ในแต่ละวันคุณสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองแค่ไหน

ในยุคแห่งการแข่งขัน และยุคแห่งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อทุกมุมโลกเข้าด้วยกันอย่างในปัจจุบันนี้ เป็นยุคที่คนทำงานรู้สึกว่าในแต่ละวันนั้นตนเองจะต้องทำงานมากกว่าเดิม บางคนรู้สึกว่าวันๆ นึงหมดไปอย่างรวดเร็วมาก บางคนก็บ่นว่าแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย เวลาในวันนั้นก็หมดลงเสียแล้ว บางคนก็รู้สึกว่า 24 ชั่วโมงใน 1 วันนั้นไม่พอที่จะทำกิจกรรมที่ตนเองอยากจะทำ อยากให้ 1 วันมีมากกว่า 24 ชั่วโมงจะได้มีเวลาทำอะไรได้มากขึ้น คุณเองเคยรู้สึกแบบนี้บ้างหรือไม่ครับ

หลายๆ คนตกเป็นทาสของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต ไอแพด ฯลฯ แต่ละคนก็จะมีการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอยู่ตลอดเวลา บางคนไม่เคยห่างโทรศัพท์มือถือของตนเองเลย ใน 1 ชั่วโมงจะต้องหยิบมือถือขึ้นมาเช็ค เมล์ sms Line whatapps msn facebook instagram ฯลฯ ในทุกๆ นาที ผมเคยเห็นบางคนติดมันมาก แทบจะเลิกเล่นไม่ได้เลย จนทำให้ไม่ต้องทำงานทำการกันเลย ก็เลยเป็นผลทำให้หลายๆ บริษัทต้องปิดกั้นระบบการเชื่อมต่อเหล่านี้ในบริษัท แต่ทำอย่างไรก็ไม่ได้ผลเพราะแต่ละคนก็มีเครื่องมือเชื่อมต่อส่วนตัวกันทั้งนั้น ไม่ต้องพึ่งพาระบบของบริษัทเลย บางคนความเร็วในการเชื่อมต่อโทรศัพท์ของตัวเองยังเร็วกว่าเน็ตของบริษัทเสียอีก

เนื่องจากสาเหตุดังกล่าว ก็เลยทำให้คนเราในปัจจุบันนั้น มีกิจกรรมที่ต้องทำมากขึ้น ต้องทำให้เร็วขึ้น ทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าในแต่ละวันช่างมีอะไรมากมายไปหมด ลองมาดูสถิติในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการทำงานกันสักหน่อย

  • ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คนทำงานใช้เวลาในบริษัทมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นจำนวนถึง 63% และมีพนักงานอีก 40% ที่ทำงานในบริษัทมากกว่า60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • 62% ของพนักงานในบริษัทมีอาการปวดคอ 44% มีอาการปวดตา 38% มีอาการปวดข้อมือ และอีก 34% นอนไม่หลับในตอนกลางคืน โดยทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการทำงาน
  • 66% ของคนทำงานจะต้องเช็คเมล์ทุกวัน วันละอย่างน้อย 3 รอบ และใช้เวลาอยู่กับอีเมล์วันหนึ่งมากกว่า 2 ชั่วโมง รวมทั้งมักจะคาดหวังให้ฝ่ายตรงข้ามตอบอีเมล์ในวันเดียวกันนี้ด้วย
  • 61% ของคนทำงานเช็คอีเมล์แม้ว่าจะเป็นวันหยุด และวันลาพักร้อน
  • 28% ของคนทำงานไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะลาพักร้อน
  • 88% บ่นว่า ไม่สามารถที่จะสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการทำงานได้เลย
  • 70% ของคนทำงานที่เป็นพ่อเป็นแม่ บ่นว่าไม่มีเวลาให้กับลูกของตนเองเลย

จากสถิติดังกล่าวจะเห็นว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้น ทำให้คนเราทำงานกันตลอดเวลาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนของวัน หัวหน้าก็สามารถที่จะติดตามงานของลูกน้องได้ตลอดเวลา คนทุกคนเวลาที่มีโทรศัพท์สั่นๆ หรือมีเสียงสัญญาณว่ามีข้อความเข้ามาใหม่ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบมันขึ้นมาดู ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในระหว่างการทำงานบางอย่างอยู่ ซึ่งเรามักจะเห็นคนบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ ขณะที่เรียนหนังสือ ขณะทำงาน ขณะประชุม ขณะที่อบรมอยู่ หรือแม้กระทั่งขณะที่กำลังขับรถ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องขอหยิบมากดดูหน่อยว่ามีอะไรเข้ามา

โดยเฉพาะเด็กสมัยนี้ ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ว่าจะอยู่ในระหว่างทำอะไรก็ตาม ก็จะหยุดสิ่งนั้นทันที และกดๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โทรศัพท์ พร้อมทั้งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมเคยเจอกับตัวเองขณะที่กำลังสัมภาษณ์งาน เด็กเพิ่งจบ ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ ก็มีเสียงดังขึ้น เด็กก็หยุดตอบคำถาม แล้วหยิบโทรศัพท์ข้างตัวขึ้นมาทันที จากนั้นก็ กดๆๆๆ แล้วก็กด เราที่เป็นคนสัมภาษณ์ นั่งนิ่งเลย งง ครับ ว่าพฤติกรรมทำไมเป็นแบบนี้กันไปได้ (แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะครับ)

ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เวลาในหนึ่งวันนั้น เรารู้สึกว่าน้อยเกินไป เพราะเรามีกิจกรรมที่ต้องทำหลายอย่างจนเกินไป และกิจกรรมเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีมูลค่าเพิ่มอะไรให้กับเราเลยด้วยซ้ำไป วนเวียนอยู่แบบนี้ในแต่ละวัน แล้วคนส่วนใหญ่ก็หลงระเริงไปกับกิจกรรมเหล่านี้ จนทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานลดลงไปมากมาย ใน 1 วันทำงานที่มี 8 ชั่วโมง บางคนทำงานไม่ถึง 4 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำไป นอกนั้นก็มีแต่กิจกรรมอื่นๆ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น

แล้วคุณล่ะครับ ใน 1 วันนั้น คุณสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองบ้างหรือเปล่า หรือคุณกำลังวนเวียนและสนุกกับกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกดี สนุก รู้ไปหมดว่าคนนั้นกำลังทำอะไร คนนี้กำลังเป็นอะไร แต่กลับไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำอะไร และเสียเวลาไปกับอะไร โดยที่ไม่มีมูลค่าเพิ่มทางชีวิตเลย

จงหยุดบางอย่างที่ไม่มีประโยชน์ แล้วเพิ่มบางอย่างที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในชีวิต และนำพาชีวิตของเราเองให้ไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการจะดีกว่ามั้ยครับ

ชีวิตเราเอง เราเลือกที่จะทำ หรือไม่ทำก็ได้ ขึ้นอยู่กับตัวเราเองครับ

3 ความคิดเกี่ยวกับ "ในแต่ละวันคุณสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองแค่ไหน"

Add yours

    1. เจตนาแค่ต้องการให้เราพิจารณาการใช้เวลาของตัวเราเอง กับเป้าหมายที่เราตั้งไว้แค่นั้นครับ
      ผมได้ยินบ่อยๆ ว่า อยากเก่ง แต่ไม่หาเวลาพัฒนาตัวเอง หรือ อยากได้เงินเดือนเยอะๆ แต่ไม่หาเวลาพัฒนาผลงาน
      หรือ อยากรวย แต่ไม่ทำงานให้หนักขึ้น ฯลฯ แต่กลับใช้เวลาในแต่ละวันให้หมดไปกับกิจกรรมที่สนุก สบาย
      ชอบใจ แต่กิจกรรมเหล่านั้นกลับไม่มีผลอะไรต่อเป้าหมายที่เราตั้งไว้ สุดท้ายก็มานั่งบ่นว่าทำอะไรไม่สำเร็จ
      หรือ บ่นว่า รู้งี้ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก ก็แค่ต้องการจะสื่อแค่นี้ครับ ไม่มีอะไรซ่อนเร้นครับ

  1. เห็นด้วยครับ ปัจจุบัน Technology social network ทำให้เด็กที่ควบคุมตนเองไม่ได้ หลง ละเริง และเสียเวลาในการพัฒนาตนเองไปมาก ที่ ร้ายยิ่งกว่า ทำให้ ผู้ใหญ่บางคน (มีนิสัย และความคิด เหมือนเด็ก) ก็ พลอย เป็น ตามไปด้วยครับ

    มีแต่สาระ แต่ ไม่มีจุดมุ่งหมายของชีวิต สาระรอบตัว มีมาก หาก แต่ ไม่ใช้สติ ในการเลือกเฟ้น ก็ จะหลง อยู่ในวังวนของ Social Network นั่นเอง

ส่งความเห็นที่ Benjawan ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑