เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับคำถามสองข้อที่ผมให้ไว้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้รับทั้งอีเมล์ ทั้ง Comment ว่าชอบ และอยากได้คำตอบ เพื่อดูว่าตนเองคิดถูกต้องหรือไม่ ซึ่งแสดงว่าทุกท่านพยายามที่จะคิดให้ออก นี่คือสิ่งที่สำคัญมากครับ และเป็นพื้นฐานสำหรับการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อีกด้วย
จริงๆ แล้วเป้าหมายของการคิดก็คือ การที่ไม่ต้องคิด อย่างที่ผมเคยได้บอกไว้แล้ว สมองเราจะพยายามหา pattern ที่เราเคยพบประสบมา แล้วก็คิดอยู่ในกรอบที่เราเคยคิดอยู่ตามปกติ แต่คำถามที่ผมให้มานั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องคิดใหม่ ต้องพยายามหาคำตอบ และนี่ก็คือวิธีการฝึกสมองทางหนึ่งนะครับ
สมองของคนเราได้ลองได้ฝึกแล้วล่ะก็ มันจะดีขึ้นทุกวัน คนที่มีสมองดีอยู่แล้วแต่ไม่ยอมฝึกสมองในการคิด ก็จะคิดช้ากว่าคนที่สมองไม่ค่อยดี แต่ฝึกคิดอยู่ทุกวัน ถ้าท่านอยากมีสมองที่เฉียบคม และคิดไว ก็จำเป็นที่จะต้องฝึกใช้สมอง ฝึกคิด ฝึกเล่มเกมส์ต่างๆ ที่ต้องใช้ความคิดบ้าง
เรามาดูคำตอบกันดีกว่านะครับ คำถามข้อแรกในวันศุกร์ผมถามไว้ว่า
ชายคนหนึ่งอาศัยอยู่บนชั้น 14 ของคอนโดมิเนียมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกๆ เช้าก็จะโดยสารลิฟท์ลงมาที่ชั้นหนึ่งเพื่อจะออกไปทำงาน ในช่วงขากลับจากงานตอนเย็น ถ้าเขาขึ้นลิฟท์คนเดียว เขาจะต้องลงลิฟท์ที่ชั้น 10 แล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟไปอีก 4 ชั้นทุกครั้งไป แต่ถ้าวันไหนมีคนขึ้นลิฟท์มาพร้อมกับเขา หรือเป็นวันที่ฝนตก เขาก็จะสามารถขึ้นไปถึงชั้น 14 ได้เลยโดยที่ไม่ต้องเดินขึ้นบันได ถามว่าเพราะอะไร
คำตอบก็คือ ชายคนนั้นเป็นคนแคระ หรือเป็นคนเตี้ย กดลิฟท์ไม่ถึง เพราะชั้นสูงๆ จะอยู่ด้านบนก็เลยกดไม่ถึงครับ
เป็นอย่างไรครับ ถูกกันเยอะหรือเปล่าครับผม
ส่วนอีกข้อถามว่า ตำรวจได้รับโทรศัพท์จากผู้ หวังดีคนหนึ่งบอกว่า ฆาตรกรที่ประกาศจับที่ชื่อนายวินัยนั้น กำลังอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง พร้อมกับให้ที่อยู่กับตำรวจไป พอตำรวจไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ก็บุกเข้าไปก็พบ หมอ ทนายความ อาจารย์ และวิศวกร กำลังเล่นไพ่กันอยู่ โดยไม่ลังเลแม้สักนิดเดียวตำรวจวิ่งปรี่เข้าไปจับตัวหมอทันที ตำรวจรู้ได้อย่างไรว่าหมอคือฆาตรกร
ข้อนี้คิดกันออกหรือเปล่าครับ ผมได้รับคำตอบมาว่า เพราะเขาเล่นไพ่ จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ คำตอบที่ถูกต้องที่ทำให้ตำรวจสามารถจับหมอที่ชื่อว่าวินัยนั้น ก็คือ เป็นคนเดียวที่เป็นผู้ชายครับ นอกนั้นอีกสามคนเป็นผู้หญิงทั้งหมด คงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ชื่อวินัยนะครับ
หักมุมดีมั้ยครับ นี่คือเสน่ห์ของการคิดแบบออกจากกรอบเดิมๆ แค่เพียงมองให้ลึกอีกนิด และดึงตัวเองออกจากกรอบเดิมๆ เราก็จะเห็นทางออกใหม่ๆ เสมอครับ
มีตัวอย่างในชีวิตจริงเยอะนะครับ ที่ใช้ความคิดแบบนอกกรอบ อย่างแรกที่ผมเคยได้อ่านมาก็คือ การที่ลูกค้าในคอนโนมิเนียมร้องเรียนมาว่าลิฟท์ช้ามากๆ อยากให้แก้ไข ถ้าเราคิดในกรอบ เราก็คงจะต้องไปหาลิฟท์ใหม่ หรือไปพิจารณาในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ แต่คอนโนมิเนียมแห่งนั้นใช้วิธีการแก้ไขปัญหาโดยการติดกระจกเงารอบลิฟท์ เชื่อมั้ยครับว่า เสียงบ่นหายไปเลยครับ (บางแห่งก็มีการเริ่มติดโทรทัศน์ในลิฟท์)
ปัญหาทุกอย่างมีทางออกใหม่ๆ เสมอครับ เพียงแต่เรานั่งลง และใช้เวลาในการคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม มองในมุมมองอื่นที่กว้างกว่าเดิม แล้วเราจะได้คำตอบเสมอครับ
เรื่องของคนแคระขึ้นลิฟท์ จากการที่มีคนขึ้นลิฟท์มาด้วยเขาจึงขึ้นไปชั้น14 ได้เพราะมีคนกดลิฟท์ให้ ส่วนในวันที่ฝนตกเขาก็ขึ้นไปถึงชั้น 14 ได้เองเพราะเขาเอาด้ามร่มกดลิฟท์หรือเปล่าคะ
ถูกต้องนะคร๊าบบบบ เก่งมากเลยครับ ข้อนี้หลายๆ คนตอบว่า เพราะเขาต้องการออกกำลังกาย อิอิ
จะว่าไปก็เหมือนมุขคำถามที่ฮิตกันสมัยหนึ่ง ตย.
งูตกลงไปในถังขยะแล้วฉกอะไร ตอบ.. ฉก-กะ-ปก
ปลาอะไรปากจู๋ ตอบ.. ปลาทู
เกาะอะไรเห็นฉันวิ่ง ตอบ.. ซี-มี-รัน
ประมาณนี้เลยล่ะ .. ลองไปหาดูเพิ่มได้นะ
แต่ผมว่าข้อตำรวจจับคนเล่นไพ่มันแปลกๆ นะครับ
เพราะนั่งเล่นไพ่กันอยู่ตำรวจรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนเป็น
หมอ อาจารย์ ทนาย หรือวิศวกรครับ
แต่ตามความคิดผม คิดว่าที่จับได้ทันที่เพราะประกาศจับ
มีรูปครับ และตำรวจก็เป็นคนออกประกาศเอง คงไม่ยาก
อะไรที่จะจำและจับได้ครับ
ขออภัยที่คิดมาก แต่สนุกดีครับ
เป็นความคิดที่ดีอีกอันนะครับ ก็คือ มีรูปเป็นประกาศจับอยู่ ก็เลยสามารถเข้าไปจับได้ถูกคน