ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรบุคคลในอนาคตอันใกล้

ระยะนี้เรื่องราวที่เป็นที่กล่าวขวัญกันเยอะมากก็คือ เรื่องของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ การปรับอัตราเงินเดือนของระดับปริญญาตรี รวมทั้งเรื่องที่เริ่มเข้ามามีผลกระทบต่อการบริหารของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ เรื่องผลกระทบของการเปิดการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งจะมีผลต่อการธุรกิจ และการบริหารทรัพยากรบุคคลของแต่ละองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็ตั้งแต่เรื่องของต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น มีการเปิดการค้าเสรี และมีการลดพิกัดภาษีต่างๆ ลง ซึ่งก็แปลว่าอนาคตจะมีการซื้อขายและทำการค้ากันอย่างอิสระ มีการเคลื่อนย้ายแรงงานกันอย่างขนานใหญ่ ประเด็นหลักๆ ที่เกิดขึ้นใน AFTA ก็คือ

  • ภาษีสินค้าเป็น 0%
  • บริการต้องเสรี
  • การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี
  • เคลื่อนย้ายแรงงานเสรี แต่จะเป็นแรงงานฝีมือ เช่น วิศวะ หมอ พยาบาล ทนายความ ฯลฯ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความเสรีในการทำการค้า ซึ่งก็แปลว่า แข่งขันกันมากขึ้น ใครผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีกว่า ราคาดีกว่า ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน ลูกค้าก็จะหันไปซื้อสินค้ากับเรา ซึ่งนั่นก็แปลว่าเราจะต้องมีวิธีการบริหารธุรกิจที่สร้างความได้เปรียบทางด้านต้นทุนในการจัดการทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็คือ ทำต้นทุนให้ต่ำที่สุด แต่คุณภาพสินค้าสูงกว่าเจ้าอื่นได้ เราก็ได้เปรียบ

และการจะทำให้เกิดผลดังกล่าวนั้น แปลว่า เราจะต้องมีคุณภาพของแรงงานฝีมือมาทำงานกับบริษัท เพื่อสร้างคุณภาพสินค้าชั้นเลิศได้ ในอนาคตถ้าบริษัทผลิตคนดีมีฝีมือไม่ทัน ก็จะมีแรงงานฝีมือจากต่างประเทศไหลเข้ามา หรือในทางตรงข้าม แรงงานฝีมือดีๆ ของเราอาจจะไหลออกไปต่างประเทศ เพราะเขาจ่ายดีกว่าเรา

แล้ว HR จะต้องทำอะไรบ้างในกรณีเช่นนี้

  • พัฒนาและสร้างแรงงานที่มีฝีมือมากขึ้น ระบบการพัฒนาคนของบริษัทจะต้องมีความชัดเจนและตอบโจทย์ธุรกิจได้มากขึ้นกว่าเดิม
  • เริ่มมีคนต่างชาติเข้ามาทำงานกับเรามากขึ้น ทำให้บริษัทจะต้องสร้างทักษะทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากล รวมทั้งต้องเข้าใจวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ มากขึ้น แรงงานในบริษัทจะมีความหลากหลาย พนักงานเองก็จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง และวัฒนธรรมที่หลากหลายมากขึ้นไปอีก
  • อัตราค่าจ้างเงินเดือน เดิมที่เราแข่งขันเฉพาะในประเทศ พอเริ่มเปิดเสรี แปลว่าเราจะต้องแข่งขันกันในการว่าจ้างพนักงานที่มีฝีมือในระดับภูมิภาค ไม่ใช่แค่ในประเทศอีกต่อไป โครงสร้างในการจ่ายค่าจ้างเงินเดือน และสวัสดิการ ก็จะต้องเป็นสากลมากขึ้น และมีความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถดึงดูด และรักษาพนักงานที่มีความหลากหลาย
  • ระบบในการบริหารผลงานก็จะต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำงานโดยเน้นผลลัพท์มากขึ้น และระบบ Pay for performance ก็จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นไปอีก ถ้าหากองค์กรไม่มีแนวทางในการบริหารผลงานและการเชื่อมโยงกับระบบค่าตอบแทนที่ดีแล้ว เราอาจจะต้องสูญเสียคนเก่ง และคนดีไปอย่างแน่นอน เพราะแรงงานเป็นแรงงานเสรี คนเราสามารถขยับสับเปลี่ยนงานได้อย่างง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
  • การสร้าง Engagement ของพนักงานต่อบริษัทจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม องค์กรจะต้องมีวิธีการสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร โดยการสร้างนโยบายในการดูแลพนักงานที่ดี ทำให้พนักงานรู้ว่าทำงานที่นี่แล้วมีอนาคต มีความอบอุ่น มีความยุติธรรมในเรื่องของผลงาน และผู้บริหารให้ความสำคัญกับการพัฒนาและบริหารทรัพยากรบุคคล

แนวทางในการพัฒนางาน HR ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งทั้งที่เป็นของผมเอง และของเหล่าบรรดานักบริหารงานบุคคลที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยด้วย ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ ซึ่งอาจจะมีผิดบ้างถูกบ้าง ซึ่งก็เป็นเพียงความคิดเห็นเพื่อที่จะหาทางวางแผนล่วงหน้ากันในอนาคต หากท่านผู้อ่านมีแนวคิดที่แตกต่างจากนี้ ก็ยินดีนะครับ มาแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ เพื่อที่จะได้สรุปเป็นแนวทางที่ HR จะต้องดำเนินการถ้าอนาคตการเปิดเสรีของอาเซียนเปิดเต็มที่ในอีกประมาณ 4 ปีข้างหน้าครับ

2 ความคิดเกี่ยวกับ "ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรบุคคลในอนาคตอันใกล้"

Add yours

  1. ช่วยเสริมให้อีกสักหน่อยนะครับ คือ การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ทำงานข้ามพรมแดนได้ และช่วยในการเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ในการพัฒนาบุคลากรต่างสายงานต่างพื้นที่ได้

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑