เวลาที่พูดถึงเรื่องของการประเมินผลงาน โดยปกติ หัวหน้าจะต้องทำหน้าที่ประเมินผลงานของลูกน้อง เพราะคนที่เป็นหัวหน้านั้นมีหน้าที่ที่จะต้องวางแผน ควบคุมการทำงานของลูกน้อง และจะต้องสร้างผลงานโดยผ่านลูกน้องของตนเองด้วย ดังนั้น การประเมินผลงานว่าลูกน้องคนไหนมีผลงานอย่างไร จะต้องพัฒนาในเรื่องอะไรบ้าง จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของคนที่เป็นหัวหน้า แล้วถ้าลูกน้องจะของประเมินผลงานของหัวหน้าบ้างล่ะครับ ไม่ทราบว่าท่านที่เป็นหัวหน้าทั้งหลายจะคิดอย่างไรครับ
ในการบริหารผลงาน หรือบริหารธุรกิจ สิ่งสำคัญก็คือ คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาจะต้องทำหน้าที่ในการกำหนดเป้าหมายร่วมกับลูกน้อง จากนั้นก็ต้องคอยควบคุมดูแลลูกน้องให้ปฏิบัติตาม และทำตามแผนที่เราวางไว้ โดยที่องค์กรจะให้อำนาจแก่คนที่เป็นหัวหน้าในการให้คุณให้โทษพนักงานได้ด้วย ก็เลยเป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่จะต้องประเมินผลงานลูกน้องแต่ละคน เพื่อที่จะพัฒนา และให้คุณให้โทษพนักงาน
เวลาเราพูดถึงการประเมินผลงาน เราจะมองในลักษณะที่ประเมินไปเพื่อการพัฒนา ลูกน้องถูกประเมินผล เพื่อเอาผลประเมินที่ได้ไปวางแผนในการพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นต่อๆ ไป
คำถามก็คือ แล้วหัวหน้าล่ะ ใครเป็นคนพัฒนา คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือ หัวหน้าของหัวหน้า ก็จะเป็นคนประเมินผลงานและพัฒนาลูกน้องของตนไล่กันลงมาเป็นทอดๆ
คำถามต่อมาก็คือ แล้วคนที่เป็นหัวหน้าสูงสุดล่ะ ใครจะเป็นคนพัฒนาเขา เพราะเขาไม่มีหัวหน้าอีกแล้ว
มีความเป็นไปได้สักแค่ไหนที่ลูกน้องจะต้องทำหน้าที่ในการประเมินผลงานของหัวหน้าด้วย เพื่อที่จะได้วางแผนพัฒนาหัวหน้าให้เป็นหัวหน้าที่ดีขึ้นไปอีก
หลายๆ คนก็อาจจะนึกถึงระบบการประเมินผลงานแบบ 360 องศา ซึ่งผู้ถูกประเมินจะถูกประเมินจากคนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน นาย ลูกน้อง และประเมินตนเอง แต่พอระบบที่เอาเข้ามาประยุกต์ใช้ในบริษัทต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราพยายามที่จะไม่ให้ลูกน้องประเมินหัวหน้า ก็คือ เราใช้แค่เพียง 270 องศาบ้าง หรือ 180 องศาบ้าง องศาที่ยังไม่ค่อยมีใครกล้าทำก็คือ การที่ให้ลูกน้องต้องทำหน้าที่ประเมินหัวหน้าของตนเอง
แต่ถ้ามองในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว ทักษะในการเป็นหัวหน้านั้น หัวหน้าของหัวหน้าอาจจะมองไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่คนที่มองออกก็คือ ลูกน้องที่ถูกบริหารโดยหัวหน้าคนนั้นๆ เพราะเขาคลุกคลีอยู่กับหัวหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลนี้ คนที่น่าจะประเมินผลงานของหัวหน้า เพื่อดูว่าผลงานของหัวหน้างานแต่ละคนนั้นดีไม่ดี มีทักษะในการเป็นหัวหน้างานที่ดีหรือไม่นั้น ก็น่าจะเป็นลูกน้องโดยตรงมากกว่า เพราะลูกน้องโดยตรงย่อมรู้ดีว่าหัวหน้าของตนเองนั้นมีผลงานเป็นอย่างไรในแต่ละปี
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเรามองว่าการประเมินผลงานนั้น วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อการพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น การที่ลูกน้องสามารถประเมินหัวหน้างานของตนเองได้นั้น จะยิ่งทำให้หัวหน้างานรู้ว่าตนเองจะต้องพัฒนาในเรื่องอะไรบ้างอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นอีก และถ้าหัวหน้าคนนั้นยอมรับผลการประเมินโดยไม่ถือตัวว่าตนเองคือหัวหน้า ผมเชื่อเลยว่าหัวหน้าคนนั้นจะมีพัฒนาการที่เร็วมาก และจะเป็นหัวหน้างานที่ดีมากๆ ในอนาคต
ประเด็นก็คือ หัวหน้าเองจะเปิดใจกว้าง และยอมรับผลการประเมินของลูกน้องของตนเองได้มากสักเพียงใด
ถ้าหัวหน้าต้องการให้เห็นภาพของตัวเองดีในสายตาของหัวหน้าของหัวหน้า
จึงร่วมมือกับลูกน้อง หรือกลัวลูกน้องของตนเองประเมินตัวเขาไม่ดี
จึงคอยเอาใจลูกน้องตนเอง ให้OT มาก ไม่ควบคุม ปล่อยให้ทำตามสะดวก
จะป้องกัน แก้ไขอย่างไรดีครับ
โดยปกติเราคงไม่ปล่อยให้หัวหน้าทำแบบนั้นง่ายๆ อยู่แล้ว เพราะว่าเรามีหัวหน้าของหัวหน้าดูแลเรื่องของการทำงานอยู่ครับ สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นให้ได้ในการทำงาน ก็เหมือนกับการที่ลูกน้องประจบเจ้านายเพื่อให้นายประเมินผลงานให้ดีๆ ในกรณีนี้หัวหน้าก็ประจบลูกน้องบ้าง เพื่อให้ได้ผลประเมินที่ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน เราก็มีทางที่จะสร้างความลำเอียงได้หมด ดังนั้น ก็ต้องสร้างระบบให้ดี และที่สำคัญก็คือสร้างคุณภาพของคนในองค์กรไม่ให้เป็นคนอย่างที่ว่ามาครับ
ถ้าเช่นนั้นแบบฟอร์มหรือคำถามที่จะใช้ในการประเมินหัวหน้าควรเป็นแบบไหนค่ะ
ส่วนใหญ่จะเป็นฟอร์มที่ระบุปัจจัยหรือประเด็นที่ต้องการให้ประเมินหัวหน้าใน competency ต่างๆ ส่วนใหญ่ที่ทำกันนั้นมักจะเป็นการให้พนักงาน Feedback ผลงานของหัวหน้ามาที่คนประเมินอีกทีครับ อาจจะไม่ได้ประเมินและให้คะแนนกันจริงๆ เพราะคนประเมินผลงานจริงๆ ก็คือหัวหน้าของเขาอยู่ดีครับ เพียงแต่ระบบนี้จะทำให้คนประเมินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน และเป็นธรรมมากขึ้นนั่นเองครับ