เรื่องจริงของการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

ผมได้เขียนเรื่องราวของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปหลายมุมมองมาก พร้อมกับให้สูตรในการคำนวณเพื่อให้มีการปรับที่เป็นธรรมกับพนักงานและบริษัทเองก็สามารถควบคุมงบประมาณที่ตนเองพอจะมีอยู่ได้ ลองค้นหาดูในบทความเก่าๆ เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนะครับ แต่สิ่งที่ผมได้รับทราบมาจากหลายๆ บริษัทก็คือ มีหลายบริษัทที่ใช้วิธีการที่ไม่ค่อยเหมาะสม และทำการปรับโดยไม่ค่อยถูกต้องนัก ทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม มีอะไรบ้างลองมาดูกันนะครับ

  • ปรับพนักงานรายวันไปที่ 300 บาท โดยปรับให้เฉพาะพนักงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำกว่า 300 ให้เป็น 300 ส่วนคนที่ได้ 300 บาทขึ้นไป ก็จะไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกปรับ ผลก็คือ พนักงานใหม่ได้รับค่าจ้างที่สูงทัดเทียมกับพนักงานเก่าที่อยู่ทำงานมานาน ซึ่งทำให้หมดแรงจูงใจในการทำงาน เหมือนกับที่ผ่านมาที่อุตส่าห์สร้างผลงานไว้และได้รับการขึ้นค่าจ้างมาเรื่อยๆ ก็มาหมดความหมายกันก็วันนี้
  • ปรับรายเดือนโดยใช้จำนวนวัน 26 วันเป็นตัวคูณให้เป็นรายเดือน วิธีนี้ก็ไม่ถูกต้องอีกเช่นกัน พนักงานรายเดือนกฎหมายมีกำหนดชัดเจนว่าเวลาที่จะคำนวณค่าจ้างรายวันจากอัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่นั้น ให้หารด้วย 30 ซึ่งก็แปลง่ายๆ ว่ารายเดือนนั้นจะต้องใช้ 30 วันเป็นฐานในการคูณครับ ไม่ใช่ 26 วัน ดังนั้นเขตกรุงเทพ และอีก 7 จังหวัดที่ปรับขั้นต่ำเป็น 300 บาท ถ้าเป็นพนักงานรายเดือน ต่ำสุดที่ต้องได้รับก็คือ 9,000 บาทต่อเดือนครับ
  • เอาค่าจ้างอื่นๆ เข้ามารวม จนครบ 300 บาท หลายบริษัท มีการจ่ายค่าจ้างรายวันที่ 250 บาท และมีจ่ายค่าอาหารอีก 20 บาทต่อวัน มีค่าครองชีพให้อีก 30 บาทต่อวัน พอรวมทั้งหมดแล้วก็คือ 300 บาท ก็เลยไม่ปรับอะไรให้กับพนักงานเลย เพราะถือว่ารวมแล้วครบ 300 บาทต่อวันพอดี ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นค่าจ้างขั้นต่ำสุด ซึ่งก็คือ ค่าจ้างมูลฐานที่ไม่ได้มีเงินได้อย่างอื่นเข้ามาปะปน ในทางปฏิบัติถ้าจะเอาค่าจ้างอื่นเข้ามารวมเพื่อคำนวณนั้น ก็คงจะต้องได้รับการยินยอมจากพนักงานเหมือนกันนะครับว่า เงินค่าอาหารจากนี้ต่อไปเราจะยกเลิก และเอาเข้ามารวมในฐานค่าจ้างเลย ซึ่งผลก็คือ จะทำให้ค่าจ้างต่อวันสูงขึ้น และทำให้นายจ้างปรับค่าจ้างในส่วนต่างที่น้อยลงเมื่อเทียบกับการไม่ได้เอาเงินได้อื่นเข้ามารวม จริงๆ แล้วกรณีนี้เป็นกรณีที่ทำให้ลูกจ้างเสียเปรียบ ซึ่งกฎหมายแรงงานก็ไม่ยอมอยู่แล้วครับ
  • ไม่ปรับใครจะทำไม นายจ้างหลายรายก็ไม่มีการปรับอัตราค่าจ้างตามที่รัฐกำหนด ยังคงจ่ายเท่าเดิม และถ้าพนักงานคนไหนอยากจะออก ก็เชิญเลย วิธีนี้ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีคนทำนะครับ แต่ปรากฎว่ามีบริษัทส่วนหนึ่งทำวิธีนี้ครับ โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเงินปรับ ถ้ารับไม่ได้ก็ลาออกไปทำงานที่อื่น (มองลึกๆ แล้วเหมือนกับวิธีการลดพนักงานในทางอ้อม)
  • เอาผลงานพนักงานเข้ามามีส่วนในการปรับฐานครั้งนี้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ เพราะการปรับครั้งนี้เป็นการปรับฐานเงินเดือนเนื่องจากผลกระทบจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐกำหนดไว้ บางบริษัทก็เอาผลงานของพนักงานมาเป็นเครื่องมือตัดสินว่าใครจะได้ปรับมากหรือปรับน้อย เช่น พนักงาน 2 คน ปัจจุบันได้ค่าจ้างเท่ากันที่ 250 บาท ซึ่งถ้าไม่เอาเรื่องผลงานเข้ามาเกี่ยวทั้งสองคนจะได้ปรับ 70 บาทเป็นอัตราใหม่ที่ 320 บาทเท่ากัน แต่พอเอาผลงานเข้ามาพิจารณาด้วยก็เลยเกิดผลว่า คนแรกผลงานดีก็ปรับไปที่ 320 บาทตามเกณฑ์ แต่อีกคนผลงานไม่ดี ก็เลยปรับให้เป็น 300 บาทพอดี ผลก็คือ จากเดิมที่สองคนนี้เคยได้รับค่าจ้างเท่ากัน พอปรับใหม่ ก็กลายเป็นไม่เท่ากันไปเสียแล้ว ผมมองว่าวิธีนี้ไม่ควรใช้ เพราะเหตุผลในการปรับครั้งนี้ ไม่มีเรื่องของผลงานพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้องเลย รัฐไม่ได้บอกเลยว่า 215 มาเป็น 300 นั้น ผลงานของพนักงานจะต้องเป็นอย่างไร ดังนั้น ถ้าจะปรับเรื่องผลงานจริงๆ ให้ไปปรับเอาตอนการปรับขึ้นเงินเดือนตามผลงานประจำปีจะดีกว่าครับ การบริหารค่าจ้างก็จะมีเหตุมีผล และมีหลักเกณฑ์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นธรรมครับ

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในการปรับค่าจ้างในครั้งนี้ เพราะล้วนแล้วแต่สร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร พนักงานจะรู้สึกว่า องค์กรปรับให้อย่างไม่เป็นธรรม บางองค์กรปรับให้ในอัตราที่สูงมาก แต่ปรับอย่างไม่เป็นธรรม พนักงานก็ไม่รู้สึกถึงอัตราที่สูงนั้นเลย กลับรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมนั้นมากกว่า สุดท้ายนายจ้างอุตสาห์เสียงบประมาณไปมากมาย แต่กลับมีแต่ปัญหาที่ต้องตามแก้ไขไปอีกนาน

ผิดกับบางองค์กรมีงบประมาณน้อยมากในการปรับ แต่เขาคำนึงถึงความเป็นธรรมในการปรับ ผลก็คือ แม้พนักงานจะได้รับการปรับไม่มากนัก แต่ความรู้สึกของพนักงานกลับรู้สึกถึงความเป็นธรรม ซึ่งก็ส่งผลต่อแรงจูงใจในการทำงานตามมาด้วย

91 ความคิดเกี่ยวกับ "เรื่องจริงของการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ"

Add yours

  1. จริงคะ ดิฉันเองทำงานมา 3 ปีตำแหน่งธุรการ ได้ปรับเงิน ปีละครั้งล่าสุดได้ปรับช่วงตรุษจีนมาเป็น 9000 เพราะนายจ้างฉลาด ตัดค่าครองชีพมารวมกับเงินเดือน คราวนี้รัฐบาลสั่งปรับปลาบเดือนเมษา 55 ให้ 9000 ทุกคน ดิฉันเข่าอ่อนเพราะแม่บ้านทำความสะอาดยังได้เท่ากับดิฉันเลย สงสารตัวเองจริงๆ ยากทราบว่าเราสามารถเรียกร้องให้นายจ้างปรับเงินให้หนีจากเดิมได้ไหม เพราะถ้าไม่สามารถเรียกร้องได้ ดิฉันคงต้องนำความสามารถที่มีไปหางานทำที่อื่น รบกวนให้ความคิดเห็นด้วยคะ

    ขอบคุณ

    1. ถ้าเข้าสูตรที่ผมให้ไว้นั้น จะไม่ได้ปรับ 85 บาทครับ เพราะยิ่งมีค่าแรงสูงมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะปรับน้อยลงเล็กน้อยครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทด้วยนะครับ

      1. ลองค้นหาตามบทความเก่าๆ ของผมเรื่องเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครับ จะมีสูตรและตัวอย่างการคำนวณไว้ให้น่ะครับ ผมเขี่ยนไว้ประมาณปลายปี เพื่อให้ทุกองค์กรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ น่ะครับ

  2. ดิฉันมีปัญหาคือ องค์กรอยู่ระหว่างการนำระบบIT เข้ามาใช้งาน ซึ่งใช้เวลาในการ พัฒนาระบบและทดสอบใช้จริงประมาณ 1 ปี ถึง ปีครึ่ง ดังนั้น เมื่อระบบใช้งานได้แล้ว ในช่วงแรกจะต้องใช้คู่กันระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่
    ปัญหามีอยุ่ว่า เจ้านาย ต้องการให้ทำโครงสร้างใหม่ และปรับเงินเดือนเนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 1 เมษานี้
    แต่ความเห็นดิฉัน คือ การปรับโครงสร้าง กับเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ หรือ StartingRate คนละเรื่องกัน ดิฉันจะไปบอกเจ้านายว่าเรื่องการปรับเงินเดือนทำได้เลย ไม่ต้องรอปรับโครงสร้าง ส่วนการปรับโครงสร้างค่อยทำเมื่อเห็นภาพของระบบใหม่ชัดเจนกว่านี้ อยากขอความเห็นด้วยค่ะ

  3. เรื่อง OT ละครับ เดิมลูกจ้างที่ คุณ 26 จะได้ OT 2 เท่า และ 3.5 เท่า แต่ถ้าปรับเป้น x30 ฯธ จะเหลือ 1 เท่า กับ 1.5 เท่า

    1. เรื่องของ OT มันก็เป็นเรื่องปกติตามกฎหมายอยู่แล้วนะครับ ก็คือ พนักงานรายวัน ถ้าทำงานในวันหยุด (ซึ่งไม่ได้รับค่าจ้าง) ก็จะได้ 2 เท่า แต่ถ้าเป็นพนักงานรายเดือน ก็จะได้ 1 เท่า
      ส่วนถ้าล่วงเวลาในวันหยุดกฎหมายกำหนดไว้ 3 เท่าอยู่แล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรายวันหรือรายเดือนก็ตามครับ

  4. บริษัท อ้างว่าน้ำท่วม ไม่รู้จะได้ปรับหรือเปล่า ผู้บริหารยังไม่ออกมาชี้แจงเลย บริษัทอื่นๆ ในบางกะดี น้ำก็ท่วมเหมือนกันแต่ได้ปรับกันหมด มีข่าวลือว่า บริษัทจะใช้ 300 คูณ 24 เพราะ ว่า หยุด เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะได้ 7200 ซื่งพนักส่วนใหญ่ก็เกิน 7200 แล้วในเมื่อเป็นรายเดือนจะใช้ 24 คูณได้ไงมันถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า

    1. ผิดในที่นี้คือ ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ครับ คำตอบก็คือ กฎหมายแรงงานที่เอกชนใช้กันนั้น ไม่ได้บังคับใช้กับภาครัฐครับผม ดังนั้น ที่ภาครัฐทำ ก็เลยไม่ผิดกฎหมายอะไรครับ เพียงแต่อาจจะทำให้พนักงานรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับภาคเอกชนครับ

  5. ขอถามอีกข้อนะครับ
    บริิษัทผมจ้างพนักงานเดือนละ 7000 บาท มีค่าเดินทางวันละ 70 บาท (ม. 3, ม.6)ทำงาน จันทร์-ศุกร์(ค่าเดินทางประมาณเดือนละ 1500 บาท) ผมจะยกเลิกค่าเดินทางแล้วปรับเงินเดือนเป้น 9000 บาทได้ไหมครับ

    1. ถ้ายกเลิกค่าเดินทาง โดยจับเอาค่าเดินทางเข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนนั้น ปกติก็สามารถทำได้นะครับ เพราะจะทำให้พนักงานมีฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น แต่ถ้าทำเนื่องจากจะได้ปรับเงินเดือนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ให้น้อยลงนั้น จริงๆ ถือเป็นการเลี่ยง ซึ่งทำให้พนักงานได้รับผลประโยชน์ที่ลดลงครับ ซึ่งถ้าตีความกันตามกฎหมายก็ไม่ถูกต้องครับ ในกรณีแบบนี้อาจจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างทุกคนที่เกี่ยวข้องก่อนด้วยครับ

  6. ที่บริษัทคนใหม่ให้ 7900+800+300(ค่าครองชีพค่าเดินทาง)รวม9000
    คนเก่าปรับตามฐานเงินเดือนแต่ไม่เกิน 2% แบบนี้จำทำยังไงได้บ้างค่ะฟ้องกรมแรงงานได้ไหม คนใหม่เงินเดือนห่างจากคนเก่านิดเดียวเพราะคนเก่าได้ค่าครองชีพ 1500 รวมเงินเดือนก็เกิน 9000 แล้ว

    1. ถ้าเงินเดือนต่ำกว่า 9,000 บาท ก็น่าจะผิดกฎหมายที่กำหนดไว้แล้ว ส่วนประเด็นที่คนเก่าปรับน้อยกว่าคนใหม่นั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดประเด็นเหล่านี้ไว้นะครับ เพราะนี่คือประเด็นของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนมากกว่า เป็นเรื่องของการบริหารเพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นธรรมครับ ก็คงจะฟ้องอะไรไม่ได้ ถ้าเงินเดือนเราสูงกว่า 9,000 บาท ที่เป็นขั้นต่ำครับ แต่ก็อาจจะไม่รักษาพนักงานให้อยากทำงานกับบริษัทครับผท

  7. แล้วกรณี ทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ข้อตกลง ก่อนเริ่มงาน ตกลงค่าจ้าง 10,000 บาทต่อเดือน ทดลองงาน 4 เดือน แต่มีข้อแม้ว่า ระหว่างทดลองงาน จะจ่ายค่าจ้างให้ 9,000 บาทต่อเดือน มีประกันสังคม เบี้ยขยัน โบนัสประจำปี ระหว่างทดลองงาน ขาด,ลา,มาสาย โดนหัก ข้อนี้เข้าใจ เริ่มงานโดยประมาณ ม.ค. ครบ กำหนด 4 เดือน ก็คือ พฤษภาคม แต่กฏหมายปรับขึ้นค่าจ้างเดือน เม.ย. เจ้าของเลยเรียกดิฉันคุยก่อนสิ้นเดือน เม.ย. แจ้งว่าดิฉันว่า ให้ผ่านทดลองงาน แต่จะจ่ายค่าจ้างให้ 9,000 บาท โดยเอา 9000/26 วันโดยให้เหตุผลว่างานไม่เดินหน้า ยังเหมือนเดิม “ขาด,ลา,มาสายโดนหักเหมือนเดิม” แต่ได้เบี้ยขยัน ถ้าไม่ ขาด,ลา,มาสาย ดิฉันอยากทราบว่า ฉันควรทำยังไง กับการกระทำแบบนี้

    1. ในกรณีนี้สิ่งแรกที่ต้องดูก็คือ สัญญาจ้าง ที่ทำไว้นั้น มีเขียนชัดเจนหรือไม่ว่า เมื่อผ่านทดลองงานแล้ว ได้ 10,000 บาท แต่อย่างไรก็ีดี
      มันเป็นสิทธิของนายจ้างเหมือนกันนะครับ ที่จะบอกว่าผลงานเราดี หรือไม่ดี และจะดำเนินการอย่างไร ตามผลงานนั้นๆ
      ถ้าว่าตามค่าจ้างขั้นต่ำ กรณีนี้ก็ไม่ผิด เพราะออกมาแล้วก็สูงว่า 300 บาท แต่ในแง่ของการบริหารค่าจ้างอาจจะมีปัญหาในการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน
      สิ่งพอทำได้ก็คือ คุยกับนายจ้าง ถึงประเด็นนี้ และผลงานว่า อะไรที่เรียกกว่างานไม่เดินหน้า เหตุผลทำไมให้ผ่านทดลองงานแต่ไม่ปรับตามสัญญา ประมาณนี้ครับ
      สุดท้ายถ้าทำงานแล้วรู้สึกไ่ม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ีคงต้องเปลี่ยนงานหาที่เราทำแล้วรู้สึกสบายใจจะดีกว่าครับ

  8. ที่บริษัทยังไม่เริ่มปรับเงินเดือนให้พนักงานเลย แต่จะเริ่มปรับสิ้นเดือนนี้ แต่ได้ยินข่าวมาว่า การปรับเงินเดือนขั้นต่ำ ยังไม่ระบุแน่นอนว่าเป็น 300 บาทในตอนนี้ทันที และยังมีการถกกันอยู่ว่าจะเริ่มเลยหรือไม่ อันนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะ แล้วถ้าทางบริษัทยังไม่เริ่มปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้ภายในเดือนนี้ จะมีผลอะไรในทางกฎหมายหรือกรมแรงงานอะไรรึป่าวคะ

    1. แน่นอนมานานแล้วครับในเรื่องของการปรับ 300 บาทในปีนี้ สำหรับ 7 จังหวัด และที่เหลือก็ประมาณ 39% ครับ ดังนั้นถ้าบริษัทยังไม่ปรับก็จะถือว่าทำผิดกฎหมายนะครับ
      เห็นว่าทางกระทรวงแรงงานจะส่งพนักงานตรวจแรงงานไปสุ่มตรวจตามสถานประกอบการด้วยนะครับ ว่าดำเนินการปรับค่าจ้างให้ตามกฎหมายหรือไม่

  9. ดิฉันอยู่ในบริษัทเอกชนแหล่งหนึ่งในชลบุรี

    ทางบริษัทได้ปรับให้เฉพาะบุคคล (ค่าจ้างยังไม่ถึงขั้นต่ำ)
    โดยการหักสวัสดิการบางส่วน เช่น ค่าเช่าบ้าน เข้าไว้กับค่าจ้างใหม่
    จากปกติจะได้สวัสดิการ ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน อื่นๆ
    และทางบริษัทได้มีการให้พนักงานบุคคลที่ได้ปรับค่าจ้างให้เซ็นยินยอมรับข้อตกลงดังกล่าว คือ ยอมให้หักค่าเช่าบ้านไปรวมได้ ทำให้รายรับใหม่จะมีเงินค่าเช่าบ้านส่วนนี้อยู่อีกต่อไป
    ในขณะที่พนักงานที่ไม่ได้ถูกปรับยังคงมีเหมือนเดิม
    อยากจะสอบถามว่าบริษัทสามารถทำการปรับลักษณะนี้ได้หรือไม่ ไม่ผิดกฎหมาย หรือข้อบังคับอะไรเหรอ โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ยุติธรรมเลยค่ะ เราพอจะมีทางเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐให้ช่วยจัดการหรือเรียกร้องได้บ้างไหมค่ะ

    1. นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งของนายจ้างที่พยายามหาทางเลี่ยงกฎหมาย เพื่อที่จะได้ปรับค่าจ้างให้น้อยที่สุด อาจจะมาจากการที่นายจ้างไม่มีเงินก็เป็นได้นะครับ
      ส่วนเรื่องของการเซ็นยินยอมนั้น ในทางกฎหมายก็พอทำได้ เพราะฎีกาเก่าๆ เขาก็มาในแนวที่ว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ทำให้พนักงานได้รับสิ่งที่เคยได้รับน้อยลง
      ก็ต้องให้พนักงานยินยอมก่อน ส่วนเป็นธรรมหรือไม่นั้น เรื่องนี้ก็คงไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่ เพราะพนักงานบางคนจะได้รับค่าตอบแทนที่แตกต่างกันออกไปจากเดิมที่เคยได้ใกล้เคียงกัน หรือเหมือนกัน
      ซึ่งแน่นอนว่าย่อมจะกระทบต่อแรงจูงใจของพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ส่วนที่ถามว่าจะทำอย่างไรดีนั้น ทางว่ากันในทางกฎหมายก็คงต้องหาไปให้แรงงานเข้ามาตรวจสอบ
      แต่ถ้าว่ากันในทางเห็นอกเห็นใจกัน (ถ้านายจ้างไม่มีเงินจริงๆ ) ก็คงต้องช่วยกัน เพื่อให้บริษัทอยู่รอดต่อไปจริงๆ ครับ

    1. กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าพนักงานทดลองงานจะได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้นะครับ ดังนั้นชัดเจนว่า ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะอยู่ในช่วงทดลองงาน หรือเป็นพนักงานประจำแล้วก็ตาม
      ค่าจ้างจะต้องไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ครับ

  10. ดิฉันทำงานบริษัทเอกชน (มหาชน) กินแรงงานขั้นต่ำ ก่อนหน้านี้ได้ เงินเดือน 6000 กว่าบาท ไม่ร่วมค่าคอมมิชชั่น แล้วพอรัฐบาลประกาศ ขึ้นเงินเดือน ขั้นต่ำ 300 แต่ทางบริษัทปรับขึ้นแค่ 7000 บาทและอ้างว่า ถ้าร่วมค่าคอมแล้วก้อเกิน 9000 และให้พนักงานเซ็นยินยอมด้วย อยากทราบว่าบริษัททำลักษณะนี้ได้หรือไม และผิดกฎหมายกระทรวงแรงงานขั้นต่ำไม เพราะอยู่ในเขตกรุงเทพ

    1. บริษัททำแบบที่ว่ามานี้ได้ครับ เพียงแต่เป็นการกระทำที่เลี่ยงกฎหมายครับ ก็อาจจะทำให้พนักงานเกิดความไม่พอใจ และขาดแรงจูงใจในการทำงานได้ครับ

  11. ดิฉันทำงาน บ. เอกชน ได้เงินเดือน 8500 ไม่มีค่าคอมมิชชั่นและโอทีใดๆ รัฐประกาศขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ บ.ขึ้นให้อีก 300 เป็น 8800 แต่ยังไม่มีการบอกกล่าวใดๆว่ามีการปรับขึ้นเงินเดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะเข้าทำงาน มีข้อตกลงกันว่าจะให้ลาหยุดไปเรียน ไปสอบได้ เนื่องจากดิฉันยังเรียนไม่จบ ซึ่งจะหยุดงานตามที่ตกลงไว้ ดิฉันอยากทราบว่า จะมีสิทธิเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำจากนายจ้างได้หรือไม่

    1. มีสิทธิเรียกร้องแน่นอนครับ เพราะในกรณีนี้นายจ้างจ่ายต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดไว้ครับ

  12. ขอถามหน่อยครับน้องใหม่ทุกคนในบริษัทหลายร้อยชีวิตอยากรู้คำตอบครับผมทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ เงินเดือน7000 ค่าlicence1000บาท แต่ทำงานแค่15วันตามหอควบคุมการบิน บริษัทเป็นซับของการท่าหรือบริษัทประมูลของการท่า เค้าอ้างว่า บริษัทเราทำงานได้รายเดือนจึงปรับเป็นค่าแรง300ไมไ่ด้เพราะ รัฐบาลให้เฉพาะรายวันเป็นเรื่องจริงหรือป่าวครับ สามารถปรับ9000ยาทต่อเดือนได้หรือไม่ ช่วยตอบทีครับขอบคุณมากคับ

    1. ค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐปรับก็คือ 300 บาทต่อวันครับ ถ้าเราทำงานเป็นรายเดือนก็ลองหารด้วย 30 ดูครับ ถ้าต่อวันออกมาแล้วต่ำกว่า 300 บาท ก็ถือว่าผิดกฎหมายครับผม

  13. สวัสดี่ค่ะ ดิฉันเคยทำงานที่หนึ่งในสนามบินสุวรรณภูมิ ให้เงินเดือน 12000 บาท แต่ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ได้ค่าคอมต่างหาก ซึ่งส่วนใหญ่จะทำได้น้อยเพราะบริษัทให้เป้าสูง ที่ดิฉันทำก่อนออกได้มากสุดก็ 14000 บาท บริษัทบอกว่าไม่ปรับเพราะว่าบริษัทเราเป็นงานบริการ อย่างนี้บริษัททำผิดกฏหมายไหมค่ะ เพราะดิฉันเคยคิดค่าแรงเล่น ๆ ว่าถ้าทำวันละแปดชั่วโมงก็ได้เดือนหนึ่งได้ไม่ถึงแปดพันเลย วุฒิ ป.ตรีด้วย

    1. ในกรณีนี้เรื่องของค่าจ้างเงินเดือนนั้นถือว่าไม่ผิดกฎหมายนะครับ เพราะจ่ายรายเดือนสูงกว่าขั้นต่ำกที่กำหนด แต่ประเด็นที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ก็คือ ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงมากกว่า เพราะกฎหมายกำหนดว่าทำงานไม่เกินวันละ 8 ชม. ครับ ส่วนที่เกินต้องจ่ายเป็นค่าทำงานล่วงเวลาครับ ก็คิดกันไปเป็นชั่วโมงครับ ถ้าจะผิดกฎหมายก็น่าจะเป็นประเด็นเรื่องของการทำงานล่วงเวลามากกว่าครับผม

  14. ดีมากๆ หัวหน้าได้เงิน 10,000บาท ลูกน้องเข้าใหม่ 3 วันได้ 8.200.-บาท แต่ลลูกน้องอยู่มา 4 ปี ได้ 8,300.-บาท รู้อย่างนี้เข้าใหม่ดีกว่า อย่างนี้ต้องก่อจราจลให้วุ่นวาย อวยพรนายกขอให้มีการจราจล ขายยาบ้ากันทุกชุมชน ข้างของแพงตั้งแต่ยังไม่ได้ค่าแรงขึ้นยังกล้าบอกอีกว่าช่วย ชพค.ข้าราชการ ให้ 1,500.-บาท ได้มาตั้งกี่ปี แล้ว 1,500.-บาทไหนช่วยใครช่วยอะไร

  15. สอบถามหน่อยค่ะ ว่าบริษัทอมริทร์ เจ้าหน้าที่การเงิน เงินเดือนประมาณเท่าไหร่ค่ะ

    1. อันนี้ผมก็ไ่ม่ทราบหรอกครับ ถึงแม้จะทราบก็คงจะบอกกันแบบนี้ไม่ได้ครับ เพราะเรื่องเงินเดือนนั้นถือเป็นความลับอยู่แล้วครับผม ต้องขออภัยด้วยครับ

  16. ปัจจุบันผมได้รับเงินเดือน 6,900 ทางบริษัทอ้างว่ารัฐบาลไม่ได้บังคับพนักงานเงินเดือน

    ถ้าบริษัททำอย่างนี้แล้วผิดกฏหมาย ทางพนักงานอย่างผม จะไปร้องเรียนกันที่ไหนได้ครับ

    ขอบคุณครับ

    1. ลองปรึกษาฝ่ายบุคคลดูก่อนนะครับ เอาประเด็นทางกฎหมายให้นายจ้างพิจารณาก่อน จากนั้นก็หาทางปรับเงินเดือนครับ สุุดท้ายถ้าไม่ได้จริงๆ ปกติก็คงต้องไปที่แรงงานน่ะครับ ถ้าจะร้องเรียน

  17. คือ ดิฉันทำงานเป็น PC ในห้าง ในจ.เชียงใหม่ค่ะ แต่บริษัทอยู่กรุงเทพ ไม่ทราบว่าดิฉันควรจะได้ค่าแรงของจังหวัดไหนค่ะ…เพราะบางบริษัทก่อ ให้ 300 แล้วก็ปรับจากรายเดือนมาเป็นรายวันแทน ก็คือ 7800 และบางบริษัทอาจจะลดค่าคอมลงแต่บางบริษัทค่าคอมเท่าเดิม แต่ส่วนของบริษัทดิฉันนั้น ว่าไปแล้วก็มีชื่อเสียงอยู่แต่อาจจะไม่ัมาก..เค้าปรับจาก 5000 มาเป็น 6000 …ค่าแรงขั้นต่ำเชียงใหม่ 251 บาท คิดดูขนาดค่าแรงขั้นต่ำของเชียงใหม่ยังไม่ได้เลย แล้วอีกอย่าง ค่าคอมนี่ กว่าจะได้ต้องขายให้ครบ 9 ตัวถึงจะเริ่มนับตัวที่จะจ่ายค่าคอม คือถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดว่าไม่ดีก่อเปลี่ยนงาน แต่สำหรับดิฉันไม่อยากให้ใครเอาเปรียบ ถ้าเป็นแบบนี้ดิฉันสามารถไปร้องเรียนได้ที่ไหนบ้างค่ะ

    1. ถ้าตอบกันจริงๆ ก็ต้องบอกว่าได้ค่าแรงตามจังหวัดที่ทำงานครับผม แม้ว่าบริษัทแม่จะอยู่ที่ กทม ก็ตามครับ ที่บางบริษัทให้กันที่ 300 นั้นแสดงว่าเขามีนโยบายการจ่ายค่าจ้างเป็นนโยบายเดียวครับผม

  18. ร้องไปที่กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานพื้นที่แห่งหนึ่ง บริษัทเอาเปรียบพนักงานทุกอย่าง แต่กลับไปบอกข้อมูลผมทั้งหมดให้นายจ้างทราบ(ทั้งที่เขียนระบุไปในคำร้องแล้วว่าไม่ให้เปิดเผย)ตอนนี้โดนบีบอย่างหนักครับ..แล้วก็ไม่เห็นมีพนักงานตรวจแรงงานมาตรวจเลย จะฟ้องศาลปกครอง เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดหรือละเว้นและทำให้เกิดความเสียหายได้มั๊ยครับ

    1. น่าเห็นใจมากครับ แบบนี้ฟ้องศาลปกครองได้นะครับ แต่ต้องเอาหลักฐานทุกอย่างไปให้ครบถ้วนครับว่า เราแจ้งแล้วว่าให้เป็นความลับ แต่เจ้าหน้าที่กลับเปิดเผยหมด

  19. การคิดค่าล่วงเวลา ต้องนำค่าตำแหน่ง หรือ รายได้อื่นๆ มารวมคิดด้วยมั้ยคะ ถ้าไม่นำรวมคิดผิดมั้ยคะ

    1. ปกติการคิดค่าล่วงเวลาจะเอาแค่เงินเดือนครับ เงินอื่นๆ ที่มีให้ไม่ได้นำเอามาคิดครับผม และไม่ถือว่าผิดนะครับ เพราะส่วนใหญ่เขาก็คิดกันแบบนี้ครับ และกฎหมายก็เขียนชัดว่าค่าล่วงเวลาให้ใช้ฐานเงินเดือนในการคิดครับ

  20. ดิฉันทำงานในบริษัทเอกชน(มหาชน) แห่งหนึ่ง บริษัทแจ้งว่าจะมีการปรับเงินเดือน
    ตามที่รัฐบาลกำหนด แต่บริษัทจะนำค่าเซอร์วิสชาร์จ ( ประมาณ1800บ./ด.) รวมเข้าในฐานเงินเดือน และจะตัดระบบเซอร์วิสชาร์จแต่จะใช้ระบบอินเทนสีปแทน
    แต่ก้อมีข้อแม้ว่าพนักงานที่จะได้รับอินเทนสีปจะต้องเป็นพนักงานระดับ2ขึ้นไป
    พนักงานระดับ1 และทดลองงานจะได้รับเงินช่่วยเหลือเดือนละ700 ดิฉันถามผู้บังคับบัญชาว่าเพราะอะไรค่าอินเทนสีปจึงได้เฉพาะพนักงานระดับ2 ขึ้นไปเท่านั้น เคาตอบมาว่าเพราะพนักงานระดับ2 มีหน้าที่บริหาร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพนักงานระดับ1 หลายคนก้อมีหน้าที่บริหารยอดขายเหมือนกัน อย่างนี้บ. เลือกปฏิบัตรใช่ไหมค่ะ เรามีสิทธิเรียกร้องอะไรหรือเปล่า
    อยากทราบว่า การที่บ.นำเงินค่าเซอร์วิสชาร์จ ซึ่งเป็นเงินที่พนังงานพึงได้รับไปรวมกับฐานเงินเดือนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่
    ในฐานเงินเดือนนั้นถือว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า

    1. การปรับโครงสร้างเงินเดือน ถ้ารวมรายได้ก่อนปรับและหลังปรับแล้วไม่น้อยลง บริษัทฯ สามารถที่จะทำได้ครับ แต่ถ้ารวมแล้วน้อยลงก็ผิดกฎหมายครับ ดังนั้นในกรณีที่บริษัทฯ เอาค่าเซอร์วิสชาร์จเข้าไปรวมเป็นฐานเงินเดินถ้าไม่น้อยลงก็ทำได้ครับ (แต่อย่างน้อยก็ควรมีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า) ส่วนค่าอินเทนสีป คาดว่าเป็นการนำมาใช้ใหม่ ดังนั้นบริษัทฯ สามารถกำหนดคุณสมบัติการให้ได้ครับโดยไม่ขัดกับกฎหมาย คล้ายกับการจ่ายค่าตำแหน่งครับ แต่ถ้าเป็นการให้โดยระบุคุณสมบัติงาน ก็คงต้องไปดูที่ลักษณะงาน หากเป็นงานที่มีลักษณะงานเหมือนกัน และมีอำนาจหน้าที่การตัดสินใจเหมือนกัน แต่ให้ไม่เหมือนกันก็เป็นการเลือกปฏิับัติ สามารถร้องเรียนได้ที่สวัสดิการแรงงานครับ อีกนิดสำหรับการนำสวัสดิการอื่นๆ ที่บริษัทฯ เคยให้มารวมเป็นฐานเงินเดือน โดยส่วนตัวมองว่าลูกจ้างจะได้เปรียบครับ เพราะโดยทั่วไปสวัสดิการที่บริษัทฯ ให้มักจะไม่นำมารวมใช้เป็นฐานในการคำนวนการทำล่วงเวลา แต่ถ้านำมารวมกับฐานเงินเดือนก็ทำให้ฐานในการคำนวนล่วงเวลาเพิ่มขึ้น เนื่องจากการคำนวนค่าล่วงเวลาใช้ฐานเงินเดือนเป็นตัวคำนวนครับ ก็ลองพิจารณาข้อดีข้อเสียดูก่อนนะครับ

  21. รบกวนสอบถามค่ะ ขณะนี้ได้เงินเดือนอยู่ที่ 8,000 บาท แต่เป็นลูกจ้างของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แบบนี้มีสิทธิ์ได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ไหม ค่ะ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ปรับให้ แต่มาแจ้งว่าจะเป็นการปรับในกรณีที่ผ่านโปรในการทำงานให้แทน โดยจะปรับให้ 5% รวมแล้วเป็น 8,400 บาท(ตอนนี้ทำงานมาแล้ว 8 เดือนค่ะ) เพราะเค้าแจ้งว่าเอา 26 วัน คูณเท่ากับได้เิกินอยู่แล้วเค้าแจ้งว่าเป็นวิธีคิดแบบราชการ แบบนี้ได้หรือไม่ และหากมีสิทธิ์ได้ค่าแรง 300 บาท ปัจจุบันยังคงไม่ปรับให้ทางสามารถเรียกเก็บย้อนหลังได้ไหมค่ะ อีกคำถามนะค่ะแบบนี้นิติบุคคลจำเป็นต้องทำประกันสังคมให้เราหรือป่าวค่ะ มีลูกจ้าง 2 คน คือพนักงานประจำนิติฯ กับคนทำสวน แต่คนทำสวนได้เงินเป็นรายวันค่ะ ซึ่งตอนนี้คนสวนได้ปรับเป็นวันละ 300 แล้ว แต่เค้าหลีกเลี่ยงเป็นการให้หยุดเดือนละ 4 วัน ก็จะจ่ายเงินไม่ถึง 9,000 บาท ค่ะ

    1. กรณีนี้ ถ้าในสัญญาจ้างระบุว่าจ้างเป็นพนักงานรายวัน ก็ไม่ผิดครับ เพราะคิดเป็นวัน วันละ 300 บาท วันหยุดไม่ทำงานก็ไม่คิดค่าจ้าง แต่ถ้าถูกจ้างเป็นพนักงานรายเดือน ยังไงก็ต้องเป็น
      9,000 บาทครับ เหตุผลอื่นๆ ที่นายจ้างอ้างมาล้วนผิดทั้งสิ้นครับ ในขณะนี้แรงงานกำลังเดินสายตรวจบริษัทต่างๆ อยู่ แต่เขาไปที่บริษัทใหญ่ก่อน ส่วนนิติบุคคลแบบนี้เขาอาจจะไม่ค่อยได้มา
      ตรวจ ประกันสังคมนั้น เมื่อไหร่ที่มีลูกจ้าง 1 คนก็ต้องทำครับ ลองไปคุยกับนายจ้างดูนะครับ

      1. ขอบคุณนะค่ะสำหรับคำตอบ
        จากที่ได้คำแนะนำจากคุณ prakal แล้ว ดิฉันก็ได้ไปอธิบายให้รับทราบว่ามีกฏหมายแรงงานมารตรา 19 และ 68 คุ้มครองอยู่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องใช้ 30 วัน เป็นตัวกำหนด แต่วันนี้ดิฉันได้คำอธิบายมาอีกอย่างแล้วค่ะ ดังนี้
        เค้าอธิบายว่าการปรับค่าแรงขั้นต่ำเค้าไว้สำหรับลูกจ้างรายวันเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นลูกจ้ายรายเดือนถึงจะได้เพราะกฏหมายไม่ได้ระบุว่าปรับค่าแรงขึ้นต่ำเดือนละ 9,000 เช่นนั้นบริษัทอื่นๆก็ไม่สามารถจ้างเดือนละ 6000 -7000 ได้เลยสิ แปลว่าแบบนี้ลูกจ้างทั้งหมดในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดต้องมีรายได้ขึ้นต่ำเดือนละ 9,000 หมด ดังนั้นเค้าจึงมีทางเลือกมาให้ดังนี้ค่ะ
        1.ให้เงินเดือน 8,400 บาท + ประกันสุขภาพ
        2.ให้เงินเดือน 8,400 บาท + ประกันตนเอง
        3.ให้เงินเดือน 9,000 บาท + ประกันสังคม (เนื่องจากแจ้งว่าการทำยุ่งยากเสียเวลาคนที่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าประกันสังคมให้ทุกๆเดือนและถ้าทำให้นิติบุคคลจะโดนภาษี เนื่องจากทำประกันสังคม ดิฉันจะต้องถูกหักค่าภาษีเพื่อมาจ่ายแทนนิติ)
        4.ให้เงินเดือน 9,000 บาท (แต่วันไหนหยุดหักเงินวันละ 300 บาท)
        แบบนี้ดิฉันจะทำยังไงดีค่ะ เค้าบอกว่าอย่างคนสวนจ้างเป็นรายวันไม่จำเป็นต้องมีสวัสดิการอะไร ส่วนดิฉันเองก็เหมือนกันจะให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้การจ้างรายเดือนขึ้นอยู่กับนายจ้างเป็นฝ่ายตกลงไม่เกี่ยวกับกฎหมายที่ออกมา แบบนี้เราจะทำยังไงดีค่ะเค้าให้มาตัดสินใจว่าจะเลือกข้อไหน อ๋ออีกอย่างค่ะลืมแจ้งว่าเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันจึงไม่มีสัญญาในการว่าจ้างแต่ว่ามีพยานแวดล้อมหลายคนทราบว่าเป็นพนักงานที่นี้ รวมทั้งเอกสารต่างๆในการทำขออนุมัติเบิกจ่ายเงินก็เป็นชื่อดิฉัน แบบนี้จะสามารถทำให้เราได้เงินเดือนละ 9,000 ได้ไหมค่ะ (เพราะได้ยินมาว่าเค้าอ้างว่าไม่ต้องมีค่าเดินทางงานที่ทำไม่คุ้มกับเงินที่จ้างอ่ะค่ะ) รบกวนตอบกลับด่วนด้วยนะค่ะ
        ขอบคุณนะค่ะ

      2. ผมคิดว่าคนที่ตอบนั้นคงไม่เข้าใจเรื่องของกฎหมายแรงงาน และพยายามจะตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองตลอด ส่วนใหญ่วิธีแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ให้แรงงานเข้ามาตรวจเลยครับ
        เพื่อจะได้เกิดความถูกต้องในการจ่ายค่าจ้าง หรือไม่อีกทางหนึ่งก็คือ ไปฟ้องร้องศาลแรงงานในเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยค่าจ้างขั้นต่ำครับ
        ทางออกก็น่าจะมีประมาณนี้ครับ แต่ถ้าคิดว่าสามารถเจรจาต่อรองกัน ไกล่เกลี่ยและยอมรับข้อตกลงซึ่งกันและกันก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ

        ลอง Search ในเน็ตดูเกี่ยวกับเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเติมก็ได้นะครับ เพราะกฎหมายนี้บังคับแน่นอนว่าวันละ 300 บาท และไปประกอบกับกฎหมายแรงงานว่ารายเดือนให้ใช้ 30 วันเป็นตัวหาร ก็เลยต้องออกมา 9,000 บาทครับ
        ขณะนี้บริษัทเอกชนทั่วไปก็ปรับไปเป็นขั้นต่ำสุดที่ 9,000 บาทสำหรับพนักงานรายเดือนแล้วครับ

        ทางเลือกอีกทางก็คือเลิกทำงานที่่นี่และไปหางานใหม่ทำครับ ซึ่งวิธีนี้ถ้าเขาขาดคน เขาจะไม่สามารถจ้างในอัตราต่ำกว่า 9,000 บาทได้เลย ถ้าต้องการจ้างเป็นรายเดือนนะครับ แต่ถ้าจ้างเป็นรายวันก็ยังได้อยู่ เพราะไม่รวมวันหยุดประจำสัปดาห์

        ขอบคุณมากครับ

      3. จากคำชี้แจง ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างชั้นต่ำ ฉบับที่ 6
        ข้อ 7 อัตราค่าจ้างชั้นต่ำตามประกาศฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิถาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฏหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นายจ้างที่จ้างลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้เสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ

        จากประโยคดังกล่าวที่ว่า นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้เสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ มันหมายความว่า รวมถึงนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรด้วยหรือป่าว เนื่องจากเอกสาร ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างชั้นต่ำ ฉบับที่ 6 ในข้อที่7 ไม่ได้ระบุว่ามีกิจการอะไรอยู่บ้าง ทางคณะกรรมการไปหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ว่า กิจการที่มิได้แสวงหาผลกำไร แล้วมันขึ้นมาว่า กิจการที่ไม่แสวงหากำไรมี สมาคม นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เอามาโยงกับค่ำว่า “นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้เสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ” ได้ด้วยเหรอ

      4. ผมไม่แน่ใจเรื่องนิติบุคคลว่าเข้าข่ายไหนเหมือนกัน ต้องไปหาฎีกาเก่าๆ หรือที่เคยตีความมาก่อน แต่ถ้าพิจารณาวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งนิติบุคคลแล้ว น่าจะเข้าข่ายไม่แสวงหากําไรนะครับ ไม่แน่ใจว่านิติของหมู่บ้านที่ทํางานนั้นมีการเป็นเจ้าของกิจการอะไรหรือเปล่า เช่นตลาดนัด หรือร้านขายของต่างๆ เพื่อจะได้บอกได้ชัดว่า แสวงหากําไรหรือไม่ครับ

      5. 1.ไม่มีตลาดนัดนะค่ะ แต่จะมีลักษณะเป็นการขอมาออกบูทประชาสัมพันธ์ให้หมู่บ้านแล้วเราก็เก็บค่าใช้สถานที่กับเค้า แต่ก็ไม่บ่อยครั้งค่ะ
        2.แต่ทำไมกับคนสวนเค้าขึ้นให้ละค่ะ
        3.เค้าไม่ทำประกันสังคมให้ได้ไหมค่ะ เพราะอธิบายว่าถ้าทำต้องสัญญาว่าจ้างกันถ้าทำเช่นนั้นดิฉันจะต้องถูกหักค่าภาษี 3 เปอร์เซ็นต์ให้นิติฯ เสมือนที่ทางนิติว่าจ้างบริษัท รปภ. หรือทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ค่ะ

      6. ในกรณีแบบนี้คงไม่ถือว่าเป็นองค์กรแสวงหากำไรแล้วล่ะครับ ดังนั้น กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำก็ไม่ได้บังคับใช้
        ส่วนที่เขาขึ้นให้คนสวนก็คงต้องสอบถามเหตุผลแล้วล่ะครับว่าทำไมถึงขึ้นคนสวนแต่ไม่ขึ้นให้กับเรา จุดนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการบริหารค่าจ้างแล้วล่ะครับว่าความเป็นธรรมจะอยู่ตรงจุดไหน
        ส่วนประกันสังคมนั้น คงต้องดูอีกว่าบังคับกับพนักงานในองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ถ้าบังคับใช้ด้วย ก็แปลว่าต้องทำครับผม

        ส่วนเรื่องของภาษี 3% นั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องของการจ้างทำของมากกว่านะครับ การที่เราเป็นลูกจ้าง เราไม่ได้ถูกหัก 3% แต่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับผม

  22. พี่ค่ะ
    อยากถามว่าถ้าsubจ่ายเงินเราไม่ครบเราต้องไปตามทีหลังบ้างทีก็ถึงวันที่เงินออกแต่พอกดดูเงินไม่ออกและหักประกันสังคมเกินเงินเดือนแล้วชอบมีปัญหาแบบนี้บ่อยๆมีกฎหมายอะไรไปเรียกร้องมั๊ยค่ะแร้วต้องทำไงเค้าไม่ค่อยสนในพนักงานเลยค่ะ

    1. ถ้าจะมีก็เป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงานนี่แหละครับ รวมทั้งระเบียบของบริษัทที่ว่าด้วยการจ่ายค่าจ้างว่าจะต้องจ่ายวันไหน จากนั้นก็เอาหลักฐานที่เขาจ่ายผิด และจ่ายไม่ครบนี้ ไปยื่นฟ้องต่อศาลได้ครับ
      เรียกร้องดอกเบี้ยได้ครับผม (ตามกฎหมายเขาเขียนไว้นะครับ)

      1. ขอทำความเข้าใจตามนี้นะครับ คุณเป็นพนักงานที่บริษัทฯ อื่นเป็นตัวแทนจัดหาแรงงานเข้าไปทำงานในสถานประกอบการใช่ไหมครับ ถ้าใช่ กรณีที่บอกว่ามีการจ่ายเงินไม่ครบ ให้ลองแจ้งไปทางสถานประกอบการที่เราทำงานอยู่ครับ ว่าทางบริษัทฯ sub จ่ายเงินให้ไม่ครบ แล้วขอความร่วมมือกับทางสถานประกอบการนั้นให้ช่วยดึงเงินที่จะจ่ายให้กับบริษัทฯ sub แล้วให้ช่วยนัดให้บริษัทฯ sub พร้อมกับนัดให้เรามารอเพื่อให้เราได้ีรับเงินจากบริษัทฯ sub ในวันรับเิืงินเลยครับ แต่ถ้าสถานประกอบการไม่ช่วย ให้แจ้งที่สวัสดิการแรงงานครับ กรณีที่บริษัทฯ sub หนี เราก็ยังสามารถเรียกร้องเงินส่วนที่ขาดกับสถานประกอบการที่เราทำงานอยู่ได้ครับ ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับที่ 2 มาตรา 11/1 ครับ กรณีหักประกันสังคมเกินให้นำหลักฐานการหักเงินและหลักฐานทางเงินเดือนไปขอรับส่วนที่หักเกิดที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ได้ครับ

  23. ขออนุญาตรบกวนสอบถามว่า กรณีที่นายจ้างลูกจ้างตกลงเปลี่ยนสภาพการจ้าง จากรายเดือนเป็นรายวัน แน่นอนว่ามันผิด กม ม. 20 แรงงานสัมพันธ์ แต่ตามฎีกาเก่า ยินยอมแบบเห็นอกเห็นใจกันน่าจะได้ ดังนั้น ถ้าตกลงกันได้จริง ขั้นตอนต่อไป นายจ้างสามารถนำเงื่อนไข การจ่ายค่าตอบแทน ลูกจ้างรายเดือน บางข้อ ใน พรบ คุ้มครองแรงงาน ไปจ่ายให้ลูกจ้างรายวัน ได้หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ

    1. ทำได้อยู่แล้วครับ เพราะกฎหมายมีเงื่อนไขว่าจะให้อะไรที่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ แต่ถ้าให้อะไรที่เหนือกว่า สูงกว่า นั้นได้ครับ แต่ถ้าให้สูงกว่าแล้ว จะมาลดให้ต่ำลงนั้น จะถือว่าผิดกฎหมายด้วยเหมือนกันนะครับ
      ก็เลยต้องอาศัยการลงนามยินยอมกันทั้งสองฝ่ายครับผม

  24. สวัสดีคะ พอดีดิฉันมีเรื่องจะสอบถาม ดังนี้
    1. บริษัทมีการปรับเงินเดือนและฐานเงินเดือน ใหม่คือ ปี 2554 เอาเงินเดือนเก่า+อัตราที่ปรับ+ค่าเฉลี่ยรวมทั้งบริษัท(ปรับระดับตามวุฒิ) +โบนัส12เดือน=เงินเดือน
    2. ปี2555 ก็ทำเหมือนเดิมแต่แจ้งว่าเป็นการปรับโครงงานเงินเดือน คือ พนักงานใหม่ ฐานเงินเดืนอ 13000+โบนัส= เงินเดือนขั้นต่ำ
    3. พนักงานเก่าฐานเก่า ปรับฐานเป็นระดับ คือเงินเดือน+ปรับประจำปี (คิดค่าเฉลี่ยแต่ละวุฒิการศึกษาได้ไม่เท่ากัน)+%ที่เหลือจากการคิดค่าเฉลี่ย=เงินเดือน
    4.และบริษัทแจ้งว่าการปรับแบบนี้เดือนแบบนี้เงินเดือนเพิ่ม แต่พนักงานแย้งว่าเงินหายไป
    แต่บริษัทแจ้งว่า รายได้รวมทั้้งปี ของ 2 ปีเท่ากัน ได้เงินเดือนมาแบบงง
    5. พนักงานไม่มีการเซ็นยอมรับประกาศ แต่บริษัทก็ยังทำมึนๆ
    6 .มีการแจ้งสวัดิการก่อนมาทำงาน คือปรับเงินเดือน 5.5เท่าทุกคน แต่ตอนนี้อ้างว่าพนักงานปริญญาตรีเงินดือนเยอะกว่าปวส. ต้องการปรับให้ฐานเงินดือนไม่ต่างกันมาก
    โดยทำเป็นเกณฑ์ประกาศบังคับใช้ ป.ตรี 3.5เท่า ปวส.5.5เท่า ทำงานเหมือนกันทุกอย่าง
    7.ลดโบนัสเป็นแบบประเมินรับมาครั้งแรกแจ้งประกันโบนัสที่ 5.5 เท่า แต่ตอนนี้เหลือ 2.5เท่าแต่ไม่ได้ทุกคนนะคะ เพราะต้องประเมินเป็นเกรด ถ้าได้C สิ้นปีอดคะ เพราะจ่ายเม.ย. 1เท่าแล้ว คือถ้ามีS ต้องให้C
    ลดโบนัสอ้างว่าปรับเงินให้เยอะแล้วเพราะปรับฐานเงินดือนเอาโบนัส 3เท่าบวกแล้ว
    8.พนักงานบริษัทเดียวกัน แต่มีหลายโรงงาน พนักงงานที่อยู่ในพื้นที่เจริญ ย้ายมาทำงานแหล่งกันดาร ได้เบี้ยกันดาร แต่พนักงานที่ทำงานแหล่งกันดาร ไม่ได้เพราะ มาสมัครทำงานที่นี่ตั้งแต่แรก เลยไม่ได้
    9. ประชุมทุกเดือนแจ้งได้กำไร แต่ขอสวัสดิการไม่เคยได้อ้างว่ามีการขาดทุนสะสมมาตั้งแต่แมื่อหลายๆปี มันคืออะไรและจำทำอย่างไรดี

  25. ส่วนผมไม่เชื่่อเรื่องสาม300บาบเป็นการหลอกกันจริงๆ ผมทำงานอยู่หน่วยงานราชการของกรมอนามัยศูนย์อนามัยที่10เชียงใหม่ มา23 ปีแล้วเงินเดือนแค่ห้าพันบวกค่าครองชีพห้าร้อย เขายังไม่ยอมปรับพอถามก็อ้างระเบียบต่างๆนานา ส่วนราชการซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐยังทำไม่ได้ แล้วจะไปให้ใครทำ

  26. พอดีว่าทำงานอยู่จังหวัดแพร่ค่ะ เป็นพนักงานอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่ง (เปิดเป็นบริษัทด้วย)ซึ่งก็พอทราบมาว่าค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดแพร่ อยู่ที่ 227 บาท

    มีปัญหาอยู่ว่า ตอนที่เข้ามาสมัครงานนั้น ไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรทั้งสิ้น เหมือนเขารับเข้ามาทำงานเลย เงินเดือนที่ได้ตอนนั้นคือ 4500 บาท ตั้งแต่ พย.54 พอทำงานมาได้ 3 เดือน เจ้านายบอกจะปรับเพิ่มเป็น 5000 บาท แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปรับขึ้นแค่ 4800 บาท จนมาถึงเดือน เมษายนที่ปรับค่าแรงขึ้นใหม่เป็น 227 บาท ก็อดทนรอว่าที่ร้านจะปรับขึ้นให้ไหม จนถึงเดือน ก.ค. ก็ยังไม่ปรับเพิ่มให้ ทางร้านอ้างว่า จ้างพนักงานเป็นรายเดือน ไม่ต้องปรับขึ้น …-*- ไม่เข้าใจว่าเขาเอาอะไรคิดค่ะ เวลาหักเงินเมื่อขาด/ลา เขาเอาเงินเดือนไปหาร 26 อย่างนี้ถูกมั้ยค่ะ เหนื่อยใจมากค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

    1. ปกติถ้าเป็นพนักงานรายเดือน ต้องใช้ 30 เป็นตัวคำนวณอยู่แล้วนะครับ แสดงว่าทางบริษัทจ่ายให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดครับ ก็คงต้องคุยกับทางฝ่ายบุคคล(ถ้ามี) หรือไม่ก็ต้องคุยกับนายจ้างโดยตรงเลยครับ
      ส่วนเรื่องสัญญาจ้างแรงงานนั้น กฎหมายบอกไว้ชัดครับว่า เมื่อไหร่ที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง เมื่อนั้นถือเป็นสัญญาจ้างแล้ว โดยไม่ต้องมีเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ครับ

      1. ถ้าเอาไปหาร 30 แสดงว่าตอนนี้ดิฉันได้เงินวันละ 160 บาท ซึ่งต่ำกว่่าแรงงานขั้นต่ำที่ได้ตั้งไว้คือ 227 ใช่มั้ยคะ ดิฉันเคยคุยแล้ว แต่เจ้านายเขาก็อ้างว่าจ่ายดิฉันเป็นรายเดือน มันไม่เกี่ยวกัน ไม่รู้จะทำอย่างไรดีค่ะ

  27. ทุกที่ก็ต้องดิ้นรนเพื่อให้บรีษัทตัวเองอยู่รอด ลูกจ้างมักจะไม่เข้าใจจุดนี้ มักจะอ้างแต่ค่าแรงตัวเองโดยไม่ประเมินความสาารถตัวเองแม้แต่นิด ( โดยรวม) (บริษัทเล็ก) บริษัทบางบริษัทก็ต้องปรับกลยุทธเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดกับ ค่าครองชีพที่รัฐบาลกำลังทำผูกขาด ต้นทุนไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค่าวัตถุดิบ ค่าไฟ ค่าจิปาทะ สินค้าบางประเภทก็ไม่สามารถที่จะระบุหรือขายได้ตามจำนวน สินค้าเกษตร สินค้าที่สามารถตายได้ แล้วนำ มาประเมินกับผลงานพนักงาน แทบจะมองไม่เห็นทาง ดังนั้น บริษัทก็ต้องปรับกลยุทธให้สอดคร้องกับนโยบายผูกขาดเพื่อตัวเองของรัฐบาล ในทางกฎหมาย ซึ่งระบุ วันละ 300 ดังนั้น บริษัทเกือบทุกที ก็จะต้องปรับเป็นวันละ 300 ในวันที่ทำงานจริง คือ 26 วัน 300*26 ดังนั้นต่อเดือนจะได้ 7800 ซึ่งในการประชุมที่ทำงานก็จะมติบอก ถามความเห็น ทุกคนสอดคร้องและเห็นด้วยเพื่อให้ที่ทำงานอยู่รอด ^^

  28. หนูรบกวนปรึกษา เรื่อง การจ่ายสวัสดิการที่ไม่เป็นธรรม ที่โรงงานไม่มีโรงอาหาร ไม่มีรถุรับส่ง พนักงานรายวัน มีสวัสดิการ ค่ารถ ค่าข้าว พนักงานรายเดือน บางคน มีค่ารถ ค่าข้าว ค่าตำแหน่ง ค่าวิชาชีพ บางคนก็ไม่มีเลย อยากถามว่า โรงงานไม่มีความเป็นธรรม เราสามารถเรียกร้องทางกฎหมาย หรือ ร้องทุกข์ อย่างไรได้บ้างค่ะ สำหรับพนักงานรายเดือน ที่เข้ามาใหม่ค่ะ

    1. ผมคงต้องขอข้อมูลมากกว่านี้ครับ เพราะเรื่องนี้ถ้าองค์กรจ่ายให้ตามระดับงาน หรือความแตกต่างของงานที่ทำ ก็ไม่ถือว่าไม่เป็นธรรมนะครับ หรือแม้กระทั่งองค์กรให้ทุกอย่างตามกฎหมายกำหนดไว้แล้ว
      แต่พนักงานบางกลุ่มได้บางกลุ่มไม่ได้นั้น กฎหมายเองก็ยังเอาผิดยากครับ เพราะถือว่าเขาไม่ได้ให้อะไรที่ต่ำกว่า หรือแย่กว่าที่กฎหมายกำหนดครับ
      ดังนั้นคงต้องหาสาเหตุ และหลักฐานที่่ชัดเจนก่อนครับว่าอะไรที่เรียกว่าไม่เป็นธรรม เพื่อที่จะมาดูว่า สิ่งเหล่านั้นมีประเด็นทางกฎหมายหรือไม่ครับ

  29. รบกวนปรึกษาการปรับขึ้นค่าแรงหน่อยครับ ตอนสมัครงานผมเขียนในใบสมัคร ว่าขอเงินเดือน 15,000บาท นายจ้าง บอกเริ่มต้น จ้าง 12,000 บอกว่าผ่านโปร ก่อน3เดือน แล้วจะขึ้นให้ แต่ไม่ได้มีลายลักอักษร ผมทำงาน มา1 ปีแล้ว นายจ้างยังไม่ขึ้นค่าแรงให้ อยากถามว่าถ้า ผมขอขึ้นค่าแรง ให้เป็น 15,000 ตามที่นายจ้างพูดไว้แล้ว เค้าเค้าจำเป็นจะต้องจ่ายชดเชย เดือนก่อนๆที่ผ่านมาให้ผมหรือเปล่า ครับ และในกรณีที่เค้าไม่พอใจให้ผมออก เค้าจะต้องจ่ายค่าชดเชยอะไรบ้างหรือเปล่า ครับเงินเดือนที่ไม่ได้ขึ้นให้ จะกลับมาด้วยหรือ เปล่า หรือว่าจ่ายแต่ค่าแรงเดือนที่ทำงานอย่างเดียว

    1. ถ้าเวลาล่วงเลยมาเป็นปีแบบนี้ ผมคิดว่านายจ้างคงลืมไปแล้วล่ะครับ ว่าเคยสัญญาว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ตอนพ้นทดลองงาน (หรือแกล้งทำเป็นลืม)
      กรณีถ้ากรณีเขาไล่เราออก เราจึงจะมีสิทธิได้ค่าชดเชยนะครับ แต่ต้องไม่มีการทำผิดตามที่กฎหมายกำหนดด้วยนะครับ ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้น
      ต้องมาดูว่าขณะนั้นเงินเดือนได้รับอยู๋ที่เท่าไหร่ และอายุงานกับบริษัทนานสักเท่าไหร่ แล้วก็จะคำนวณออกมาได้ครับ

      1. เรื่องขึ้นค่าแรง คงไม่ได้ลืมอ่ะครับ เพราะผมถามเค้าทุกๆเดือน แต่ก็ได้คำตอบมาว่าเดียวจัดการให้ หรือ รอก่อน อ่ะครับเค้าพูดมาแบบนี้ มาหลายเดือนแล้ว

  30. รบกวนถามค่ะ ทำงานใน รพ.สต.มา 5ปีตำแหน่งพนักงานบันทึกข้อมูล(รายเดือน) ตอนนี้เงินเดือน 6300บาท แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก.สาธารณสุข มีคำสั่งให้ปรับเพิ่มเงินเงินเดือน 700 บาท และปรับโครงสร้างเงินเดือนขั้นต่ำตามวุฒิด้วย ซึ่งดิฉันจบป.ตรี คิดว่าคงจะได้ 9000บาท แต่ไม่ได้ค่ะ ได้เพียงตกเบิก 700บาทเจ้านายแจ้งว่า เงินบำรุงไม่เพียงพอต่อการจ้าง อยากถามว่าการที่หน่วยงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมีความผิดหรือไม่ เราสามารถร้องเรียนได้ที่ไหน และมีสิทธิได้รับเงินเดือนวันละ 300บาทหรือเปล่า ตอบด้วยนะคะ

  31. ที่ทำงานก็เหมือนกันค่ะ ไม่ยอมปรับ เจ้านายอ้าง ไม่มีปัญญาจ้างอย่างเดียวเลย (แต่มีปัญญาออกรถใหม่ ไปตีกอล์ฟทุกอาทิตย์)
    ทั้งๆ ที่จ้างเราเป็นพนักงานแค่คนเดียว เงินเดือนปัจจุบัน 6300 ไม่ยอมปรับขึ้นให้เลย
    เลิกเย็นโอทีก็ไม่เคยได้ เรียกมาทำงานวันหยุดก็ไม่เคยจ่ายให้
    ทำงานทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะงานธุรการ แม่บ้านทำความสะอาด คนสวนรดน้ำต้นไม้ บางทีต้องเดินไปส่งจดหมาย บางครั้งต้องออกไปคัดหนังสือรับรองที่กระทรวงวัฒนธรรม
    ค่าประกันใดๆ ก็ไม่มีให้เลย
    ทำงานก็ไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว ไม่เคยลา ขาด สาย ทำงานมาจะ 3 ปีแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น วันเวลาทำงานปกติ จ-ส 8.00 – 17.00 น เอารัดเอาเปรียบมาก
    ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร เพราะที่ทำงานก็เป็น สำนักงานทนายความ เฮ่อ….เครียดมากเลยค่ะ

  32. เราสามารถไปร้องเรียนได้ที่ไหนบ้างคะเพราะที่ทำงานก็ปรับเป็นรายเดือนแค่8000รวมค่าครองชีพและค่าข้าวด้วย

    1. ปกติก็ร้องเรียนได้ที่แรงงานจังหวัดของท้องที่นั้นๆ นะครับ เพียงแต่อาจจะใช้เวลานานครับ
      เพราะช่วงต้นปีหลังจากที่มีการปรับแล้วในเดือน มกราคม 2556 น่าจะมีนายจ้างที่ยังไม่ได้ปรับตามกฎหมาย
      ซึ่งคิดว่าพนักงานคงไปร้องเรียนกันเยอะครับ

  33. อยากถามว่าการปรับค่าแรงเป็น300บาทรวมถึงแม่บ้านที่มาทำงานตามบ้าน(ไม่ใช่บริษัท)ด้วยหรือเปล่าค่ะตอนนี้แม่บ้านได้เดือนละ8000หยุดวันอาทิตย์1วันค่ะ

    1. จริงๆ ก็มีนะครับ ก็คือสวัสดิการที่บริษัทนั้นให้ไว้น่ะครับ ซึ่งโดยมากก็จะเป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้ครับ บางองค์กรถ้าต้องทำงานภายใต้ความเสี่ยง หรือฝุ่นเยอะ ก็อาจจะมีการกำหนดให้ค่าเปื้อนเพิ่มเติมครับ

  34. คือดิฉันบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตามหลักพนักงานฯจะมีการปรับเงินเดือนปีละ 1 ครั้งๆละ 5% แต่หน่วยงานส่วนใหญ่จะปรับให้แค่ 3% ส่วนอีก 2% จะกันไว้สำหรับเป็นสวัสดิการให้พนักงาน แต่มหาลัยที่ดิฉันทำอยู่เอาเงินที่หักไป 2% นี้ไปจ้างคนเพิ่ม ซึ่งทุกวันนี้พนักงานไม่มีสวัสดิการอะไรเลยนอกจากประกันสังคมซึ่งตัวพนักงานก็ออกเองส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งอยากทราบว่าที่มหาลัยทำเช่นนี้เข้าข่ายผิดหรือไม่ จะมีทางแก้ปัญหานี้อย่างไรคะ

    1. การที่องค์กรทำเช่นนี้ ถ้าดูตามกฎหมายจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรผิดนะครับ อยู่ที่ว่า 5% นั้นเป็นการตกลงในสัญญาจ้างหรือเปล่า ว่าทุกปีจะต้องได้เงินเดือนขึ้น 5% แต่ถ้าไม่มีการเขียนไว้ในสัญญาจ้าง (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่น่าจะมีเขียนอยู่แล้ว) ก็ถือว่าเป็นสิทธิของนายจ้างที่จะทำได้นะครับ ก็แปลง่ายๆ ว่า ขึ้นเงินเดือนประจำปีที่ 3% ส่วนเงินงบประมาณที่เหลือจะเอาไปใช้อะไรนั้น ก็คงแล้วแต่ทางนายจ้างอยู่แล้วครับ มองในมุมนายจ้างไม่ได้ผิดอะไร แต่มุมลูกจ้างในเรื่องของขวัญและกำลังใจ ก็จะเสียครับ ซึ่งตรงนี้องค์กรก็จะไม่สามารถที่จะบริหาร จัดการ จูงใจพนักงานได้ครับ ก็จะส่งผลต่อผลงานของทั้งพนักงาน และขององค์กรในระยะยาวตามมาครับผม ถ้าไม่แก้ไขนะครับ

  35. จบปริญญาตรีแต่ไม่ได้เงินเดือนตามกฏหมายกำหนดสามรถร้องเรียนได้มั้ย ร้องเรียไนด้ที่ไหนคะ

    1. จริงๆ ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้ว่า จบปริญญาตรีแล้วจะต้องได้เงินเดือนเท่าไหร่นะครับ มันอยู่ที่งานมากกว่า ไม่ได้อยู่ที่วุฒิการศึกษาที่จบมา และจริงๆ ก็ไม่มีข้อกำหนดอะไรเลยที่มาบอกว่า ป.ตรี จะต้องได้เท่าไหร่ ป.โท ต้องได้เท่าไหร่ จริงๆ ถ้าคิดว่าเงินเดือนไม่เป็นธรรม วิธีก็คือ ลาออกและหางานใหม่ที่คิดว่าเป็นธรรมมากกว่า เพราะการร้องเรียนเรื่องเงินเดือนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ยังไงก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรบริษัทได้มากครับ

  36. ถ้าได้แรงงานขั้นต่ำไม่ถึง 300 บาท สามารถแจ้งกรมแรงได้ไมค่ะ
    เพราะที่ทำอยู่ ชม ละ 30บาท 8 ชม. ตกอยู่ 240ต่อวัน

    1. ต้องพิจารณาให้ดีก่อนนะครับ ว่า พนักงานที่ได้ค่าจ้างชม.ละ 30 บาทนั้นเป็นพนักงานแบบจ้างรายชั่วโมงหรือเปล่า คล้ายกับพนักงาน part-time น่ะครับ
      ก็คือ ยินดีทำงาน และรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงแทน แต่อย่างไรก็ดี โดยปกติแล้วถ้าเป็นรายชั่วโมงก็ต้องได้อย่างน้อย 37.50 บาท ขึ้นอยู่กับว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตอนนี้อยู่ที่จังหวัดใดด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

ส่งความเห็นที่ j ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑