ใครควรเป็นคนขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน

พอเขียนเรื่องของการประเมินผลงานมากๆ เข้า ก็มีท่านผู้อ่านเขียนมาคุยว่า พอประเมินผลงานแล้วใครกันแน่ที่เป็นผู้ที่ขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงาน เจ้าของ ผู้จัดการระดับสูง ผู้จัดการ หัวหน้างาน หรือ ฝ่ายบุคคล กันแน่ที่ทำหน้าที่นี้

เอาว่าในทางปฏิบัติที่ผมเคยเจอมานั้น มีหมดเลยตามที่กล่าวมาข้างต้นครับ โดยสามารถแยกเป็นประเด็นๆ ดังนี้ครับ

  • บางบริษัทผูกขาดการขึ้นเงินเดือนไว้ที่เจ้าของเลยครับ ท่านจะเป็นผู้หยอดตัวเลขเงินเดือนให้กับพนักงานแต่ละคน โดยอาศัยความรู้สึก และอายุงานของพนักงานเป็นเหตุผลในการหยอด ส่วนการประเมินผลงานที่ฝ่ายบุคคลพยายามสร้างขึ้นนั้น ไม่ได้นำมาใช้เลย ถ้าเป็นแบบนี้ ผู้จัดการ และหัวหน้างาน ก็คงไม่อยากจะประเมินผลงานพนักงานหรอกนะครับ เพราะประเมินไปแล้วก็ไม่มีผลอะไรเลย เพราะรางวัลที่ได้นั้นไม่ได้ขึ้นกับผลงานเลย ขึ้นกับเจ้าของมากกว่า
  • บริษัทที่มอบหมายให้ผู้จัดการระดับสูง หรือผู้จัดการฝ่าย เป็นคนขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน ก็จะมีปัญหาที่ว่า ผู้จัดการส่วนใหญ่จะให้เงินเดือนขึ้นกับพนักงานแต่ละคนในอัตราที่เท่ากันหมด เพราะไม่รู้ว่าจะเอาเหตุผลอะไรมาบอกว่า ทำไมถึงได้เงินขึ้นที่แตกต่างกัน เหตุผลแบบนี้แปลว่า ผู้จัดการคนนั้นไม่มีความสามารถในการบริหารผลงานพนักงานเลย เขาจะอ้างว่า เพื่อความเป็นธรรมก็เลยให้ทุกคนเท่ากัน แต่ลองถามพนักงานแต่ละคนดูสิครับว่าเป็นธรรมจริงหรือ พนักงานที่เก่ง และมีผลงานดี ก็จะบอกว่าไม่เป็นธรรม ส่วนพนักงานที่มีผลงานแย่ๆ ก็จะบอกว่า เป็นธรรมที่สุด เห็นมั้ยครับ ยังไงก็ไม่เป็นธรรมอยู่ดี
  • บางบริษัทก็ให้ฝ่ายบุคคลเป็นคนหยอดเงินเดือนขึ้นให้กับพนักงานแต่ละคน โดยให้ผู้จัดการประเมินผลงานมา จากนั้นฝ่ายบุคคลก็จะนำมาเข้าโค้งปรกติ ตามสัดส่วนของผลงานในแต่ละระดับ จากนั้นก็ใส่ตัวเลขเงินเดือนขึ้นให้กับพนักงานแต่ละคนตามโควต้าที่กำหนดไว้ โดยมีงบประมาณเป็นตัวล็อคไว้อีกชั้นหนึ่ง วิธีนี้ ผมมองว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลยครับ เพราะคนที่ควรจะให้คุณให้โทษพนักงานในเรื่องของผลงานได้อย่างดีที่สุดก็คือ หัวหน้างาน หรือผู้จัดการที่ดูแลพนักงานคนนั้นเอง เขาทำหน้าที่ในการประเมินผลงานแล้ว ก็ควรจะทำหน้าที่ในการขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานของตนเองด้วย

วิธีในการขึ้นเงินเดือนที่ถูกต้องน่าจะเป็นดังนี้ครับ

  • หัวหน้างาน หรือผู้จัดการทำหน้าที่ในการประเมินผลงานพนักงาน
  • ฝ่ายบุคคลทำหน้าที่ในการนำเสนองบประมาณที่จะใช้ในการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี ซึ่งก็ต้องไปพิจารณาและหาข้อมูลในเรื่องนี้จากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ภาวะเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความสามารถในการจ่ายของบริษัทเอง ฯลฯ
  • ฝ่ายบุคคลสร้างตารางในการขึ้นเงินเดือนที่เป็นมาตรฐาน ก็คือ ใครได้ผลงาน A ก็ขึ้นอัตราที่เท่ากันทุกฝ่าย ใครได้ B ก็ขึ้นเท่ากันทุกฝ่าย ฯลฯ เพื่อกำหนดมาตรฐานในการปรับเงินเดือนขึ้นให้อยู่ในเกณฑ์เดียวกันทั้งบริษัท ไม่ใช่ให้ต่างฝ่ายต่างกำหนดกันเอง จากนั้นก็ส่งตารางการขึ้นเงินเดือนนี้ พร้อมกับงบประมาณของแต่ละฝ่ายให้กับผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ในบริษัท
  • ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ก็จะทำหน้าที่ในการขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงาน โดยให้อยู่ในงบประมาณที่กำหนด และขึ้นตามเกณฑ์กลางที่ฝ่ายบุคคลกำหนดไว้ให้เหมือนกันทั้งองค์กร ดังนั้นด้วยวิธีนี้ ผู้จัดการฝ่ายที่ทำหน้าที่ในการประเมินผลงานลูกน้อง ก็จะทำหน้าที่ในการให้รางวัลไปด้วย และจะยังสามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงให้พนักงานคนนั้นมากกว่า หรือน้อยกว่า โดยอาศัยผลงานของพนักงานที่ได้มาเป็นเหตุผลนั่นเองครับ

ด้วยวิธีนี้บริษัทเองก็จะสามารถควบคุมงบประมาณในการขึ้นเงินเดือนได้ และยังสามารถทำให้ผู้จัดการทุกคนบริหารผลงานของลูกน้องตนเอง และให้คุณให้โทษพนักงานของตนเองได้ตามอำนาจหน้าที่

6 ความคิดเกี่ยวกับ "ใครควรเป็นคนขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน"

Add yours

  1. เรียน อาจารย์ประคัลภ์ ที่นับถือ,

    อาจารย์ฯ ครับ เรื่องการเขียนบทความต่างๆ อาจารย์ฯมีวิธีการอย่างไร มีผลงานออกทุกวัน? อาจารย์ฯ พล๊อทเรื่องไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าครับ? แล้วเอาวัตถุดิบอะไรมาเขียนเล่าให้ผู้อ่านได้เรื่อยๆ และน่าอ่าน น่าติดตามเสมอ ผมเสนอว่า…เอาไปออกเป็น Pocket Book ได้เลยครับ ผมคนหนึ่งล่ะที่จะหาซื่อมาอ่านครับ

    เรื่องล่าสุด ใครควรขึ้นเงินเดือนพนักงาน ที่บริษัทฯ เจอข้อแรกครับ (MD ชาวเกาหลีประเมินเอง นั่งง่วนทั้งวัน) เล่นเอาพนักงานแกว่งไปหมด เพราะผู้จัดการประเมินมา คนได้ A ขึ้นตังค์นิดเดียว ส่วนคนที่ได้ C ขึ้นมากมายทีเดียว

    สำหรับการประเมินโดยหัวหน้างาน / ผู้จัดการ แล้วให้ทั้ง 2 คนนี้ขึ้นเงินเดือนด้วย ประสบการณ์ที่ผมเจอมาด้วยตนเองคือ การปล่อยเกรดครับ พนักงานที่เจอหัวหน้า / ผู้จัดการเข้ม ก็เหมือนโดน “กด” (พวกเน้นผลลัพธ์) ส่วนพนักงานที่เจอหัวหน้า / ผู้จัดการที่สไตล์เน้นความสัมพันธ์กับพนักงาน ก็ได้เฮครับ ส่วนนี้..ขอคำแนะนำจากอาจารย์ฯเพิ่มเติมครับ ว่า…จะทำอย่างไรให้สมดุลที่สุด

    ด้วยความเคารพและนับถือ
    กำพลสิริ

    1. เรียนคุณกำพลสิริ

      ผมมีแผนในการรวมเล่มครับ ไว้จะแจ้งให้ทราบนะครับถ้าวางตลาดเมื่อไหร่ ผมเองให้สัญญากับตัวเองว่าจะต้องเขียนให้ได้ทุกวันในวันทำงาน จะหยุดเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ เท่านั้นครับ ก็พยายามมองหาแหล่งข้อมูล และเวลาไปพบลูกค้าถ้าผมเห็นประเด็นอะไรที่น่าสนใจผมก็จะนำมาเล่าให้ฟังครับ

      จริงๆ ก็เป็นการพัฒนาตัวเองไปด้วยทางหนึ่งครับ ก็ขอขอบพระคุณมากที่ติดตามนะครับ

      ส่วนประเด็นผู้บริหารเกาหลี อาจจะต้องให้ท่านมานั่งทำความเข้าใจระบบการประเมินผลงาน และการให้รางวัลอย่างชัดเจนก่อน จะได้ไม่ทำให้ระบบแกว่งไปหมด

      ส่วนการให้ผู้จัดการประเมิน และให้รางวัลด้วยนั้น สิ่งที่จะต้องทำให้ได้ก็คือ ฝ่ายบุคคลจะต้องกำหนดงบประมาณของแต่ละฝ่าย และตารางการขึ้นเงินเดือนที่เป็นมาตรฐานให้ใช้ทั้งบริษัทครับ ดังนั้นถ้าผู้จัดการจะประเมินลูกน้องตัวเอง A หมด ก็จะไม่สามารถให้รางวัลแบบ A ได้ทั้งหมด เพราะว่างบประมาณไม่พอครับ และถ้าเขาหารเท่ากันหมด ก็แปลว่าพนักงานแต่ละคนได้ขึ้นเงินเดือนไม่ใช่ A ตามตารางที่กำหนดครับ เพราะงบมีจำกัดอีกเช่นกัน

      เช่นฝ่าย ก มีพนักงานอยู่ 20 คน มีเงินเดือนรวมทั้ง 20 คนอยู่ที่ 500,000 บาทต่อไป (สมมติ) ถ้าบริษัทกำหนดอัตราการขึ้นเงินเดือนไว้ที่ 5% ดังนั้นฝ่าย ก จะมีงบประมาณการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 25,000 บาท ดังนั้นเขาจะต้องขึ้นเงินเดือนให้พนักงานรวมแล้วไม่เกิน 25,000 บาท

      จากนั้นฝ่ายบุคคลต้องสร้างตารางการขึ้นเงินเดือน เช่น A=9% B=7% C=5% D=3% E=0% (สมมติอีกเช่นกันนะครับ) ตารางนี้จะใช้ทุกฝ่ายนะครับ ขึ้นเงินเดือนในอัตราเดียวกันในแต่ละระดับผลงาน เพียงแต่แต่ละฝ่ายจะได้รับงบประมาณที่ไม่เท่ากันไปครับ

      ดังนั้นถ้าเขาจะหารเท่ากันหมด แบบ A งบประมาณก็จะไม่พอครับ เงินที่ขึ้นก็จะได้เท่ากับ C ครับ

      ระบบนี้ก็น่าจะช่วยทำให้ผูัจัดการต้องสร้างความเป็นธรรมในการประเมินและการให้รางวัลโดยอัตโนมัติครับ

      ก็เลยเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้จัดการต้องให้รางวัลอย่างเป็นธรรม เพราะมิฉะนั้นแล้ว เขาจะตอบคำถามพนักงานไม่ได้เลย และจากนั้นก็จะซื้อใจพนักงานไม่ได้ ซึ่งถ้าเขาอยากได้ใจพนักงาน เขาก็ต้องพัฒนาเรื่องของความเป็นธรรมในเรื่องของการประเมินผลงานและการให้รางวัลอย่างเป็นธรรมครับ

  2. เรียน อาจารย์ประคัลภ์ ที่นับถือ,

    ก็เป็นศิษย์บทความของอาจารย์มาโดยตลอด และนำมาใช้ประโยชน์ในงานได้จริง ๆ ขอปรึกษาอาจารย์ เรืองโครงสร้างของแต่ละหน่วยงาน ว่าต้องใช้กำลังคนเท่าไร ใครเป็นคนกำหนดค่ะ ที่บริษัทฯ เจอปัญหาว่า แผนกตลาดคนไม่พอ แต่เวลางานก็ทำงานกันไม่เต็มที่ 8.30 น. เวลาเริ่มงานก็ไปนั่งทานข้าวเช้า 9.00 น.เริ่มทำงาน ในเวลางานก็เล่น fb, 17.30 น. เลิกงานเก็บกระเป๋ากลับบ้านงานเสร็จไม่เสร็จทำต่อพรุ่งนี้ เป็นต้น
    ซึ่งอีกหน่วยงานหนึ่งมาทำงานเช้า ตรงเวลา เลิกงาน 19.00 หรือ 20.00 น. เพราะงานไม่เสร็จ

    เหตุการณ์อย่างนี้ ฝ่ายบุคคลทำอย่างไร ค่ะ
    ขอแสดงความนับถือ

    1. เรียนคุณ Supanee จากคำถามที่สอบถามมานั้น ผมว่าสาเหตุของปัญหาไม่ได้อยู่ที่อัตรากำลังไม่พอหรอกนะครับ น่าจะมาจากความมีวินัยในการทำงาน และความใส่ใจในการทำงานของพนักงานมากกว่า เพราะถ้าเราหาอัตรากำลังมาเพิ่ม แต่พฤติกรรมการทำงานยังเป็นแบบนี้อยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราก็ยังไม่พออยู่ดีครับ หรืออาจจะพอ แต่พนักงานแต่ละคนก็จะทำงานกันไม่คุ้มให้สิ่งที่บริษัทจ่ายไป

      ดังนั้นวิธีแก้ไขปัญหาน่าจะเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงาน ซึ่งเราอาจจะใช้เป้าหมายที่ชัดเจนว่า จะต้องทำอะไรให้สำเร็จ แล้วดูว่าเขาทำงานได้สำเร็จจริงๆ ตามเป้าสักแค่ไหน กรณีนี้ก็คือเราไม่สนใจว่าเขาจะทำพฤติกรรอย่างไรนะครับ ขอเพียงว่าผลงานจะต้องได้ตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้เท่านั้น แต่ถ้าไม่ชอบวิธีนี้เราก็ต้องใช้เรื่องของระเบียบวินัยเข้ามาบริหารจัดการมากขึ้นครับ ในบางครั้งอาจจะต้องให้ฝ่าย IT ปิดการเชื่อมต่อบางเว็บไซต์ก็มีนะครับ

      หัวหน้างานก็มีส่วนในการช่วยทำให้พฤติกรรมเหล่านี้หมดไปนะครับ ก็คือต้องใส่ใจ และสร้างพฤติกรรมในการเน้นผลงานมากขึ้น นอกเวลาจะทำอะไรไม่ว่า แต่ในเวลางานจะต้องทำงานอย่างเต็มที่ บริษัทอาจจะนำเอาระบบประเมินผลงานเข้ามาใช้โดยให้พฤติกรรมเหล่านี้เข้าไปอยูในการประเมินผลงานด้วยครับ

      ต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนนะครับ บริษัทผมเองก็เคยเป็นแบบนี้ แต่เมื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของหัวหน้าและผู้จัดการได้ พนักงานก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เพราะรู้ว่าถ้าทำแบบนั้นผลงานปลายปีออกมาไม่ดีแน่นอนครับ

  3. เรียนอ.ประคัลภ์

    เพิ่งเข้ามาอ่านบทความวันนี้ ได้ประโยชน์มากๆ เลยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณ อ.
    และขออนุญาตติดตามต่อเนื่องนะคะ

    ครูใหม่
    ร.ร.ทอสี โรงเรียนวิถีพุทธ

ส่งความเห็นที่ Supanee ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑