ถ้าอัตราแรกจ้างระดับปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท จะเกิดอะไรขึ้น

วันนี้มาต่อในอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนะครับ ก็คือเรื่องที่ทางพรรคเพื่อไทยประกาศกร้าวว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะปรับอัตราเงินเดือนเริ่มจ้างระดับปริญญาตรี จะต้องไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับการบริหารค่าจ้างเงินเดือนในบ้านเรา

สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือ เด็กจบใหม่ในระดับปริญญาตรีจะดีใจมาก เพราะเริ่มต้นก็ได้เงินเดือนอย่างน้อย 15,000 บาททันที แต่สิ่งที่จะเป็นผลกระทบต่อบริษัทก็คือ ในปัจจุบันมีบริษัทไม่น้อยที่จ่ายอัตราเริ่มจ้างให้กับพนักงานที่จบปริญญาตรีในอัตราที่ต่ำกว่า 10,000 บาท ซึ่งถ้ากำหนดแบบนี้จริงๆ ภาระก็จะเกิดขึ้นกับบริษัทต่างๆ อย่างมากมายที่จะต้องหาทางออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารเงินเดือนของคนกลุ่มนี้

ในความเห็นผมนั้น ผมคิดว่า การกำหนดอัตราเริ่มต้นแบบนี้จะทำให้การแข่งขันกันในการว่าจ้างพนักงานไม่เป็นไปตามกลไกตลาดเลย ยิ่งไปกว่านั้น เราจะไม่ได้จ่ายพนักงานตามค่างาน หรือตามหน้าที่ความรับผิดชอบเลย กล่าวคือ ถ้าเราจ้างเด็กจบปริญญาตรี เข้ามาทำงานที่ง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยความคิดอะไรมากนัก ก็จะไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ให้ไปเมื่อเทียบกับผลงานที่คาดหวัง ดังนั้นสิ่งที่บริษัทต่างๆ จะต้องเตรียมรับมือก็คือ

  • จ้างพนักงานในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรีมากขึ้น ก็คือ หันไปเริ่มว่าจ้างเด็กที่จบในระดับ ปวช. และ ปวส.มากขึ้น ซึ่งอัตราแรกจ้างไม่สูงเกินไปกว่างานที่รับผิดชอบ และก็จะไปสอดคล้องกับสิ่งที่สนับสนุนกันอยู่ก็คือ มาเรียนอาชีวะกันเถอะ ถ้าเป็นแบบนี้ได้จริงๆ เราก็จะสามารถหาคนที่เหมาะสมกับงานได้มากขึ้น ไม่ใช่เอะอะก็จ้างแต่ระดับปริญญาตรีเท่านั้น
  • แต่ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ เราจะหาเด็กกลุ่มนี้ยากขึ้นไปอีกครับ เพราะแค่ในปัจจุบันนี้ก็แทบจะหาไม่ได้เลยสำหรับระดับ ปวช. ปวส. เพราะไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีกันหมด
  • แต่ถ้าเราจะต้องเริ่มจ้างปริญญาตรีที่ 15,000 จริงๆ และเดิมบริษัทเราไม่เคยจ้างสูงขนาดนี้เลย สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ จะต้องมีการปรับค่าจ้างให้กับพนักงานระดับปริญญาตรีที่เราเพิ่งรับเข้ามา 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะผมเชื่อว่าพนักงานกลุ่มนี้จะต้องได้รับผลกระทบกับการเปลี่ยนอัตราเริ่มจ้างเป็น 15,000 อย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้คนใหม่เข้ามาแล้วได้รับเงินเดือนสูงกว่าคนเดิมที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนครับ เพราะถ้าไม่มีการเตรียมการในจุดนี้ ผมรับรองได้เลยว่า พนักงานที่มีประสบการณ์เหล่านั้นลาออกอย่างแน่นอนครับ
  • มอบหมายงานที่มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเราจะต้องจ้างที่ 15,000 จริงๆ ผมเชื่อว่า บริษัทจะต้องมีการออกแบบงานใหม่ เพื่อให้งานที่ทำนั้นมีความคุ้มค่ากับ 15,000 บาทที่บริษัทจ่ายไป ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ก็คือจ้างจำนวนพนักงานน้อยลง แต่รับผิดชอบงานมากขึ้น กว้างขึ้น ซึ่งแนวทางนี้ก็สอดคล้องกับวิถีในการทำงานในปัจจุบันอยู่แล้ว เพราะระยะหลังๆ มานี้ พนักงานคนหนึ่งๆ จะรับผิดชอบงานมากขึ้นกว่าสมัยก่อนมากมาย หรือที่เขาเรียกว่า Multi-task นั่นเองครับ

ดังนั้นถ้ามีการประกาศกันจริงๆ ว่า ปริญญาตรี จะต้องได้เงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาทแล้วตอนนั้นระบบค่าจ้างเงินเดือนของแต่ละบริษัทคงต้องมีการปรับเปลี่ยนกันหลายอย่างเลยครับ ถ้าเป็นไปได้ในช่วงนี้ก็อยากให้ HR ทั้งหลายลองคิดและวางแนวทางไว้ล่วงหน้าก่อนก็น่าจะดีนะครับ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทครับ ใครเตรียมความพร้อมได้ก่อนย่อมได้เปรียบครับ

12 ความคิดเกี่ยวกับ "ถ้าอัตราแรกจ้างระดับปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท จะเกิดอะไรขึ้น"

Add yours

  1. คงโกลาหลน่าดู เด็กปวช. ปวส. จะแฮปปี้ แต่เด็กจบใหม่ไม่แฮปปี้แน่นอน เพราะไม่มีใครจ้าง มหาวิทยาลัยเอกชนโดนเต็มๆ เพราะนักศึกษาหายไปเรียนปวช. หมด เมื่อต้นทุนค่าแรงเพิ่ม ราคาสินค้าและบริการก็ต้องเพิ่มตาม แต่ไม่มีทางที่จะเพิ่มใด้ในอัตราส่วนเดียวกับค่าแรง ธุรกิจจำนวนมากจะขาดทุน พนักงานที่จบตรีแต่เงินเดือนไม่ถึง 15.000 หลายคนคงถูกเลิกจ้าง ที่เงินเดือนเกิน 15.000 คงไม่ใด้ขยับไปอีกนาน พวกข้าราชการคงแฮปปี้ แต่ไมรู้นานกี่เดือน เพราะธุรกิจเจ๊ง คนตกงานเป็นล้าน แล้วรัฐจะเอาเงินจากใหนมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการ งานนี้สนุกแน่

  2. ถ้าพูดถึงมุมที่กว้างกว่านี้ คือ การลดภาษีนิติบุคคลลง 7% เพื่อนำมาจ่ายค่าแรงส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น ผมว่าทางบริษัทไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่อย่างไร สิ่งที่เพิ่มคือกำลังการซื้อเป็นการกระตุ้นสภาวะทางการเงินให้หมุนเร็วขึ้น แล้วเงินเดือนที่มากขึ้นก็ยังต้องมาจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดาอีก ทุกอย่างเหมือนเดิมเพียงแต่เป็นการกระตุ้นการซื้อขายให้เร็วขึ้นขึ้นเท่านั้น ดังนั้นถ้ามีการขึ้นราคาสินค้าต่างๆแสดงว่าเป็นการสมอ้างเอาเปรียบจากผู้ผลิต จริงๆแล้วอยากให้คนเขียนบทความมองมุมให้กว้างขึ้นอีกนิดนึงครับ

    1. ผมก็แค่จุดประกายความคิดเท่านั้น แต่นายจ้ายต้นทุนสูงขึ้นอย่างแน่นอนครับ ถ้าท่านได้รับเงินเดือนที่ 16,000 โดยทำงานมาแล้ว 5-6 ปี (สมมุตินะครับ) แล้ววันดีคืนดี เด็กใหม่ได้รับเงินเดือน 15,000 เลย ถามตรงๆ ว่าท่านจะยอมหรือไม่ครับ ผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่ไม่ยอมหรอกครับ แปลว่า บริษัทจะต้องมีเงินอีกส่วนหนึ่งซึ่งใช้ในการปรับผลกระทบส่วนนี้ ซึ่งเงินตรงนี้ก็คือต้นทุนของบริษัทอยู่ดีครับ ผมเองน่ะ มองเห็นผลกระทบในลักษณะของบริษัทที่จะต้องปรับตัวเองมากกว่า ผมไม่ได้คัดค้าน เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเลยสักนิดครับ

      อยากจะบอกให้ ชาว HR เตรียมพร้อม เพราะมิฉะนั้นพอถึงเวลา ท่านที่จะมาโวยวายก็คือท่านที่ไม่ได้รับการปรับแต่มีเงินเดือนใกล้กับคนใหม่ที่มาทำงานไงครับ

  3. ถ้าทำตามที่หาเสียงไว้ ละก็มีผลกระทบแน่นอน เพราะมันเป็นการเปลี่ยนที่ระดับล่าง เมื่อฐานเปลี่ยน ข้างบนก็ต้องเปลี่ยน

    การลดภาษีลงก็คงช่วยได้บ้าง แต่มากน้อยแค่ไหนไม่รู้ มันขึ้นอยู่กับต้นทุนของแต่ละบริษัท ว่าต้นทุนค่าจ้างเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนรวม

    ก่อนที่รัฐจะนำนโยบายไปปฎิบัติต้องคิดให้ออกก่อนนะครับ ว่าจะคุมค่าครองชีพให้อยู่ที่เท่าไหร่ เพราะค่าครองชีพ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรับเงินเดือนประจำปี

    และมันยังมีผลกระทบต่อการเมืองและค่านิยมของคนในชาติ
    เมื่ออยู่ เงินเพิ่มขึ้น 3000-4000 บาทต่เดือน แน่นอนการบริโภคในประเทศก็มีมากขึ้นแน่นอน แต่ค่านิยมในการใช้จายฟุ่มเฟือยจะมากขึ้นมากขนาดไหน ทุกวันนี้ผมว่าเราก็มีปัญหานี้อยู่แล้ว ทำให้มีการติดหนี้บัตรเครดิตกัน

    การเมือง แน่นอนพรรคที่ทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ ก็ได้ปลูกฝังประชาชนไปแล้่วว่า ประชานิยมเท่านั้นที่จะทำให้ได้รับการเลือกตั้ง โดยไม่ได้ดูว่ามันเป็นผลอะไรอย่างไร
    ผมไม่ได้มาเข้าข้างใคร ผมแค่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าอยู่ๆเงินเดือนมันจะขี้นมา20-30% รวมทั้งค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาทแบบนี้ได้ ทำไมเมื่อต้นปี ค่าแรง 250บาท มันถึงทำไม่ได้

    ไม่เห็นมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านคนไหนในตอนนั้นออกมาเห็นด้วยเลย

    เมื่อไหร่นะ ที่พรรคการเมืองจะเห็นประโยชน์ของชาติมากกว่าตน พวกพ้องตน การเมืองไทยเป็นการเมืองที่จ้องจะเอาชนะอีกฝ่าย ไม่ได้ดูว่าถูกผิด

    ขอบคุณ ท่านเจ้าของบล๊อก ที่ให้ความรู้ + มุมมองนะครับ
    ส่วนท่านอื่นๆ ถือว่าผมมาร่วมแชร์ความเห็นนะครับ อย่ามองว่าผมเอาการเมืองมาเกี่ยว ผมไม่ได้ชอบหรือยึดใคร พรรคการเมืองไหนทั้งนั้น ผมดูที่การกระทำ นโยบาย อันไหนดี ก็สนับสนุน อันไหนไม่ไดี ก็ค้านตามสิทธิที่จะทำได้ ไม่ใช่ไปปิดถนน เผาเมือง หรือ ยึดสนามบิน

    ยาวไปแล้ว
    ขอบคุณอีกครั้งครับ อ.ปราการ

  4. ถ้าเอาตามหลักการบริหารค่าจ้าง น่าจะกระทบคะมากคะ โดยเฉพาะบริษัทที่เพิ่งขยายงานและรับพนักงานเพิ่ม 2-3 ปี ที่ผ่านมา เพราะต้องปรับเงินเดือนหนีฐาน ป.ตรีใหม่ ซึ่งเห็นด้วยกับคุณ HR + วิศวกร นะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งบริษัท ก็มุ่งหวังกำไร ไม่น่าจะทำใจได้ที่จะลดกำไร ซึ่งปกติต้องกำหนดเป็น Target อยู่แล้ว เพียงแต่เขาคงจะต้องหาทางปรับกลยุทธ์ ว่าจะเอาอย่างไร ทำอะไรทันทีคงไม่ได้ เท่าที่รู้ (บ้าง) หลายบริษัทเริ่มไปดูตลาดที่เวียดนาม จีน และ อินเดีย และถ้าต้องจ่ายตามที่รัฐกำหนด น่าจะย้อนไปสมัยยังสาว คือวิศวก็ 8 gears และ สถาบันปิด ของรัฐเท่านั้น (ซึ่งปัจจุบันก็แย่งกันแทบตายอยู่แล้ว) อีกเรื่อง ค่าเงินเปลี่ยนฉับพลันมาก ทำให้เงินที่เก็บไว้จากหยาดเหงื่อของหลายคน (รวมตัวเองด้วย) มันดูน้อยนิดทันที จะซื้อทองก็ไม่มีกะตังค์แล้ว ขอบคุณนะคะ คุณประคัลภ์น่ารักนะคะที่จุดประกายแบบหลักการ และให้ระมัดระวังในการบริหาร ช่วยได้มากคะ

  5. ตอนนี้รัฐบาลประกาศแล้วว่า ราชการปรับเงินเดือน ป.ตรีเป็น15,000.00บาท อยากรู้ว่าในระบบบริษัทจะต้องปรับตามหรือเปล่า เพราะเขาไม่ได้บังคับให้ปรับตาม หมายถึงตามกลไกตลาดแรงงานน่ะค่ะ ถ้าปรับจริงผลตามมาคือ บ.น่าจะต้องรับ ปวส.มากขึ้น เพราะความสามารถในการทำงานก็พอๆกับ ป.ตรี งานนี้คนจบ ป.ตรี ซวยแน่ๆเลยค่ะ คิดเองว่ารัฐคงหวังผลว่าให้คนหันมาเรียน ปวช ปวส มากขึ้น เพราะได้ยินว่าจะยกเลิก กยศ และให้ทุนกู้ยืมเรียน เฉพาะบางสาขาวิชาที่ขาดตลาดเท่านั้น(ไม่รู้ว่ารัฐฯประกาศหรือยัง) คนที่จะเรียน ป.ตรีในอนาคตคงลดลง เพราะที่เรียนอยู่ตอนนี้ก็ทุน กยศ ซะเป็นส่วนใหญ่
    ต่อไปคนจนๆก้อคงจบ ม.6 แล้วมาทำงานเลย เยอะขึ้น-*- สงสารน้องๆรุ่นใหม่จังค่ะ

  6. ขอบคุณทุกความเห็นครับ ผมทำงานHRมาหลายปีแต่ผมมีความรู้ไม่มากนะครับ จึงขอแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนนะครับ
    – การเพิ่มค่าจ้างคนที่จบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 15,000.-บาทต่อเดือน ผมคิดว่าความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่จบปริญญาตรีแต่เฉพาะระยะสั้น ๆ นะครับ ในระยะยาวจะเป็นปัญหาของทุกฝ่าย เพราะไม่มีใครจ้าง ยังไม่พอสุดท้ายแล้วคนที่จบปริญญาตรีจะมากเพราะหวังว่าจบปริญญาตรีเงินเดือนเริ่มที่ 15,000บาท แต่พอจบมาจริง ๆ ไม่มีใครจ้าง ก็จะตกงานกันมากขึ้น หรือไม่ก็ต้องยอมรับสภาพคือยอมใช้วุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาตรีไปสมัครงาน หรือไม่ก็ยอมรับเงินเดือนในวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาตรี เพราะไม่มีใครจ้างคนที่จบปริญญาตรีหลอกครับ จ้างคนที่จบปวส.ดีกว่า ค่าจ้างถูกกว่า ต้นทุนต่ำกว่า ความรู้ก็ไม่ต่างกันมากและสิ่งที่พวกเราต้องยอมรับก็คือการทำงานจริง ๆ แล้ววุฒิการศึกษาช่วยได้น้อยมากแต่ประสบการณ์หรือความรู้จากการทำงานมีผลต่อการทำงานมากว่า ลองคิดดู เริ่มจ้างที่ 15,000.-บาทต่อเดือนแล้วเงินเดือนขั้นสูงสุดอยู่ที่เท่าใด ผู้ที่จบปริญญาตรีแล้วสอบบรรจุเข้ารับข้าราชการใหม่ ๆ ในระดับปฏิบัติการ เดิมเริ่มที่ 6,000กว่าบาทต่อเดือน ทีนี้ต้องเริ่มจ้างที่ 15,000.-บาทเพิ่มขึ้นกี่เท่า คิดเป็นร้อยละเท่าใด ข้าราชการบางคนรับราชการมากกว่า 18 ปี เงินเดือนที่รับในตอนนี้อย่างมากก็ 18,000.-บาทต่อเดือน เชื่อหรือไม่ว่าข้าราชการบางคนรับราชการมามากกว่า 10 ปี เงินเดือนยังไม่ถึง 15,000.-บาทเลยครับ แล้วคนที่จบปริญญาตรีสอบบรรจุได้มีอายุงาน 1 เดือน ได้รับเงินเดือนเริ่มที่ 15,000.-บาท ฟังดูแล้วก็ตลก ถ้าจะปรับให้ยุติธรรมก็คงต้องปรับทั้งระบบ ถ้าปรับทั้งระบบต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากมาย แล้วจะเอาเงินจากใหนมาจ่ายกัน ต้องยอมรับนะครับบ้านเมืองเราไม่ได้ร่ำรวย หรือระบบเศรษฐกิจไม่ได้ดีมาก ถึงขั้นต้องจ้างค่าจ้างขั้นต่ำคนที่จบปริญญาตรีที่15,000บาท ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300บาท ผมเชื่อว่าถ้าจะปรับให้ยุติธรรมโดยการปรับทั้งระบบ สุดท้ายแล้วบริษัทล้ม หรือย้ายฐานการผลิต ผู้คนในประเทศตกงาน ระบบเศรษฐกิจพัง รัฐบาลจะไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการหรือลูกจ้าง ทำไมเราไม่นำแล้วหลักพระราชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ครับ ใช้อย่างไรมีโอกาสผมจะเขียนให้ช่วยกันพิจารณานะครับเพราะเป็นหนังเรื่องยาวครับ ถ้าผมเข้าใจในส่วนใดผิดต้องขอโทษนะครับ

  7. ผมกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ลองย้อนมองดูนะครับ ถ้าบริษัท มุ่งกำไรน้อยลง แล้ว จ้าง ป.ตรี 15000 บาท ผม ว่าต่างฝ่ายต่างก็ยังอยู่ได้ ทุกวันนี้ ลูกจ้างแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวอยู่แล้วครับ ทำงาน 8 โมงเลิก 2 ทุ่ม บางที่ 4 ทุ่ม ก็ทำเพื่อ บริษัท ทุ่มเท ก็เพื่อครอบครัว ผมว่า ลูกจ้างเค้าก็เต็มที่กับบริษัทอยู่แล้วครับ สำหรับ บริษัท จ้าง ป.ตรี ปัจจุบัน 12000 บาท เพิ่มอีกสัก นิดหน่อยกับค่าครองชีพที่สูง ขึ้นเพื่อให้ ลูกจ้างอยู่รอด ผมว่า น่าจะทำได้ แบบ ไม่กระทบอะไรมากนัก เพื่อให้ลูกจ้างมีกำลังใจ ทุ่มเทต่อไป ลูกจ้างเค้าก็อยากได้ เงินเพื่อความอยู่รอดเหมือนกันครับ

  8. บริษัทปรับค่าจ้างตามรัฐบาลแล้วครับตั้งแต่วันที่25มกราคมที่ผ่านมา
    ปวส.10700บาท ป.ตรีบริหาร15000 ป.ตรีจป17000 ป.ตรีวิศวะ19000
    และปรับคนเก่าตามวุฒิและอายุงาน 1-3ปี45%, 4-6ปี50%, 7-9ปี55%, มากกว่า10ปี60%
    แล้วคำนวณตามสูตรของบริาษัทอีกที

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑