได้ผลจริงๆ ครับ
ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยค่ะอาจารย์ ขอบพระคุณค่ะ ถ้าวันหนึ่งไม่มีบทความ Blog นี้ให้อ่านคงเหมือนขาดปัจจัยสำคัญยิ่งปัจจัยหนึ่งในชีวิตไปแน่เลยค่ะ
มีทุกสิ่งให้เลือกสรรจริง ๆ ค่ะ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเหลือเกินที่ได้มีโอกาสมาพบคลังความรู้ที่สุดยอดแบบนี้ ขอบพระคุณมากค่ะที่ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้มาให้ได้อ่านและนำไปใช้ประโยชน์ในองค์กรได้จริง การเป็นผู้รับ จากใจของผู้ให้ มันยอดเยี่ยมอย่างนี้ นีเอง
ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้ง
ด้วยความนับถือและศรัทธาค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ วันหนึ่งถ้า Blog นี้หายไป คงเหมือนชีวิตได้ขาดปัจจัยที่สำคัญยิ่งในชีวิต เพราะทุกเช้าก่อนปฏิบัติภาระกิจอื่นใด ต้องเปิดบทความนี้อ่านก่อนทุกเช้า ขอให้เจ้าของบทความโปรดดูแลรักษาสุขภาพกายใจไว้เป็นอย่างดี เพื่อรักษาปัจจัยของผู้รักการเรียนรู้ให้อยู่ครบถ้วนตลอดไปนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณจากใจของผู้เขียนเช่นกันครับ ที่มีกำลังใจดีๆแบบนี้จากผู้อ่านที่ส่งมาให้
แบบนี้ผมก็สู้ตายครับ จะเขียนจนกว่าจะหมดแรงเขียนครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ของจากบริหารหัวหน้าได้แล้ว เรายังบริหารตนเองได้อีกด้วยค่ะ
อืมม…ดีค่ะ กระจ่าง
หลายอย่าง ตรงใจ …เอาไปปรับใช้ เพราะเคยเป็นทั้ง สอง อย่าง สลับไป สลับมาค่ะ
ขอปรึกษาด้วยค่ะ…..
คือ เจ้านายเราเป็นคนกันเองมาก ตั้งแต่เข้ามาทำงาน ก็ถือว่าสนิทในระดับหนึ่งแล้ว เราทั้งรักและเคารพมาก
จน กระทั่งเราดุ อาการหัวหน้าเปลี่ยนไป คือ ชวนไปนั่งกินข้าวหลังเลิกงาน แล้ว เริ่มมีถึงไม้ถึงมือ เราก็พูดตรงประมาณว่าเล่นอย่างงี้ ไม่ชอบนะ เค๊าคงจะเข้าใจนั่นแหละ ว่า ไม่ชอบจิงๆ หลังจากนั้น ก็ยังคุย ทำงาน ปกติเหมือนเดิม แต่ จู่ๆ เหมือนโกหกเลย หัวหน้าหลบหน้าเรา ไม่คุยกับเรา รับไหว้ ตามมารยาท บางวัน ก็ ไม่เข้ามาในห้องทำงานเลย อยู่แต่แผนกอื่น เราเลย งง ว่า แล้วเค๊าเป็นอะไร แต่ขอยืนยันว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย
เค๊า ค่อนข้างมีอายุ เลข4ปลายๆ ได้ ยังไม่มีใคร เท่าที่เราเดา เราว่า เค๊านึกถึงสิ่งที่เค๊าทำกับเราวันนั้น แล้วเราแสดงกิริยาไม่ชอบวันนั้น เค๊าอายตัวเองหรือป่าว หรือว่า ยังไง ช่วยเราหน่อยนะ นี้ก็ 2 อาทิตแล้ว ไม่มองหน้า ไม่คุย คุยก็ตอนรับไหว้เราแค่นั้นเอง
เรื่องแบบนี้ มองได้ 2 กรณีครับ ก็คือ 1. หัวหน้าเขาชอบเราจริงๆ ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ เขาก็คงจะเข้าหน้าไม่ติดเหมือนกันที่ได้ทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกไปในวันนั้น
ส่วนอีกกรณีหนึ่งก็คือ ไม่ได้ชอบเรา แต่แค่เพียงเล่นบท หมาหยอกไก่ พอรู้ว่า ไก่ไม่เล่นด้วย ก็เลยไม่สนใจ ไม่อยากพูดคุยเหมือนเดิมแล้ว
ผมคิดว่า ต้องคุยกับหัวหน้าให้รู้เรื่องครับ มิฉะนั้นแล้วทำงานด้วยกันจะยิ่งลำบากไปอีก เดี๋ยวจะกลายเป็นเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามามีผลกับการทำงาน
อาจจะขอเวลาพูดคุยกันจริงๆ จังๆ เลยครับ ว่าเป็นอะไร และให้ทำอย่างไรต่อไป เพราะทำงานแล้วรู้สึกอึดอัด แล้วก็ขอว่าจะมีทางออกอย่างไรดี
ก็น่าจะประมาณนี้ครับ
ขอบคุณมากค่ะ คุณ prakal…..
ในที่สุดก็เจอคนที่ แนะนำเหมือนที่เราคิดอยู่ เราคิดมาตลอดว่า ฉันจะต้องเรียกมาคุย เค๊าต้องชอบการพูดตรงๆมากว่าการเที่ยวเงียบหรือระบายกับใคร พอดีปรึกษากับเพื่อนสนิทอะค่ะ เค๊าไม่เห็นด้วยกับการทำ เหมือนที่ เราคิด คือการคุยแบบตรงๆ เพราะเพื่อนบอกว่า มันจะเป็นการบอกว่า เราง้อ เค๊า อีก ให้เฉยๆ
แต่ใจเราไม่ได้คิดแบบนั้นนะ เพราะเราก็เป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาเค๊า ช่วยเหลือเราก็เยอะ ปกป้องเราก็มาก ส่วนเพื่อนสนิทเรา เค๊าทำงานแผนกอื่น มีหัวหน้าคนละคนกัน แต่เรานี่สิ พอเป็นแบบนี้ ทำงานก็ยาก จะปรึกษา จะให้เซนอะไร ก็ ไม่ได้ แต่แอบวางไว้บนโต๊ะ ต้องคอย มาดูว่าเซนรึยัง ลำบากใจมาก
แต่เรื่องที่ว่า จะคุยนี่สิ จะเริ่มยังงัยดี ต้องคุยแบบทางการใช่ป่าวคะ เพราะเค๊าจะเป็นประเภทโทสะจริตอะค่ะ คือเนียบ มีระเบียบวินัย ทำงานไม่พลาด เป็นคนเก่ง มองคนเก่ง เหมาะสมกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่กำลังทำอยู่มาก
คือเบื่อกับเจ้านายที่หูเบา เลือกใช้งานคนไม่เหมาะสมกับงานเปลี่ยนระบบงานที่จากเดิมดีอยู่แล้วกลับเปลี่ยนให้มันแย่ลงกว่าเดิม TT