มนุษย์เงินเดือนต้องปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน

ปีนี้เป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยปรับกันแบบนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย เกิดปัญหาทางธรรมชาติตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแต่ก็ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ และยังเกิดสภาพค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมากมาย ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นยิ่งกว่าค่าจ้างที่ปรับขึ้นไปด้วยซ้ำ อีกทั้งในปี 2556 ก็ยังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็คือ การเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มอาเซียน หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า AEC แล้วมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ จะต้องปรับตัวกันอย่างไรดี

ข่าวคราวที่ออกมาตามหน้าหนังพิมพ์ก็มีแต่จะทำให้เราที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเกิดอาการหวั่นวิตก และคิดไปต่างๆ นานา ว่าจะต้องปรับตัวกันอย่างไร จะต้องทำอย่างไรดีกับงานที่ทำอยู่ และในอนาคตจะเป็นอย่างไร สภาวะแบบนี้ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงเกิดความเครียดในการทำงานมากขึ้น อีกทั้งข่าวต่างๆ ที่ออกมาก็เป็นไปในลักษณะภาพใหญ่ๆ และภาพของการปรับตัวขององค์กรมากกว่า แล้วพนักงานที่กินเงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ จะต้องปรับตัวกันอย่างไรบ้าง

ได้ไปอ่านเจองานวิจัยของสวนดุสิต ซึ่งได้ทำวิจัยเรื่องของ ผู้ใช้แรงงานไทยควรจะทำอย่างไรกับสภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งผลการวิจัยของทางสวนดุสิตก็ออกมาดังนี้

  • อันดับ 1 ประหยัดอดออม มีการวางแผนการใช้จ่าย และอยู่อย่างพอเพียง              60.15%
  • อันดับ 2 ขยันทำงานให้มากขึ้น ไม่เลือกงาน                                                              23.43%
  • อันดับ 3 พัฒนาตัวเองให้มีความรู้และเป็นที่ยอมรับ                                                    9.38%
  • อันดับ 4 ตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น เหล้า บุหรี่ การพนัน                                    7.04%

จากผลการวิจัยของสวนดุสิตโพลที่ออกมานั้น ผมอ่านจบแล้วรู้สึกว่า คนตอบส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะ Reactive ก็คือ เกิดปัญหาแล้วก็หาทางประหยัดอดออม ซึ่งจริงๆ มันก็ถูกต้องนะครับ เพียงแต่ว่า ราคาสินค้า ค่าครองชีพต่างๆ นั้น ไม่มีทางที่จะลดลงเลย ดังนั้นการอดออมจึงทำได้แค่เพียงอดออม อดถึงจุดหนึ่ง ถ้าเราไม่มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเราก็จะอดไม่ไหว ออมก็ไม่ไหวอีกเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ผมถึงมองว่า เรา React ต่อปัญหามากเกินไปหน่อยครับ คนตอบถึง 60.15% เลยนะครับ ที่ตอบว่าต้องประหยัดอดออม ซึ่งดีนะครับ แต่การประหยัดนั้นผมคิดว่าไม่พอกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตครับ

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะต้องปรับตัวในลักษณะ Proactive มากกว่า ซึ่งจากผลวิจัยก็คือ อันดับที่ 3 ซึ่งมีคนตอบข้อนี้เพียง 9.38% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากนะครับ เพราะการที่เราจะปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการจ้างงานต่างๆที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้น การประหยัดและขยันทำงานมากขึ้น ไม่ได้ช่วยมาก แต่สิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดในภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ นี้ ก็คือ การพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ และความสามารถที่เป็นที่ยอมรับของคนอื่น ผมว่าทางนี้แหละ ที่เป็นทางออกแบบ Proactive อย่างแท้จริง

แต่แปลกนะครับ คนไทยไม่สนใจเรื่องการพัฒนาตัวเองเลยหรือ มีเพียง 9.38% เท่านั้นหรือ ที่สนใจที่จะพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองให้เป็นที่ยอมรับ ผมว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจริงๆ ประเทศไทยจะแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านเรายากขึ้นเรื่อยๆ

คนของเราส่วนใหญ่มองแต่จะขอเงินเดือนเยอะๆ ขอค่าแรงสูงๆ โดยไม่สนใจมองกลับมาที่ตัวเองว่า เราเองมีความรู้ความสามารถมากขึ้นตามค่าแรงที่สูงขึ้นหรือไม่ มีเพียงเหตุผลเดียวที่เราใช้อ้างก็คือ ค่าครองชีพมันสูง ก็เลยขอค่าแรงสูงๆ

ทำไมถึงมีน้อยคนที่มองว่า ถ้าเราพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่ต้องการตัวขององค์กรต่างๆ เราก็จะได้ค่าแรงสูงโดยที่ไม่ต้องไปขออะไรมากมาย เพราะมีคนมาให้เองเนื่องจากเขาต้องการความรู้และความสามารถของเราในการพัฒนาองค์กรนั่นเอง

สิ่งที่ผมขออนุญาตและบังอาจแนะนำท่านที่เป็นมนุษย์เงินเดือน (เหมือนผม) ก็คือ อยากให้เราเน้นไปที่การพัฒนาความรู้และความสามารถของตนเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า การมองแค่เพียงขอเงินเดือนเยอะๆ โดยที่ทำงานได้แบบเดิมๆ เพราะอีกไม่นาน นายจ้างก็จะหันไปจ้างคนที่มีความสามารถจากต่างประเทศ จ่ายเยอะหน่อยแต่ทำงานได้คุ้มค่ามากกว่า แล้วเราก็จะไม่มีที่ไป เพราะด้วยความรู้เดิมๆ ก็คงไม่มีใครรับเข้าทำงานที่ยากขึ้น ผลสุดท้ายค่าตอบแทนก็น้อยลงไปเรื่อยๆ อีกเช่นกัน

ยิ่งเมื่อไหร่ที่มีการเปิดเสรีของ AEC อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ในวันนั้นถ้าเรามีความรู้ความสามารถที่เป็นที่ต้องการตัว ผมกล้ารับประกันเลยว่า เราไม่ต้องมานั่งคิดมากเรื่องของการมีเงินเดือนไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นเลยครับ เพราะเราจะได้เงินเดือนที่สูงกว่าค่าครองชีพทั่วไปแน่นอนครับ

เรียกว่าถ้าเก่งจริง ไม่ต้องขอ เดี๋ยวเขาก็จัดให้เอง

1 ความคิดเกี่ยวกับ "มนุษย์เงินเดือนต้องปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน"

Add yours

  1. แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่เราควรตระหนักอยู่เสมอคือ การหาวิธีป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เรามองข้ามสิ่งนี้ไป ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในการมานั่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกันซะส่วนใหญ่
    ถ้าเราหันมาพัฒนาตนเอง ก็ถูกอย่างที่อาจารย์ว่าคือ รายได้ก็จะตามมาไม่มากก็น้อยแต่สิ่งที่สำคัญคือ เราสามารถอยู่รอดได้แน่นอนในสภาพแวดล้อมเช่นไร เราก็ยังสามารถปรับตัวได้
    เช่น แต่ก่อนเราบอกว่าเรียนจบปริญญาตรี ก็เอาตัวรอดได้แล้ว แต่พอมาสมัยปัจจุบันเดินไปทางไหนก็มีแต่คนจบปริญญาตรี ถ้าคุณไม่มีความสามารถจริงคุณก็ไม่สามารถอยู่ในสังคมนี้ได้
    ดังนั้น ความสามารถคงมิใช่แค่การเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ได้ปริญญามา 1 ใบเท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถพิเศษที่จะทำให้คุณมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น เช่น การใช้ภาษาได้มากกว่า 1 ภาษา หรือความพิเศษอื่นๆ
    อย่างไรแล้วอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไว้คนที่มีความสามารถก็ไม่ต้องกลัวที่จะตกงาน + ความขยัน อดทน ซึ่งสามอย่างนี้ถ้าคุณมีอยู่ในตัวผมคิดว่าคุณก็สามารถเอาตัวรอดอยู่ได้แล้ว
    คติ ณ เวลานี้ จงอย่าเลือกงาน เมื่อได้งานจงทำให้สุดความสามารถแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

ส่งความเห็นที่ เดย์ ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑