เลือกคนทำงานต้องคิดให้นาน จะเอาคนออกต้องทำให้เร็ว

วันนี้ขอย้อนกลับมาสู่กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นกระบวนการแรกๆ ในการหาพนักงานเข้าทำงานกับบริษัทเลย ซึ่งก็คือ กระบวนการในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานนั่นเอง กระบวนการนี้ดูเหมือนกับไม่ยากอะไร ก็แค่ไปหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติพร้อม และตรงกับที่กำหนดไว้ แล้วก็เข้าสู่กระบวนการในการคัดเลือก เพื่อให้ได้พนักงานที่ดี และเหมาะสมที่สุด

ในความเห็นผมนี่เป็นด่านแรกที่สำคัญมากทีเดียว เพราะถ้าเราได้คนที่ดี และเหมาะสม เราก็จะได้คนดี และพัฒนาบริษัทไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเราได้คนที่ไม่เหมาะเข้ามา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ปัญหาในการทำงานแบบไม่รู้จบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องผลงาน ปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติของพนักงาน และยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเป็นปัญหาเรื่องของการสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในการทำงานได้อีกด้วย นี่แค่จากพนักงานที่ไม่เหมาะสมเพียงคนเดียวเท่านั้น

ดังนั้นในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานกับบริษัทนั้น จะต้องทำด้วยความรอบคอบ คิดให้ดี คิดให้นาน วางแผนให้ดี ไม่ใช่หาเร็วๆ เพราะว่าเกิดความขาดแคลนแรงงาน ผมได้เคยประสบกับบริษัทลูกค้าผมแห่งหนึ่ง เขาเพิ่งจะเปิดโรงงานใหม่ และเนื่องจากการขาดแคลนคนทำงาน ก็เลยรีบๆ รับคน โดยที่ไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน เนื่องจากการขาดการวางแผนเรื่องกำลังคนที่ดีตั้งแต่แรก ผลก็คือ คนที่รับเข้ามานั้น เป็นพนักงานที่สร้างปัญหาให้กับองค์กรมากมาย ผลงานไม่เกิด งานไม่เดิน วันๆ เอาแต่เรียกร้องสิ่งต่างๆ กับบริษัท และยังสร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานอีกด้วย สืบไปสืบมา บรรดาหัวโจกพนักงานที่รับเข้ามานั้น เป็นกลุ่มพนักงานที่ได้รับ Black List มาจากโรงงานแถวๆ นั้น โดยที่บริษัทนี้ไม่รู้เรื่องใดๆ เลย

ผลก็คือผลงานในช่วงปีนั้น ไม่เกิดอะไรดีขึ้นเลย แถมยังมีแต่ปัญหาที่ต้องตามแก้ไม่รู้จบ สาเหตุแค่เพียงการรีบรับคนเข้าทำงานอย่างเร่งด่วน โดยไม่พิจารณาให้ดีเสียก่อน

เมื่อบริษัททราบถึงสาเหตุแล้ว ก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับพนักงานกลุ่มนี้ จริงๆ มติก็ออกมาแล้วว่า จะต้องเลิกจ้าง โดยจ่ายทุกอย่างให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่เชื่อมั้ยครับว่า ผู้บริหารก็ยังลังเล กลัว และบอกว่าลองให้โอกาสเขาหน่อยจะดีมั้ย ระหว่างเวลาที่ลังเลนั้น ปัญหามันก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความลับมันไม่มีในโลกอยู่แล้ว ยิ่งพอกลุ่มพนักงานทราบเรื่องขึ้นมา ก็มีคำขู่สารพัด มีบัตรสนเท่ห์มากมาย ปัญหายิ่งปานปลายกันไปใหญ่

นี่คือผลของการลังเลในการที่จะเอาพนักงานที่มีปัญหาออกจากบริษัท

ผมได้มีโอกาสไปบริษัทลูกค้าอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งพอได้คุยกับผู้บริหารของเขาในเรื่องของการบริหารคนแล้ว เขาบอกคำแรกเลยว่า เขาจะให้เวลากับการพิจารณาสรรหาคัดเลือกคนอย่างถี่ถ้วนที่สุด ดูแล้วดูอีก ทดสอบแล้วทดสอบอีก เพื่อให้แน่ใจว่าคนที่จะรับมานั้นเป็นคนที่เหมาะกับบริษัท

แต่เมื่อไรที่ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องมีการเลิกจ้างพนักงานที่มีปัญหา เขาจะฟังธงทันที และจะให้ค่าชดเชยต่างๆ ที่เหนือกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มากทีเดียว เขาให้เหตุผลว่า ยังไงก็คุ้ม เพราะการรักษาคนที่มีปัญหานี้ไว้ รังแต่จะสร้างปัญหาระยะยาวให้กับบริษัทมากมาย

ดังนั้นคำพูดที่ว่า หาคนต้องมองนานๆ การจะเอาคนออกให้ทำให้เร็ว นี่ก็น่าจะใช้ได้นะครับ

7 ความคิดเกี่ยวกับ "เลือกคนทำงานต้องคิดให้นาน จะเอาคนออกต้องทำให้เร็ว"

Add yours

  1. 1. ไม่ทราบว่ามีวิธีอย่างไรในการหาคนที่ถูกต้องละค่ะ เพราะหลายๆครั้งตอนที่สัมภาษณ์เข้ามาก็ดูไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเข้ามาสักพักก็จะพบว่าไม่ได้ตั้งใจทำงานจริงๆอย่างที่คุยกันไว้

    2. ดิฉันพบว่าปัญหาบางครั้งมักจะมาจากพนักงานเก่ามากกว่าพนักงานใหม่คะ เพราะส่วนมากคนเข้ามาใหม่จะค่อนข้างเปิด แต่พอมาเจอกับพนักงานเก่าๆที่ให้ข้อมูลด้านลบก็จะปรับตัวเองไปในทางที่แย่ลง

    3. ปัญหากับพนักงานเก่าดูเหมือนจะยากที่จะแก้ไขเพราะเป็นคนที่มีประสบการณ์ บริษัทจึงไม่อยากจะให้ออกไป แต่การแก้วัฒนธรรมเดิมๆดูเหมือนยากมาก

    4. ผู้บริหารก็มีส่วนสำคัณในการตัดสินใจนะคะ พนักงานบางคนไม่มีความเคารพในหัวหน้างาน หรือผู้ที่ร่วมงานด้วยกัน แต่ผู้บริหารก็ปล่อยปละละเลย เพราะเห็นว่าพนักงานบางคนเป็นคนที่นำรายได้เข้าบริษัท จะมีทางไหนที่ทำให้ผู้บริหารเข้าใจถึงผลกระทบของการปล่อยให้พนักงานไม่เคารพผู้อื่นแบบนี้ค่ะ

    1. ถ้าเป็นที่คนเก่าของเราที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่ดี เรายิ่งต้องเปลี่ยนเลย วิธีการก็มีแบบจากเบาไปหาหนักครับ ก็เริ่มจากการค่อยๆ พัฒนา competency ของพนักงานให้สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรครับ วิธีนี้ผู้บริหารจะต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และหนักมากครับ หรือถ้าจะเปลี่ยนให้เร็วก็คือ ใช้จังหวะของเศรษฐกิจตก แล้วที่จะต้องเลิกจ้างพนักงาน ก็เลือกเอาพนักงานที่มีทัศนคติที่ไม่ดีออกไปก่อนเลยครับ แต่อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลา และความอดทนมากมายครับ

      1. ใช่ค่ะ ในเรื่องของ Competency นั้นสำคัญมากค่ะในการทำงาน
        การที่เราทำงานในบางครั้งยังเคยคิดเลยค่ะว่า บริษัท หรือ องค์กรน่าจะมีการอบรมและพัฒนา Competency ของพนักงานให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่านี้เพื่อความเจริญก้าวหน้าขององค์กรด้วยค่ะ

  2. สิ่งเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยกฎระเบียบที่ดี (ข้อกำหนดที่อ้างอิงถึงผลตอบแทน) และผู้บริหารต้องกล้าได้กล้าเสีย บนพื้นฐานของความถูกต้องอย่างมีคุณธรรม

ส่งความเห็นที่ bsframe ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑