คำขวัญวันเด็ก กับ Competency ของประเทศ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันเด็ก เหล่าบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเด็ก ก็คงมีการพาเด็กๆ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในวันเด็กที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และทุกปีอีกเช่นกันที่นายกรัฐมนตรีของไทยทุกคนตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นต้นมาที่จะต้องให้คำขวัญวันเด็กปีละ 1 คำขวัญมาตลอด ซึ่งคำขวัญวันเด็กในปีนี้ก็คือ “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ

ผมได้ลอง search หาคำขวัญวันเด็กตั้งแต่คำขวัญแรก จนกระทั่งถึงคำขวัญล่าสุด ก็มีอยู่หลากหลายมากมาย สั้นบ้าง ยาวบ้าง แตกต่างกันออกไปในแต่ละปี แต่พอผมได้อ่านจนครบ ผมมีความรู้สึกว่าคำขวัญวันเด็กทั้งหลายนั้นมีขึ้นเป็นพิธีเท่านั้น ไม่เห็นจะมีวิธีการที่จะพัฒนาเด็กให้เป็นไปแบบคำขวัญที่ว่าไว้เลย

เด็กๆ ก็ทำหน้าที่ท่องจำคำขวัญ โดยที่อาจจะรู้ หรือไม่รู้ว่า ความหมายที่แท้จริงนั้นคืออะไร และตนเองจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นไปดั่งคำขวัญวันเด็กนั้นๆ

ผมเองก็ลองคิดดูเล่นๆ ว่าในแต่ละบริษัทที่เราทำงานกันอยู่นั้นต่างก็พยายามหาจุดที่เรียกว่า Core Competency แล้วก็หาทางพัฒนาพนักงานทุกคนให้มี competency ดังกล่าว เพราะจะช่วยทำให้บริษัทไปสู่วิสัยทัศน์ และพันธกิจได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นเครื่องมือในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้อีกด้วย แล้วทำไมประเทศจึงไม่มีการกำหนด Core Competency ของประเทศไทยกันซะเลยล่ะครับ เพื่อที่จะสร้างพฤติกรรมหลักของคนไทยให้มีจุดเด่น และเป็นไปในแนวทางเดียวกันโดยเริ่มจากการพัฒนาเด็กไทยให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี

ดังนั้นคำขวัญวันเด็กก็อาจจะมีเพียงอันเดียวก็พอ แต่ทุกปีก็จะมาย้ำคำขวัญนี้กันตลอดว่านี่คือคุณสมบัติของเด็กไทยจริงๆ และคำขวัญนี้ก็น่าจะมาจากวิสัยทัศน์ของประเทศเช่นกัน ประเทศไทยจะมีหน้าตาอย่างไรในอนาคต และด้วยหน้าตาแบบนั้น คนไทยเราจะต้องเป็นอย่างไร มีพฤติกรรมหลักอะไรบ้างที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร (เป็นพฤติกรรมที่ดีนะครับ) เนื่องจากคำขวัญในแต่ละปีที่แตกต่างกันออกไป ผมนั่งคิดในฐานะว่าถ้าตัวเองเป็นเด็กๆ จะรู้สึกอย่างไรกับคำขวัญที่เปลี่ยนไปทุกปี ก็นั่งตอบตัวเองว่า คงจะงงกับคำขวัญวันเด็กที่มีความหลากหลายมากมายครับ เพราะไม่รู้ว่า จะให้เด็กไทยเป็นอย่างไรกันแน่ บางปีก็บอกว่าจะให้ “ขยัน ซื่อสัตย์มีวินัย” แต่ยังไม่ทันที่จะสร้างความซื่อสัตย์และมีวินัยให้กับเด็ก ก็เข้าสู่อีกปีหนึ่งซึ่งมีคำขวัญใหม่มาอีก คราวนี้บอกว่า “มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด” ปีถัดไปก็เปลี่ยนคำขวัญไปเรื่อยๆ

ในความเห็นของผม ผมกลับมองว่า คำขวัญวันเด็กเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้มันสามารถนำมาใช้เป็นพื้นฐานการพัฒนาเด็กๆ ของไทยในปัจจุบันได้อย่างจริงจัง และอย่างได้ผล จนทำให้ประเทศไทยมีเอกลักษณ์ มีพฤติกรรมของคนไทยที่ชัดเจน และเป็นพฤติกรรมที่ส่งเสริมให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างดี

ตัวอย่างเช่นถ้าเราใช้คำขวัญวันเด็กแบบถาวรว่า “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” สิ่งที่ทุกสถาบันการศึกษาจะต้องทำต่อก็คือ นำเอาคำขวัญนี้มาออกแบบหลักสูตรสำหรับการเรียนการสอนด้วย ออกแบบวิธีการสร้างเด็กไทยให้มีความรอบคอบได้อย่างไร มีการรู้คิดได้อย่างไร และให้มีจิตสาธารณะได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งสำคัญกว่าการที่ไปคิดหาคำขวัญวันเด็กใหม่ๆ กันทุกปี

เอาแค่คำว่ามีจิตสาธารณะคำเดียวก็พอ ผมไปถามหลานผมเองว่ารู้มั้ยว่าแปลว่าอะไร หลานนั่งยิ้ม และตอบว่า “ไม่รู้ค่ะ” แต่ท่องได้เพราะครูสั่งให้ท่อง ใครจำไม่ได้ครูจะลงโทษ ก็เป็นซะแบบนี้แหละครับ

ผมขอลองสมมุติเรื่องราวดังนี้นะครับว่า

  • เด็กไทยสมัยนี้ขึ้นรถไฟฟ้าปุ๊ปก็ยืนมันตรงประตู โดยยืนขวางทางเข้าออกของประตูรถไฟฟ้า และไม่สนใจว่าใครจะเข้าหรือใครจะออก ใครจะออกก็มุดกันออกไปเอง
  • เด็กไทยสมัยนี้ไม่เคยเข้าคิวอะไรเลย พอเห็นช่องเห็นจังหวะที่ดี ก็แซงคิวที่คนอื่นยืนต่อกันมา
  • เด็กไทยสมัยนี้เห็นคนแก่ขึ้นรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ก็นั่งคุยกันโดยไม่สนใจว่าจะลุกให้นั่งหรือไม่
  • เด็กไทยสมัยนี้เล่น BB กันจนไม่สนใจว่าจะมีน้ำใจไมตรีให้แก่กันในต่อหน้าแล้ว สนใจแต่คนที่อยู่ในเครื่อง BB มากกว่า

เรื่องราวดังกล่าวนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ มันก็คือส่วนหนึ่งของเรื่อง จิตสาธารณะ นี่เอง ถ้าเราสามารถพัฒนาเด็กให้มีคำว่า จิตสาธารณะได้จริงๆ เหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นในบ้านเรา

ความเห็นผมก็คือคำขวัญวันเด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทุกปีหรอกครับ นานๆ เปลี่ยนทีก็ได้  แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือการสร้างเด็กไทยให้เป็นแบบคำขวัญที่เขียนขึ้นมา ไม่ใช่แค่ปล่อยให้เด็กท่องกันไปปาวๆ แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอถึงปีก็เปลี่ยนใหม่ อันเดิมที่เคยมีก็ทิ้งไปเลย แล้วแบบนี้จะพัฒนากันอย่างไรให้ต่อเนื่องได้ล่ะครับ

บทความนี้เป็นแค่เพียงความคิดเห็นของผมเพียงคนเดียวเท่านั้นนะครับ ที่นั่งว่างๆ ดูหลานๆ ท่องคำขวัญวันเด็กแล้วก็เกิดความคิดฟุ้งซ่านไปเอง จนทนไม่ได้ต้องบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือให้อ่านครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

2 ความคิดเกี่ยวกับ "คำขวัญวันเด็ก กับ Competency ของประเทศ"

Add yours

  1. ให้ข้อคิดที่ดีมากเลย ครับ สามารถนำมาใช้ในการบริหารงานของเราได้ด้วย
    ผมว่าอาจมีหลายๆคนก็ มีความสงสัยว่า มีแล้วเอามาทำอะไร นอกจากที่ให้เด็กท่องแล้วได้รางวัล

    มันคงเป็น ค่านิยม ที่ปีไหนไม่มี ก็แสดงว่าปีนั้น ไม่ปกติไปแล้ว ( คนนำเกมส์ บนเวทีวันเด็ก ก็จะขาดไปอีกมุขหนึ่ง )

    สรุปว่า ผมอีกคนที่เห็นด้วยกับความเห็นของอาจารย์ ครับ

  2. คำขวัญในปีนี้ผมเห็นว่าน่าจะนำมาใช้กับผู้ใหญ่ก็น่าจะได้นะเพราะเห็นด้วยกับคุณประกรณ์ว่าเพียงให้เด็กท่องแล้วยังไม่มีรู้ว่าท่องเพื่ออะไร ท่องเพื่อไม่ให้ถุกครูทำโทษ ท่องเพื่อรับรางวัล ฯลฯ ก็จบละในปีหนึ่ง ๆ ปีหน้าก็ว่ากันใหม่ เอาอย่างนี้ดีกว่าไม๊ครับ ให้คำขวัญมาพร้อมคำจำกัดความแล้วนำมาปฏิบัติ หรือนำมาเป็นวิสัยทัศน์ของบ้านเราเองก็ดีนะ

ส่งความเห็นที่ วีระ ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑