การขยับเงินเดือนขึ้นของภาคราชการ

ท่านผู้อ่านคงจะได้ข่าวเรื่องของการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการในปีที่จะถึงนี้กันมาบ้างนะครับ ที่ท่านนายกบอกว่าจะมีการปรับอยู่ที่เฉลี่ยคือ 5% และนอกจากนั้นยังจะมีการปรับอัตราแรกจ้างของข้าราชการใหม่ให้สูงขึ้น ผมได้ลอกเอาข่าวด่วนของ the nation มาให้อ่านกันตามรายละเอียดข้างล่างนี้ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ถึงการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันยังมีการอนุมัติปรับค่าตอบแทนของข้าราชการให้มีความใกล้เคียงกับ ภาคเอกชนมากขึ้น ตั้งแต่การบรรจุเข้ารับราชการสำหรับผู้ที่จบการศึกษาใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ ระบบราชการ ซึ่งพบว่า ปัจจุบันพบช่องว่างเงินเดือนของคนที่จบการศึกษาใหม่ในภาคราชการยังต่ำกว่า ภาคเอกชนค่อนข้างมาก ซึ่งรัฐบาลจะพยายามลดช่องว่างดังกล่าวให้มีความเท่าเทียมกันภายใน 5 ปี เริ่มจากอนุมัติปรับเงินเดือนแรกเข้าราชการให้อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท รวมถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นของเงินเดือนให้เป็นระบบช่วง โดยใช้ปัจจัยการความรู้ ความสามารถ โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลน รวมถึงคะแนนสอบ มาเป็นตัวกำหนดการเพิ่มเงินจากเงินเดือนขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึงดูดคนที่มีความสามารถสนใจเข้ามารับราชการมากขึ้น เนื่องจากมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยหลังจากที่มีการปรับเงินเดือนแรกเข้ารับราชการแล้ว จะมีการพิจารณาปรับเงินเดือนข้าราชการในระดับอื่นๆ ต่อไป

ที่มา: เนชั่นทันข่าว 22 สค. 2553 10:19 น.

เป้าหมายของการปรับเงินเดือนข้าราชการก็คือ การขยับอัตราเงินเดือนให้ทัดเทียมกับภาคเอกชน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องของการรับข้าราชการใหม่ๆ เข้าสู่ระบบราชการ กล่าวคือ อัตราแรกจ้างของระดับปริญญาตรีในระบบราชการนั้นยังมีอัตราที่ต่ำกว่าในภาคเอกชนค่อนข้างมาก ทำให้การที่จะดึงดูดคนเก่งๆ และมีคุณภาพเข้าสู่ระบบราชการนั้นทำได้ยากมาก

ถ้าหากระบบราชการมีการปรับอัตราเริ่มจ้างดังที่ท่านนายกได้กล่าวไว้ข้างต้น ผลที่น่าจะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ภาคเอกชนหลายๆ แห่งอาจจะต้องมีการปรับตัวในเรื่องของค่าตอบแทนกันมากขึ้น เพราะอัตราเป้าหมายที่ท่านนายกได้กล่าวไว้ก็คือ 12,000 บาท แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสาขาวิชาใด แต่อัตรานี้ยังไงก็มีผลต่ออัตราแรกจ้างของภาคเอกชนแน่นอนครับ

ในภาคเอกชนถ้าดูตัวเลขจากผลการสำรวจค่าจ้างในปีที่ผ่านมา อัตราเริ่มจ้างสำหรับวุฒิปริญญาตรีสาขาสังคมศาสตร์ทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 11,000 บาท (ในองค์กรขนาดกลาง) เมื่อไหร่ที่ราชการขยับได้ถึง 12,000 ผมคิดว่าน่าจะมีผลต่อการรับคนของภาคเอกชนเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ภาคเอกชนจะต้องดำเนินการก็คือ การขยับอัตราแรกจ้างดังกล่าวขึ้นมาให้สูงขึ้น หรือไม่ก็เท่ากับอัตราของทางราชการที่กำหนดไว้

แม้ว่าองค์กรขนาดใหญ่จะมีกำลัง และมีความสามารถในการจ่ายในอัตราที่สูงกว่า 12,000 บาท แต่การที่ราชการขยับตัวเลขอัตราเงินเดือนสูงขึ้นได้ขนาดนี้ ย่อมต้องส่งผลกระทบในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของภาคเอกชนอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของความมั่นคงในระบบราชการนั้น มีความมั่นคงยิ่งกว่าภาคเอกชนโดยทั่วไปมาก จุดนี้เองที่อาจจะเป็นตัวดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบราชการมากขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะเราจะได้มีระบบราชการที่มีคนที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติ และคุ้มกับภาษีที่เราเสียไปให้ไปเป็นเงินเดือนของข้าราชการ

3 ความคิดเกี่ยวกับ "การขยับเงินเดือนขึ้นของภาคราชการ"

Add yours

  1. เกรงว่าจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดนะครับ…ตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย จ่ายเงินค่าครองชีพ เพื่อเกื้อหนุนประชาชนยากจน กลายเป็นว่าคนเลยไม่จนใจที่จะพัฒนาตนเอง เพราะมองว่ามีรัฐช่วยอยู่แล้ว การที่ภาครัฐปรับเงินเพื่อจูงใจให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อดึงสมองให้ไหลกลับเข้าภาครัฐ ในขณะที่ไม่ได้ออกแบบระบบให้เอื้อประโยชน์ หรือรองรับคนรุ่นใหม่..จะกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่..จะไม่คิดที่จะสร้างระบบใหม่…หรืออาจจะอยากสร้างแต่ว่าติดระบบ อาวุโส…ระบบ…จะยิ่งทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้นนะครับ…อีกประการหนึ่ง…เอกชนปรับตัวเร็วอยู่แล้ว…รับรองแรงงานต่างชาติเพียบแน่นอน…ครับ…(อาจจะสวมหมวกดำไปนิดหนึ่งนะครับ..)

  2. เกรงว่าจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดนะครับ…ตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย จ่ายเงินค่าครองชีพ เพื่อเกื้อหนุนประชาชนยากจน กลายเป็นว่าคนเลยไม่สนใจที่จะพัฒนาตนเอง เพราะมองว่ามีรัฐช่วยอยู่แล้ว การที่ภาครัฐปรับเงินเพื่อจูงใจให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อดึงสมองให้ไหลกลับเข้าภาครัฐ ในขณะที่ไม่ได้ออกแบบระบบให้เอื้อประโยชน์ หรือรองรับคนรุ่นใหม่..จะกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่..จะไม่คิดที่จะสร้างระบบใหม่…หรืออาจจะอยากสร้างแต่ว่าติดระบบ อาวุโส…ระบบ…จะยิ่งทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้นนะครับ…อีกประการหนึ่ง…เอกชนปรับตัวเร็วอยู่แล้ว…รับรองแรงงานต่างชาติเพียบแน่นอน…ครับ…(อาจจะสวมหมวกดำไปนิดหนึ่งนะครับ..)

    1. เห็นด้วยนะครับ การปรับค่าจ้างเงินเดือนแล้ว ก็ต้องมีการปรับปรุงระบบในการบริหารบุคคลให้ดีขึ้นด้วยครับ อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ถ้าไม่ทำเลย ก็ไม่ดีครับ แต่ที่คุณคนึงเขียนมานั้นก็เป็นความเห็นที่ดีนะครับ
      ขอบคุณครับ

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑