สาเหตุที่ทำให้ลูกน้องหมดความเชื่อถือในตัวหัวหน้า

ความเชื่อถือที่ลูกน้องมีต่อหัวหน้านั้นมีความสำคัญมากในการบริหารงาน เพราะจะทำให้ลูกน้องมีความยินดีและเต็มใจที่จะทำงานให้ รวมทั้งยังสามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกน้องคนนั้นทำงานให้กับลูกพี่ด้วยความเชื่อใจอีกด้วย แต่ทำไมหัวหน้าอีกหลายคน ถึงบ่นว่า การที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกน้องนั้นมันยากเหลือเกิน อีกทั้งหัวหน้าบางคนยังรู้สึกว่าตนเองสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับลูกน้องได้ แต่จริงๆ แล้วลูกน้องกับรู้สึกตรงกันข้าม ลองมาดูว่าสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ลูกน้องหมดความเชื่อถือในตัวหัวหน้าบ้าง

  • ไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าหัวหน้าเป็นคนประเภทไม่กล้าที่จะตัดสินใจในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ ก็จะไม่สามารถสร้างความเชื่อถือให้กับลูกน้องของตนได้เลย หัวหน้าบางคน เวลาที่จะต้องตัดสินใจ ก็ไม่กล้า และผลัดวันประกันพรุ่งออกไปเรื่อยๆ ลูกน้องก็ไม่สามารถทำงานต่อได้ เพราะลูกพี่ไม่ยอมตัดสินใจซะที สุดท้ายก็เลยหมดความเชื่อถือในตัวหัวหน้า
  • ใช้อารมณ์มาก่อนเหตุผล หัวหน้าประเภทนี้ก็คือ เอาอารมณ์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจว่าลูกน้องจะรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าตนเองรู้สึกไม่ได้ ก็จะใส่เต็มที่ หรือที่นิยมเรียกกันว่า “จัดเต็ม” ก็คือ ใส่มาทั้งชุด ทั้งคำด่า คำตำหนิ คำประชดประชัน ฯลฯ เอาแบบให้สะใจตัวหัวหน้า โดยไม่สนใจว่าลูกน้องจะรู้สึกอย่างไรหรือ จะเกิดผลอะไรตามมา หัวหน้าแบบนี้ก็ยากที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้
  • เอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าลูกน้อง หัวหน้าแบบนี้จ้องที่จะสร้างผลงานที่ดีใส่ตัวเอง โดยไม่สนใจว่าที่มาของผลงานที่ดีนั้นมาจากลูกน้องของตนเอง เรียกได้ว่า เวลานำเสนองาน ถ้ามีแต่คนชื่นชมผลงานนั้น ก็จะพยายามบอกคนอื่นว่านี่คือผลงานของตนเอง แต่ถ้าผลงานชิ้นนั้นออกมาแล้วไม่เข้าตาเลย ก็จะพยายามบอกคนอื่นว่า ผลงานนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด แต่เป็นลูกน้องคิดออกมา เพื่อที่จะผลักสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากตัวเองให้มากที่สุด ลักษณะหัวหน้าแบบนี้ไม่น่าจะมีลูกน้องคนไหนที่ชอบ หรือให้ความเชื่อถือเลย
  • หวงวิชา หัวหน้าอีกประเภทหนึ่งที่ไม่เคยมีลูกน้องคนไหนเชื่อถือเลยก็คือ หัวหน้าประเภทหวงวิชา ก็คือตนเองเป็นหัวหน้าที่เก่ง มีความรู้ในการทำงานอย่างดี มีความเชี่ยวชาญ แต่กลับไม่ค่อยยอมสอนเทคนิคการทำงานเหล่านั้นให้กับลูกน้องของตน โดยคิดไปเองว่า ถ้าสอนไปแล้ว ตนเองก็จะหมดความสำคัญไป และกลัวลูกน้องจะเก่งกว่า และประสบความสำเร็จมากกว่าตนเอง ก็เลยกั๊กความรู้ทั้งหมดที่มีไว้กับตนเอง ลูกน้องที่ทำงานกับหัวหน้าแบบนี้ก็จะไม่เคยได้รับการพัฒนาอะไรเลย ทำอะไรก็ทำอยู่อย่างนั้น ไม่เคยเก่งขึ้น ผิดก็ผิดอยู่แบบนั้น ลูกน้องเองก็คงค่อยๆ หมดความเชื่อถือในตัวหัวหน้าลงไปเรื่อยๆ
  • ไม่เคยฟังสิ่งที่ลูกน้องพูด หัวหน้าแบบนี้ มักจะเชื่อว่าตนเองเป็นนักฟังที่ดี เวลาที่ลูกน้องมาพูดอะไรให้ฟัง ก็มักจะทำทีเป็นฟังอย่างตั้งใจ และพยายามที่จะทำให้ลูกน้องรู้ว่าเขากำลังฟังอยู่ โดยมักจะพูดคำว่า “เข้าใจ เข้าใจ” แต่จริงๆ แล้วไม่เคยคิดจะเข้าใจในสิ่งที่ลูกน้องสื่อมาเลยด้วยซ้ำไป เวลาที่ลูกน้องพูดจบ ก็มักจะถามลูกน้องว่า “ประเด็นเมื่อกี้นั้นช่วยเล่าให้ฟังอีกทีนะ” เป็นแบบนี้ซ้ำๆ จนลูกน้องก็เริ่มระอา และไม่อยากที่จะเอาเรื่องราวต่างๆ มาคุยกับหัวหน้าอีกเลย เพราะขาดความเชื่อถือในตัวหัวหน้านั่นเอง

ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นความคิดเห็นของคนที่เป็นลูกน้องที่ให้ความเห็นว่า หัวหน้าแบบไหนที่ตนเองไม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ซึ่งผมได้มาจากการสัมมนากับกลุ่มผู้เข้าสัมมนา ซึ่งเป็นความเห็นที่น่าสนใจ และคนที่มีหน้าที่เป็นหัวหน้างานทุกคนควรจะนำไปลองพิจารณาตนเองว่าตนเป็นอย่างที่กล่าวมาบ้างหรือไม่ จริงๆ แล้วต้องพิจารณาตนเองอย่างเป็นกลางที่สุด ไม่เข้าข้างตนเอง หรือคิดไปเอง แล้วเราจะเห็นจุดอ่อนของการเป็นหัวหน้าของเราเอง และจะได้พัฒนาให้เป็นหัวหน้างานที่ดีขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ครับ

11 ความคิดเกี่ยวกับ "สาเหตุที่ทำให้ลูกน้องหมดความเชื่อถือในตัวหัวหน้า"

Add yours

  1. ที่เคยเจอเป็นแบบ ๑ ถึง ๓ ค่ะ อีกแบบที่เจอและคิดว่าน่าจะลำบากสำหรับลูกน้องผู้หญิงคือหัวหน้าแบบแอ๊บนางฟ้า น่ารักกับทุกคน แต่ลับหลังก็เม้าท์ทุกคนแล้วพยายามดึงลูกน้องให้ร่วมเม้าท์ด้วย แอบจิกกัดแรงๆ ด้วยภาษาสุภาพกับลูกน้อง อิจฉาลูกน้อง คอยฉีกหน้าลูกน้องและพูดให้ลูกน้องดูไม่ดีต่อหน้าบุคคลภายนอกบริษัทด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเอาความตลกขบขันมากลบเกลื่อน ^^”

  2. จากสิ่งที่คุณ maioneze กล่าวนะคะ
    “สำหรับลูกน้องผู้หญิงคือหัวหน้าแบบแอ๊บนางฟ้า น่ารักกับทุกคน แต่ลับหลังก็เม้าท์ทุกคนแล้วพยายามดึงลูกน้องให้ร่วมเม้าท์ด้วย แอบจิกกัดแรงๆ ด้วยภาษาสุภาพกับลูกน้อง อิจฉาลูกน้อง คอยฉีกหน้าลูกน้องและพูดให้ลูกน้องดูไม่ดีต่อหน้าบุคคลภายนอกบริษัทด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเอาความตลกขบขันมากลบเกลื่อน ”

    ที่พี่โดนมา ลูกน้องพี่ทำกับพี่เช่นนั้นคะ ช่างกล้า เพราะคิดว่าตัวเองเก่งทุกอย่าง แต่แท้จริงๆแล้ว กลวงกลวง ปลวกปลวก คะ

  3. เสนออีกกลุ่มครับ “Stereotype(เหมารวม) – หัวหน้าที่ชอบทำตัวเป็นSpy”
    ชอบไปสืบเสาะหาข้อมูล/ความไม่ดีของลูกน้องจากคนรอบข้าง
    แล้วใช้อัตวิสัย ตัดสินว่าลูกน้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
    ** หัวหน้าแบบนี้น่าสงสารครับ 🙂

    วิธีแก้ไขคือ: ต้องรู้ตัวเองไวๆ หัดปล่อยวาง และมองคนในแง่บวก
    เอาเวลา และความคิดไปพัฒนาตัวเองและทีม
    หมั่นคิดเสมอว่า..1)สิ่งที่ทราบนั้นจริงมั้ย 2)เราควรจะทำอะไร เพื่อให้ลูกน้องดีขึ้น

    1. เจอกับตัวแล้วมาพูดเสียดสี มอบงานที่ไม่ถนัดให้ทำ แล้วยอมมรับว่าเสียใจที่ตั้งใจืำงานมากเกินไป อุส่าทุ่มเท ไร้ค่ามากๆ

  4. ตัวเราเคยหมดศรัทธาในหัวหน้าเพราะ…

    1. ใช้งานเป็นทาสแล้วฟาดด้วยเงิน
    ให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำพร้อมคำด่าสาด แล้วค่อยพาไปกินอาหารดีๆ ทีหลัง
    เสียดายที่เหนื่อยจนกลืนไม่ลง
    2. หมดไฟ แต่ยังไม่ยอมปล่อยวาง
    ตัวเองไม่อยากทำงานแต่ยังอยากได้ผลงาน เลยเน้นออกหน้า แต่ลับหลังนั่งนิ่ง
    พอเอาอะไรไปเสนอก็ยิงทิ้ง แต่ไม่มี input ไม่มีคำแนะนำ
    3. ส่วนตัวมั่วไปหมด
    เอาค่ารักษาพยาบาลของสามีมาเบิกบริษัทฯ…เอางบออฟฟิศจัดปาร์ตี้ แต่เชิญเพื่อน
    สามีมาเยอะกว่าพนักงาน เอาสามีมาร่วมงานทั้งๆ ที่คุณสมบัติไม่เพียงพอ ฯลฯ

    แบ่งปันเผื่อใครมีประสบการณ์ร่วมค่ะ
    สุดท้ายคงต้องทำใจ ปิดตาข้างหนึ่งแล้วทำงานไปค่ะ

  5. ในชีวิตจริงคงเจอหลายๆอย่างครับ
    เหมือนเราอยากได้ฝน แต่ปฎิเสธ ฟ้าเเลบ ฟ้าร้องไม่ได้ มันเป็นของมาคู่กันครับ
    ปัญหาต่างๆที่พบ จะทำให้เราเรียนรู้ครับ ที่หลายๆท่านพูดมา ผมก็เคยเจอครับ
    ก็ค่อยๆ คิดกันไป
    ที่สำคัญคือ ต้องอยู่กับมันให้ได้ครับ

  6. หัวหน้าชอบจัดการ แต่จัดการกับแผนกอื่น ซึ่งเขาไม่ต้องการ บ่นไม่ชอบคนนั้นคนนี้แต่ก็จี๋จ๋ากันต่อหน้า มักดุลูกน้องต่อหน้าซัพพรายเออร์ พูดกับคิดไม่ตรงกัน ลูกน้องสับสน ชอบทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง ทำเป็นตลกแต่มุกแป๊กมาก สั่งงานกลับไปกลับมา งง ลูกน้องเสนองานรับฟังแต่เปลี่ยนใหม่หมด ฯลฯ เพิ่งเคยเจอหัวหน้าแบบนี้ แต่เงินดีเลยอยู่ต่อ

  7. หัวหน้าไม่รู้เรื่องงานเลย ได้เป็นหัวหน้าเพราะอาวุโสสุดๆ แล้ว ย้ายมาจากงานอื่นในหน่วยงานเดียวกัน มาถึงแทนที่จะศึกษางานก็ไม่ ขี้เกียจเป็นนิจ ไม่สู้งาน โดดงานไปนู่นนี่บ่อยครั้ง ถึงเวลาสองขั้นเสนอชื่อลูกน้อง แต่ผลออกมาตัวเองดันได้แทน ทวงงานอย่างเดียวไม่เคยคิดช่วยทำ พอต่อว่าก็โกรธ แนะนำอะไรก็เถียง ตัวเองไม่เข้าใจอะไรหาว่าเป็นเพราะลูกน้องอธิบายไม่ดี อยู่มาสองปีไม่เคยมีคำชมหรือให้กำลังใจ มีแต่บ่นและหาข้อตำหนิ

    1. หัวหน้าแบบนี้ มีในทุกองค์กร ถ้าหัวหน้าของหัวหน้าคนนี้ ทราบเรื่อง ก็ต้องมีการเอาเรื่องผลงานของหัวหน้าคนนี้เข้ามาพิจารณากันจริงๆ จังๆ ครับ

ส่งความเห็นที่ pencilista ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑